Thailand Salary & Compensation Trend & Southeast Asia Talent Trend 2021 - MERCER Thailand



รายการ ห่วงใย Insights

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 16.00-17.00 น. หัวข้อ "Thailand Salary & Compensation Trend & Southeast Asia Talent Trend 2021"

แขกรับเชิญ – คุณจักรชัย บุญยะวัตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินรายการโดย – ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ CEO-ADGES & Content Director ห่วงใย Thai Business

รายการห่วงใย Insights วันนี้ ได้รับเกียรติจากคุณจักรชัย บุญยะวัตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Mercer ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ปรึกษาด้าน Human Resources ระดับโลก และในปัจจุบันได้ขยายกลุ่มธุรกิจในด้านการบริหารจัดการความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management ให้กับองค์กรต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆ ด้วย ซึ่งวันนี้คุณจักรชัย จะได้แบ่งปันข้อมูลและมุมมองภาพรวมของทิศทางและแนวโน้มในเรื่อง "เงินเดือนและค่าตอบแทน" จากมุมมองระดับโลก และระดับภูมิภาค Southeast Asia ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และมองทิศทางแนวโน้มในอนาคต เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อหลายๆ องค์กรในการวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจต่อไป


นอกจาก เมอร์เซอร์ (Mercer) ดำเนินการด้าน HR Consulting เป็นหลัก ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร


โดยรวมแล้ว Mercer มีให้บริการในด้าน HR Consulting และ Employee Benefits นอกจากนี้มีบริการด้าน Wealth Management เพิ่มขึ้นมา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทเมอร์เซอร์ ในประเทศไทยเป็นลักษณะเดียวกันกับบริษัทเมอร์เซอร์ทั่วโลก

สถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบในด้าน Total Rewards Trend อย่างไรบ้าง


จากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แม้ในอดีตจะมีเหตุการณ์ในทำนองนี้เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ค่อนข้างกระทบในวงกว้าง บางธุรกิจก็ถูก Disrupt จนทยอยปิดตัวลง แม้กระทั่งในบริบทที่เป็นระดับโลก อีกทั้งรูปแบบการทำงาน และรูปแบบธุรกิจ รวมทั้งการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลกระทบในเรื่องการจ้างงานและการตีค่างาน


งานบางอย่างอาจจะหายไป และงานบางอย่างอาจจะถูกแทนที่ได้


ทิศทางที่หลังจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 นั้น จะรวมทั้งรูปแบบการจ่ายเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเมื่อสภาพแวดล้อมรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป เช่น การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ส่งผลให้การจ่ายผลตอบแทนอาจไม่เหมือนเดิม งานบางอย่างอาจไม่ต้องการคนเข้ามาทำ บางอย่างอาจทดแทนด้วยเครื่องจักร ดังนั้น การประเมินองค์กรเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากนี้ รูปแบบสัญญาการทำงานจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น คนบางกลุ่มที่เป็นพนักงานประจำ (Permanent Contract) อาจถูกปรับเปลี่ยนเป็นพนักงานสัญญาจ้าง (Contingent Worker) ได้ ซึ่งจะต้องมีการตีค่างานตาม Skill ที่พนักงานมี



นอกจากนี้ เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไป การใส่ใจพนักงานในแง่ของสุขภาพของพนักงานก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

“เนื่องจากคนยังคงเป็นทรัพยากรที่สำคัญของบริษัทที่จะผลักดันธุรกิจ ดังนั้น องค์กรอาจไม่ต้องลดจำนวนคนเพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมวิกฤตที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งองค์กรในระดับโลกที่จดทะเบียนในอเมริกาก็เลือกใช้วิธีลดจำนวนคนเป็นกรณีสุดท้าย และใช้วิธีอื่นๆ ในการเยียวยาคนแทน เนื่องจากองค์กรเหล่านี้เห็นว่าคนคือทรัพยากรสำคัญที่จะผลักดันธุรกิจ ”

ซึ่งถ้าองค์กรตัดสินทรัพย์ที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรกออกนั้น บริษัทจะอยู่ไม่ได้


แนวโน้มและทิศทางรูปแบบการจ่ายผลตอบแทนที่เน้น Skill-based มากขึ้น

“ทิศทางในอนาคตการจ่ายค่าแรงตาม Skill เฉพาะ หรือ Skill-based เป็นหลัก ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานหรือลูกจ้างนั้นทำงานในองค์กรหรือในอุตสาหกรรมที่ต้องการ Skill อย่างไร COVID-19 ไม่ได้สะท้อนภาพที่แย่เสมอไป ในบางครั้งก็เป็นการสร้างโอกาสในการทำงาน”

ตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ตำแหน่งงานที่มีโอกาสได้เงินเดือนสูงกลับไม่ใช่ Sales แต่กลับเป็นงาน Quality Management หรือกระทั่งในอุตสาหกรรมยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตำแหน่งงานที่มีโอกาสได้เงินเดือนสูงไม่ใช่ Sales แต่กลับเป็นงาน Medical Affairs ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ยาได้รับการอนุมัติ เป็นต้น

“องค์กรต้องประเมินให้ได้ว่า บริษัทต้องการ Skill-based แบบใด และตำแหน่งงานใดบ้างที่มีความสำคัญกับองค์กร”

HR ในองค์กรมีบทบาทสำคัญมากขึ้น

“HR ในอดีตจะดูเกี่ยวกับ Day-to-Day Operation เป็นหลัก แต่ในอนาคต HR จะต้องเป็นนักกลยุทธ์และต้องนำ Mission และ Objective ขององค์กรมาพิจารณาในกระบวนการคัดเลือกคน”

นอกจากนี้ในอนาคตยังเป็นการแข่งขันกันของ Skill-based ดังนั้นถ้า HR สามารถหาคนที่ตรงกับ Skill ที่องค์กรต้องการ ก็สามารถใช้งานคนที่เป็น The Right Talent ได้ทันที


ทิศทางของ Global Talent เมื่อการจ้างงานไม่ได้ถูกตีกรอบอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป


Trend นี้เกิดขึ้นมาได้สักระยะแล้ว และเมื่อสถานการณ์ COVID-19 เกิดขึ้นก็ได้เป็นตัวเร่งกระบวนการเหล่านี้ เนื่องจาก การ Work from Home ทำให้คนที่ทำงานไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน และสามารถทำงานจากที่ไหน หรือประเทศใดก็ได้ เช่น อินเดีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ทำงานให้กับบริษัทที่ประเทศไทย เป็นต้น อย่างบริษัท เมอร์เซอร์ ที่มีลักษณะงานเป็นการให้คำปรึกษาตาม Site งานของลูกค้า มีพนักงานเข้าออฟฟิศไม่ถึง 20% แต่ผลสำเร็จของงานยังคงได้ตามปกติ

“Talent เหล่านี้เป็น Trend ที่กำลังมา การจ้างงานในอนาคตอาจมาจากทั่วทุกมุมโลก ตราบใดที่ Talent กลุ่มนี้มีความสามารถ มี Culture และ Direction ที่ Fit กับองค์กร นอกจากนี้เรายังสามารถดูแลพนักงานได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามได้”

คนไทยจะรับมือกับรูปแบบ Talent ที่เปลี่ยนไปอย่างไร


คิดว่า COVID-19 ได้สอนอะไรเราหลายอย่าง จากผลสำรวจของเมอร์เซอร์ที่สำรวจในต่างประเทศ บริษัทใน S&P500 และ ใน Fortune500 เพื่อค้นหาว่าหลังจาก COVID-19 เกิดขึ้น ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง ผู้บริหารระดับ C-Suite มีการปรับตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งบริษัทในไทยเองก็สามารถนำมาเป็นข้อมูลบ่งชี้ หรือ Implication บางอย่างได้เช่นกัน จะเห็นได้ว่า 3 อย่างแรกที่บริษัทปรับตัวนั้นไม่มีการลดคนอยู่เลย ซึ่งได้แก่


1. มองหา Strategic Partnership เมื่อเกิดวิกฤต องค์กรมองว่ามีใครที่สามารถช่วยเหลือเมื่อต้องการหรือไม่ เช่น เมื่อมีปัญหาสภาพคล่อง หรือทางด้านการเงิน ก็จำเป็นต้องหา Partner เข้ามา


2. จัดวาง Staff Model เพื่อสำรวจว่าใครยังจำเป็นต้องมาทำงานกับบริษัท ส่วนใดที่สามารถ Outsource ได้ หรือส่วนใดที่สามารถจ้างในรูปแบบพนักงานสัญญาจ้าง (Contingent Worker) ได้


3. นำระบบ Automation หรือ เทคโนโลยี เข้ามาใช้ และนำคนในส่วนงานที่ถูกแทนที่ด้วยระบบ Automation มา Reskill หรือ Upskill เพื่อให้ไปทำงานในส่วนอื่นแทนได้


ซึ่งใน 3-4 ประเด็นหลักต้นๆ จากผลการสำรวจนั้น จะเห็นว่าไม่มีเรื่องของการปลดพนักงานเลย จะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ประมาณ 20% - 30 % ที่ต้องลดจำนวนพนักงาน (Reduce Headcount)

“อยากให้บริษัทในเมืองไทยพิจารณา และมองว่าคนยังคงเป็น Capital Input ที่สำคัญในการ Drive ธุรกิจ เพียงแต่เราจะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางมากกว่าพอมีปัญหาเกิดขึ้นก็ตัดหรือลดคนเลย เพราะเมื่อเวลาธุรกิจ Rebound กลับมา ถ้าองค์กรไม่มีคนเราจะต่อสู้กับธุรกิจอื่นไม่ทัน”

Soft Skill ทักษะที่สำคัญในการทำงานไม่น้อยไปกว่า Technical Skill


ในเรื่องของการ Up-skill หรือ Add Skill นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็น Technical Skill อย่างเดียว สามารถเสริมในด้าน Soft skill ก็ได้ เช่น คนที่ทำงานในธุรกิจที่เน้น Skill-based จริงๆ เช่น Programmer จากที่ได้พบปะผู้คนบ้างเมื่อทำงานในออฟฟิศ แต่เมื่อต้องทำงานจากที่บ้าน อาจต้องเรียนรู้ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น โดยผ่านการทำแบบ Virtual ก็ได้ ดังนั้น การ Reskill หรือ Upskill อาจทำผ่านกระบวนการ Soft Skill ได้เช่นเดียวกัน


Diversity ในองค์กรเป็น Trend ที่กำลังมา


แนวโน้มอีกอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เป็น Male-dominated City เช่นประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันนี้ความ Diversity จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น มี Diversity มากขึ้น มีความพยายามจะ Balance ให้มากขึ้น โดยให้มีจำนวนสุภาพสตรีมากขึ้น และมีบทบาทที่เท่าเทียมกับผู้ชาย

"COVID-19 ทำให้เราเห็นว่าผู้หญิงมีทักษะไม่ได้แพ้กับผู้ชายเลย"

ประเทศไทยอาจไม่ได้มีประเด็นในเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากจะเห็น Trend ว่าผู้หญิงเข้ามามีบทบาทผู้นำและผู้บริหารระดับสูงในองค์กรมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ก็จะตอบได้ว่า

"การดูแลพนักงานเรื่องสวัสดิการ เรื่องการจ่ายเงินค่าตอบแทนทั้งผู้ชายและผู้หญิงต้องจ่ายไม่แตกต่างกัน แต่จะไปขึ้นอยู่กับ Skill ของเขาที่สามารถ Deliver อะไรบ้าง"

แนวโน้มของสัดส่วนการจ่ายผลตอบแทนในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร


รูปแบบการจ่ายผลตอบแทนในอนาคตเปลี่ยนไปแน่นอน จากในอดีตที่มีการจ่ายเงินเดือน (Base Salary) เป็นสัดส่วนหลักมากถึง 60-80% แต่ด้วยคนทำงานรุ่นใหม่ รุ่น Gen-Y, Gen-Z ที่ต้องการมี Engagement กับองค์กร ดังนั้นด้วยเงินเดือนอย่างเดียวอาจรั้งพนักงานที่มี Talent สูงไว้ไม่ได้ องค์กรจะต้องดูแลคนเหล่านี้เป็นพิเศษ เช่น ให้สัดส่วนการถือครองหุ้น หรือ Stock Option มากขึ้น หรือผลตอบแทนอื่นๆ เพื่อเป็นการจูงใจพวกเขา



แนวโน้มในด้านการจ่ายเงินเดือน (Base Salary) จะมีสัดส่วนที่ไม่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วนัก แต่จะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มในส่วนของ Variable Bonus มากกว่า เพราะพนักงานกับองค์กรต้องการเติบโตไปพร้อมๆ กัน ถ้าองค์กรมีผลประกอบ การดี พนักงานควรจะได้ผลตอบแทนมากขึ้น แต่ถ้าองค์กรมีผลประกอบการที่ไม่ดีนัก พนักงานควรมีส่วนรับผิดชอบร่วมกับองค์กรด้วย เช่น บริษัททางด้านเทคโนโลยี จะยังเป็นการจ่ายในรูปเงินเดือน (Base Salary) เป็นหลัก แต่บางบริษัท หรือ บางอุตสาหกรรม อาจจะอิงตามผลประกอบการบริษัท หรือ Variable Pay มากกว่า ซึ่งทิศทางจะเป็นในลักษณะนี้มากขึ้น ทั้งนี้ แต่ละอุตสาหกรรมอาจมีวิธีการจ่ายผลตอบแทนที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับ Nature ของบริษัทด้วย

“การจ่ายผลตอบแทนอิงตามผลสำเร็จของบริษัท หรือ Variable Pay เป็นสิ่งที่สามารถรักษาพนักงานที่เก่ง ๆ ในองค์กรได้ด้วย เพราะว่าบริษัทอื่นอาจให้ไม่ได้เท่าบริษัทนี้ ดังนั้น HR จะต้องเป็น HR Strategy จริงๆ ต้องมีกลยุทธ์ในการมองพนักงานที่มี Talent ในอนาคต เช่น แม้ว่าจะอยู่ตำแหน่งงานเดียวกัน ก็อาจได้รับ Benefit ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตรงความต้องการที่ต่างกัน”

อัตรา Birth Rate ที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทต้องรักษา Talent ไว้


เนื่องจาก Birth Rate หรืออัตราการเกิดของประชากรลดลงทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ในขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นและเริ่มเข้าสู่ Aging Society ซึ่งส่งผลให้จำนวนแรงงานเริ่มขาดแคลนลง และจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ Scarcity และทำให้เกิดการดึงตัวพนักงานระหว่างบริษัทมากขึ้น และถ้าเรารักษาคนที่มี Talent ไว้ไม่ได้ เราจะเหลือกลุ่มคนที่ไม่มี Talent มาขับเคลื่อนธุรกิจซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตราย ดังนั้น HR ต้องหาให้ได้ว่า จะทำอย่างไรเพื่อดึงคนที่มี Talent มาอยู่กับองค์กร และรักษาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด



แนวโน้มของ COVID-19 และสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร


หลายๆ บริษัทด้าน HR Consulting ได้ทำแบบสำรวจกับบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ผลสำรวจเกือบ 50% มองว่าต้องมีการทบทวนผลตอบแทนของพนักงาน ผลตอบแทนนั้นไม่ใช่เพียงแค่เงินเดือน แต่อาจรวมไปถึงเรื่องของสุขภาพพนักงาน และการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน”

COVID-19 ทำให้เห็นปรากฎการณ์การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือในภาษาเชิงเทคนิคเรียกว่า “Remote Working” ซึ่งอาจมีต้นทุนมากกว่าการทำงานที่ออฟฟิศ เช่น การเปิดเครื่องปรับอากาศ การใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเก้าอี้ที่สามารถนั่งทำงานได้นานๆ

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นของการทำงานแบบ Remote Working ดังนั้น บริษัทไหนที่เล็งเห็นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมีโอกาสที่จะได้ใจพนักงาน”

โดยบริษัทดูแลต้นทุนเหล่านี้บางส่วน หรือ Flexible Benefit โดยมีส่วนต่างที่พนักงานสามารถซื้อเพื่อสนับสนุนการทำงานแบบ Work from Home แล้วสามารถเบิกกับบริษัทได้