ค้นหา
  • ห่วงใย Thai Biz

Rethinking Global Marketing Strategy in Time of Crisis

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 21

รายการ " Lesson from C-Suite"

วันพฤหัสบดี 30 เมษายน เวลา 11.00-12.00 น


แขกรับเชิญ - คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ General Manager Marketing, BMW Group Thailand

ดำเนินรายการ - ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ CEO, ADGES และที่ปรึกษาชมรม HCMสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย


จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทุกองค์กรทั้งไทยและทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบในครั้งนี้ มาร่วมฟังมุมมองจากผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง BMW กับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางด้านการตลาดอย่างไรในช่วงวิกฤตซึ่งมีผลทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และจะกลายเป็น New Normal ในที่สุด โดยวันนี้ เราได้รับเกียรติจากคุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ General Manager Marketing, BMW Group Thailand มาแชร์มุมมองกับเรา


ผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อธุรกิจ BMW Group ในประเทศไทย และทั่วโลกอย่างไรบ้าง

ผลกระทบครั้งนี้ค่อนข้างหนักมากทั่วโลก สำหรับกลุ่ม BMW Group ทั่วโลกเองก็ได้รับผลกระทบพอสมควร ยอดขายไตรมาสแรกปีนี้ทั่วโลกลดลงประมาณ 20% โดยเริ่มตั้งแต่จีน ยุโรป อเมริกา เนื่องจากมาตรการต่าง เช่น lockdown ส่วนไทยเองยอดขายโดยรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ลดลง 41% ยอดขายหกหมื่นกว่าคัน ซึ่งทาง BMW ประเทศไทยเองก็ลดลงเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิด เรียกได้ว่าพลิกตำรากันแทบไม่ทันเลยทีเดียว สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือต้องปรับตัวรับกับสถานการณ์ และขณะเดียวกันก็มองไปข้างหน้าด้วยว่าถ้ามีการระบาดมาอีกรอบใหม่เราต้องเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง ที่สำคัญที่อยากแชร์กับทุกคนมี 4 คำจำได้ง่ายคือ ยอมรับ ตั้งหลัก เปิดใจ และทำให้เร็ว ถึงแม้จะฟังดูง่าย แต่รายละเอียดแต่ละอย่างนั้นค่อนข้างยากทีเดียว


การปรับเปลี่ยนมุมมองในเรื่อง Marketing Strategy และ Branding เป็นอย่างไร

สิ่งแรกคือเราต้องยอมรับ เป็นเหมือนกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญมาก เราต้องไม่ยึดติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นผู้บริหารหรือนักบริหารมืออาชีพ มักจะมีขั้นตอน มีกระบวนการที่ต้องทำ หรือยึดติดกับ KPI ประจำตัวมาก แต่ตอนนี้สถาณการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเราไม่เปลี่ยนก็จะเหมือนกับคนหวงสมบัติเวลาที่บ้านถูกไฟไหม้แล้วไม่ยอมหนี ซึ่งเราเองอาจจะไม่รอด อยากให้มองปัจจุบันเป็นตัวตั้งและประเมิณลูกค้า ดูว่าลูกค้ามีผลกระทบอะไรบ้าง จากนั้นก็ทบทวนแผนงานไปทีละส่วน ส่วนของแผนงาน Marketing ที่ดูแลอยู่เอง เช่น งานโฆษณา event ต่างๆ CRM และ Retail Experience เมื่อเกิดวิกฤต งาน event ต่างๆ ที่ได้วางไว้ต้องยกเลิก ทั้งงานใหญ่ๆ อย่าง Geneva Motor Show ที่กำลังจัดที่ Geneva ในเดือนมีนาคม ก็ต้องยกเลิกกระทันหัน เพราะรัฐบาลสวิสห้ามมีการรวมตัวของคนจำนวนมาก ถึงแม้จะมีการตั้งบู้ทแล้ว รถอยู่บนเวทีพร้อม แต่เมื่อสถานการณ์เกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้จัดและผู้เข้าชมงาน ก็ต้องยกเลิกไปก่อน เช่นเดียวกับงาน Motor Show ที่ประเทศไทยก็ต้องยกเลิกเหมือนกัน เพราะการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราเป็นห่วงความปลอดภัยของทั้งพนักงานและลูกค้าของเรา เนื่องจากสถานการณ์ในแต่ละวันช่วงนั้นเปลี่ยนไปเร็วมาก นอกจากนี้ มีทั้งงานใหญ่ที่จะจัดในช่วงเดือนกันยายน คืองาน Berlin Marathon ซึ่งเราจะมีกลุ่มลูกค้า และ Fan Club จากงานวิ่งก็จะร่วมครั้งนี้ในโปรแกรม Joy ของ BMW ด้วย แต่เมื่อสถานการณ์ยังไม่แน่นอน การตัดสินใจอะไรต่างๆ ต้องมองถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เราจึงตัดสินใจยกเลิกการร่วมงานปีนี้ไปก่อน ซึ่งขณะเดียวกันรัฐบาลของเมืองเบอร์ลินเองก็ประกาศไม่ให้มีการจัดงานในช่วงนั้นด้วย


แต่อย่างที่บอกคือเราต้องเปิดใจและปรับตัวให้เร็ว หลังจากงานจริงจัดไม่ได้เราก็ทำเป็น Virtual Motor Show โดยผ่าน Facebook Live เพราะเราเองเตรียมรถและอุปกรณ์จัดแสดงพร้อมสำหรับงาน Motor Show อยู่แล้ว ต้องขอบคุณทีมงานที่ทำงานได้เร็วมาก สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ต้องตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนแผน และทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติ


ส่วนเรื่องการสื่อสารและการโฆษณา BMW ก็กลับมาทบทวนทุก Message ทั้งหมดที่เรามี ดูว่าคำไหนหรือสารใดที่มีความหมายที่ก้ำกึ่งรื่นเริงเกินไปหรือไม่ เราต้องปรับเปลี่ยนให้หมด เพราะอารมณ์ของคนในสังคมตอนนั้นไม่ได้จริงๆ เราต้องเปลี่ยนตารางและแผนผังทั้งหมดให้สอดคล้องกันสถานการณ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่อยากให้มีสารหรือสื่อของเราออกในแนวเครียดทุกชิ้น ต้องขอบคุณทีมงานที่คอยประเมินและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้เร็วมาก เพราะเราอยากให้ผู้รับสื่อได้ผ่อนคลายบ้างจากการรับรู้เรื่องการแพร่ระบาดและติดเชื้อทุกวัน โชคดีที่เราเริ่มทำสื่อที่เป็น Digital มากขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว มีช่อง Youtube ของ ชื่อ Joy TV ที่มี content เบาๆ เช่น เรื่องรถ การท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เราสะสมไว้ตั้งแต่เริ่มทำมาเหมือนเป็น Library ก็ว่าได้ หลังจากที่ฟังข่าวสถาณการณ์การติดเชื้อ Covid- 19 แล้ว บางครั้งถ้าผู้คนได้ดู Content เบาๆ บ้างก็จะทำให้โลกนี้ผ่อนคลายและสดใสขึ้นได้


ส่วนเรื่องของสื่อ เราเองปรับเยอะเหมืนกัน เมื่อคนไม่ออกนอกบ้านเหมือนเดิม สื่อ Out-of-Home ก็ปรับลดลง บางอย่างยกเลิกหรือถอนไม่ทันก็จะเป็นต้องปล่อยไปก่อน และมาเพิ่มด้านสื่อ Digital มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Youtube หรือ Facebook รวมทั้งช่องทางอื่น ซึ่งก็ต้องคอย monitor ว่าช่องทางไหนจะให้ คุ้มค่า และให้ ROI เยอะมากกว่า


BMW จะนำสื่อ digital เข้ามาเป็น Mainstream หรือใช้เป็น Marketing Message เท่านั้น

ถือได้ว่า Trend เรื่อง Digitalization กำลังมา และ BMW เราก็ได้เริ่มลองใช้บ้างแล้ว แต่เนื่องจากวัฒนธรรมการซื้อรถของหลายคนก็ยังอยากที่จะมาโชว์รูม เพราะได้พูดคุยกับคนที่มีความรู้เรื่องรถมากกว่า รวมทั้งการต่อราคาถ้าได้ทำต่อหน้าผู้ขายน่าจะเป็นสิ่งที่ลูกค้าชอบมากกว่า ดังนั้น ถ้าวัฒนธรรมการซื้อรถยังไม่เปลี่ยนมากนัก การใช้ Digital น่าจะเป็นแผนงานในระยะกลางหรือยาวสำหรับเรา แต่ต้องยอมรับว่าการทำ Digitalization มาแล้ว และ Covid-19 ยิ่งกระตุ้นให้เกิดขึ้นเร็วมากขึ้น


BMW Group มีการปรับกลยุทธ์เรื่องอื่นๆ อย่างไรบ้าง

ในเรื่องของการดูแลลูกค้า เราต้องทำให้ลูกค้ามั่นใจในการมาที่โชว์รูมของเรา ด้วยการสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้ว่าเรามีมาตรการการดูแลความปลอดภัยให้ลูกค้าอย่างไร และต้องทำจริง ทุกเย็นต้องมีการทำความสะอาด ลูกค้าบางคนอยากซื้อรถแต่ไม่อยากมาที่โชว์รูมเราก็มีบริการจัดส่งรถเพื่อ test drive ถึงบ้าน และมี Online Shop หรือ Online Sell ซึ่งเราเพิ่งเริ่มในปีนี้ และวิกฤตครั้งนี้ทำให้ต้องวิ่งเร็วขึ้น รวมทั้ง การบริการดูค้าหลังการขาย เช่น เมื่อลูกค้านำรถเข้าซ่อม เรามีบริการรถทดแทน เพราะช่วงนี้การโดยสารรถสาธารณะเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง เราต้องพยายามเข้าใจ Pain Point ของลูกค้า โดยจำแนกลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ เมื่อเราฟังลูกค้าก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ตรงจุด


การดำเนินงานของ BMW หลักๆ เรามีอยู่ 4 เสาหลัก คือ พนักงาน Dealer ลูกค้า และอีกส่วนที่เราขาดไม่ได้คือสังคม เราได้พูดถึงเรื่องลูกค้าในเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของพนักงาน เราก็ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัย มีการแบ่งทีม A, B เพื่อสลับกันทำงานเมื่อทีมใดทีมหนึ่งมีคนติดเชื้อขึ้นมา อีกทีมก็จะยังสามารถดูแลให้บริการลูกค้าได้ ส่วน Dealer คือคู่ค้าของเรา เป็นแนวหน้าคอยให้บริการลูกค้า และอีกส่วนที่สำคัญคือเรื่องของสังคม เอกลักษณ์หนึ่งของคนไทยคือคนไทยใจดี ไม่ว่าอยู่องค์กรไหน เราก็ชอบช่วยเหลือสังคม ทีมงานของเราก็อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม เมื่อช่วงที่กำลังเตรียมจัดงาน Motor Show ประมาณปลายเดือนมกราคม เราได้รับรู้ถึงการแพร่ระบาดแล้ว ทีมงานได้สั่งซื้อหน้ากากเพราะเห็นว่าคนที่มาเดินชมในงาน Motor Show จะได้สบายใจ ทีมงานเราเองก็จะได้สบายใจด้วย แต่เมื่อมีการเลื่อนการจัดงานและเป็นช่วงที่ทีมหมอและบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนหน้ากากอนามัย เราจึงได้ร่วมบริจาคในครั้งนั้น และอีกกิจกรรมคือในทุกๆ ปี BMW มีโครงการบริจาคให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา ปีนี้มูลนิธิได้มีกองทุนชัยพัฒนาสู้ Covid-19 เราจึงได้ร่วมบริจาค โดยนำรถที่เราทำในโครงการร่วมกับศิลปินทำงานศิลปะกับรถยนต์ทั้ง 9 คันตั้งแต่ต้นปี เรียกว่าโปรเจค BMW Unbound World of Art Series โดยที่นำรถทั้ง 9 คันนั้น มาเปลี่ยนเป็น Line Sticker แล้วให้คน Download ซึ่งรายได้จะนำไปบริจาคกับกองทุนชัยพัฒนาสู้ Covid-19 ครั้งนี้


นอกจากนี้เราก็มี Content เกี่ยวกับเด็กๆ เนื่องจากคนอยู่บ้านและเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน จึงชวนเด็กๆ มากตัด sticker และประกอบเป็นรถยนต์เพื่อให้เด็กๆ ไม่เหงา ซึ่งอาจจะดูว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เราเองมองว่าอย่างน้อยก็เป็นส่วนเล็กน้อยที่เราได้ช่วยทำ อีกอย่างที่ BMW กำลังพิจารณาอยู่คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เนื่องจากโรงงานผลิตของเราที่มีเครื่อง 3-D printer ซึ่งเรากำลังดูว่าจะนำมาทำ Face Shield ซึ่งตอนนี้ก็กำลัง in-process อยู่


อะไรคือ New Normal และจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ BMW Group อย่างไร

ถ้าเรามองเป็นเฟส ตอนนี้ก็ดูเหมือนเป็นเฟสแรก คือเรายังอยู่ในช่วงวิกฤต และเราอยู่ในมาตรการต่างๆ ต่อมาทุกวิกฤตจะมีการคลายตัว เรียกว่าเป็นช่วงฟื้นฟู หรือ Recovery ก็หวังว่าจะมีการคลายกฎต่างๆ ออกมา แต่คิดว่าผู้คนยังคงกล้าๆ กลัวๆ ยังไม่ปกติเลยทีเดียว ต่อไปคงต้องมีระยะที่สาม ซึ่งจะเป็นระยะที่ไม่มีข้อห้ามแล้ว แต่จะมีวิถีใหม่ในการใช้ชีวิต หรือเราอาจเรียกว่าวิถีแบบ ปกติใหม่ หรือ New Normal คือผู้คนจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ได้เรียนรู้จากช่วงวิกฤต เช่น ซื้อของ online หรือลองทอะไรใหม่ๆ บนโลก online มากขึ้น จากที่ไม่เคยทำ หรือไม่สนใจมาก่อนหน้านี้แต่จำเป็นต้องทำในช่วงเกิดสถานการณ์ และต่อมาก็เกิดเป็นความเคยชิน เป็นต้น ในส่วนของธุรกิจเองเมื่อทุกอย่างคลี่คลายหรือสงบลง เราจะมาทบทวนและปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์หรือการดำเนินธุรกิจของเราอย่างไรบ้าง เพราะเกณฑ์ต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน และเราไม่รู้ว่าในแต่ละเฟสจะใช้ระยะเวลามากน้อยแค่ไหน และถ้าไวรัสยังอยู่กับเราไปอีกนาน พฤติกรรมใหม่ของผู้คนจนเกิดเป็นความเคยชินก็จะชัดเจนในช่วงปลายสุด ซึ่งการดำเนินธุรกิจต้องมานั่งวางแผนกัน ควรมีแผนไว้หลายๆ Scenario เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเรานำแผนนั้นมาใช้ได้ทันท่วงที


มุมมองการสร้างแบรนด์ของ BMW จากวันนี้ จะมีปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หรือรูปแบบ และมีทิศทางอย่างไรบ้าง

ช่วงนี้มีทฤษฎีใหม่ๆ ด้าน Branding ค้านกันอยู่สองทฤษฎีด้วยกัน ทฤษฎีหนึ่งบอกว่า คนจะรักแบรนด์ของเราเมื่อเห็นว่าเราช่วยเหลือเขาในช่วงที่เขาลำบาก เราจะเห็นว่าตอนนี้มีหลายๆ แบรนด์ทำอยู่ แต่ก็มีรายงานหลายฉบับที่บอกว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คนเปลี่ยน Brand Royalty อย่างสิ้นเชิง คือ Brand Royalty จะลดลงอย่างมาก และคนจะให้ความสำคัญกับ Promotion มากกว่า ส่วนหนึ่งมาจากในช่วงวิกฤตเป็นช่วงที่คนลองของใหม่กันเยอะ ซึ่งก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า


ทั้งนี้ การทำ Scenario Planning สำหรับช่วงฟื้นฟู และช่วงกลับมาเพื่อเข้าสู่ New Normal เราเองก็อยากต่อยอดในเรื่องของ Customer Empathy หรือการเข้าใจลูกค้า ซึ่งทาง BMW Thailand ได้ทำเรื่องนี้มาได้สักระยะก่อนหน้านี้แล้ว เรามองว่า Customer Empathy จะเป็นเหมือนจุดแรกในการที่จะทำเราให้เข้าใจลูกค้า และยิ่งในช่วงวิกฤตนั้นพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป ดังนั้น Pain point ของลูกค้าก็อาจจะเปลี่ยนเพราะสภาพการใช้ชีวิตก็อาจจะไม่เหมือนเดิม เมื่อเข้าใจลูกค้าแล้วเราก็มาประเมินศักยภาพของเราด้วย นอกจากนั้นก็ต้องประเมิน trend หรือแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น จะเห็นว่าก่อนวิกฤตทุกคนจะพูดถึง Digital Disruption กันหมด แต่เมื่อมีวิกฤตก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เรื่องนี้เกิดเร็วขึ้น ของเราเองก็เริ่มทำ Online shop แต่ถ้าจะทำอย่างจริงจังก็ต้องมาประเมินกันว่าทีมงานและระบบของเรามีศักยภาพพอหรือไม่ ทั้งการทำ Data analysis หรือใช้ Big Data เรามี AI หรือ chat Bot ต่างๆ พร้อมหรือยัง และต้องใช้งบประมาณในการลงทุนเท่าไหร่ และจะลงทุนตอนนี้ทันหรือไม่ เพราะหลายอย่างไม่ใช่ว่าลงทุนแล้วจะเริ่มซื้อและใช้ได้เลย แต่ละอย่างก็มีระยะเวลาของแต่ละขั้นตอน สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนที่ต้องนำมาประกอบร่างเข้าเป็น Marketing Strategy ต้องดู scenario ต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถาณการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจลูกค้า ประเมินตัวเรา ประเมิน trend และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพราะเมื่อโลกเปลี่ยน เราต้อง Rethinking กลยุทธ์ของเราว่าเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังจาก Covid-19 สงบลงหรือไม่ ขอยกแง่คิดของผู้บริหารท่านหนึ่งคือคุณธนา เธียรอัจฉริยะ กล่าวไว้ว่า เมื่อเจอวิกฤตจงใช้เท้าเดิน ซึ่งเห็นว่าเข้ากับหลักการของ Customer Empathy และเมื่อนำมาประกบเข้ากับเหตุการที่มีวิกฤตเช่นนี้ เมื่อไหร่ที่เราก้าวออกจากออฟฟิศและเดินเข้าไปหาลูกค้า ไปพูดคุยกับลูกค้า เราก็จะได้ข้อมูลกลับมามากมาย


นอกจากนั้นเราอาจจะปรับใช้แนวคิด Customer Empathy Mapping ดูก็ได้ หรือลองนำเอาแนวคิดพื้นฐานมาลองทำ Rethinking of Marketing Strategy โดยใช้แนวคิด Marketing 4Ps ของ Phillip Kotler เป็นแนวทางก็ได้ เมื่อเรานำเอาหลายๆ ส่วนมาประกอบกันแล้วเชื่อว่าทุกคนทำได้ ค่อยๆ ไล่ไปทีละ Scenario เช่น ถ้า Covid ยังอยู่กับเรายาว แผนธุรกิจและแผนการตลาดของเราจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าอยู่กับเราสั้น มาแล้วไปเร็ว จบเร็ว จะเป็นอย่างไร ควรวางไว้ 3-4 แผน หรือแม้กระทั่ง 5 แผนด้วยซ้ำ เมื่อมีแผนแล้วก็มาสร้าง Action Plan รวมทั้ง Process กระบวนการในการทำงาน ระบบและคนของเราพร้อมหรือไม่


เมื่อพูดถึง New Normal ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ในส่วนของ BMW เอง เรามอง Trend ที่กำลังจะมา ซึ่งเรียกว่า ACES มาจาก Autonomous, Connected, Electrified และ Shared


อะไรคือสิ่งที่ผู้บริโภคในประเทศไทยจะเห็นในสินค้าและบริการของ BMW Groupในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับในปีนี้ ตั้งแต่ต้นปีเราได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายๆ รุ่น ไม่ว่าจะเป็น The 7 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ของ Series 7 เป็นเครื่อง Plug-in Hybrid 7.5 LD และรุ่น The X6 Sport Activity Vehicle ที่เพิ่งเปิดตัว มี Series 3 รวมทั้งรุ่นที่เราประกอบภายในประเทศไทย รุ่นเล็ก 218 Gran Coupe รุ่น The M8 ของ Series 8 และรถสำหรับครอบครัว Gran Tourismo 630i รวมทั้งเรามีโปรแกรม Joy Now, Pay Next Year ซึ่งลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถและเริ่มผ่อนปีหน้าได้ เรามี Call Center 1397 ที่จะคอยให้บริการลูกค้า


อยากให้คุณเศรษฐิพงศ์ ฝากกำลังใจให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤตนี้

คิดว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้กัน คอยช่วยเหลือกันในทุกๆ อุตสาหกรรม หรือมีอะไรที่เราทุกคนสามารถช่วยแบ่งเบาภาระในจุดไหนได้ ก็ขอให้ช่วยกัน ในภาคเอกชนเองและในฐานะคนไทยก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคน เรามีทีมหมอพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนัก ต้องถือว่าเก่งในอันดับต้นๆ ในการจัดการในเรื่องในการแพร่ระบาดนี้ ซึ่งในฐานะคนไทยคนหนึ่งรู้สึกภูมิใจ และฝากเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คน



ถอดความโดย - ADGES Co., Ltd.

ดู 66 ครั้ง

© 2020 by ADGES