• ห่วงใย Thai Biz

Leadership Wisdom: คิดนอกกรอบ



CEO Talk พลิกวิกฤต EP.24

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 63 เวลา 15.00-16.00 น.

หัวข้อ “Leadership Wisdom: คิดนอกกรอบ”


แขกรับเชิญ-คุณปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และรองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน


ผู้ดำเนินรายการ-คุณเพ็ญศรี สุธีรศานต์ เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และ คุณภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีจี เอนเนอยี


ครั้งนี้ CEO Talk ได้รับเกียรติจากคุณปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และรองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน ที่มีแนวคิดความเป็นผู้นำยุคใหม่ นำพาฟันเฟืองขององค์กรมาคิดนอกกรอบ และดึงความเป็นตัวตนของพนักงานให้กล้าคิด กล้าแสดงความเห็น และพร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่ยังมาไม่ถึง ถึงแม้เรื่องการคิดนอกกรอบเป็นสิ่งที่น่าจะตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงกันเยอะ แต่เอาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Working Woman คนนี้ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าทุกอย่างเป็นไปได้


การคิดนอกกรอบคือบรรยากาศการทำงานของ IBM ในปัจจุบัน

การคิดนอกกรอบเป็นสิ่งสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันที่ใครก็ตามต่างไม่เคยเจอเหตุการณ์มาก่อน ตอนนี้ถ้าจะเอาทุกอย่าง ตั้งแต่ประสบการณ์ที่เคยทำงานมาก่อน การอ่านจากหนังสือ หรือการไปเรียนจริงๆ มา มันคือการลองผิดลองถูก เพราะไม่มีสูตรที่ตายตัว หรือจะบอกว่าวันนี้เราเคยทำมาอย่างนี้ แล้ววันนี้ควรทำอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ภายนอกไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะทำให้ คำพูดที่ว่า การคิดนอกกรอบ (Think outside the box) เกิดขึ้นได้จริง นั่นต้อง ลองมองทุกมุม ลองทุกแบบว่า อาจจะไม่เคยมาก่อน แต่เราต้องทดลองทำ ซึ่งทั้งหมดนำมาใช้กับ IBM


ช่วงโควิด-19 ทำให้พนักงาน IBM ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน

โดยหลักเน้นไปที่ Over Communicate เมื่อก่อนจะมี Town Hall เจอพนักงานเดือนละ 1 ครั้ง ทุกไตรมาส และทุกเดือน แต่ปัจจุบันเรามีทุกสัปดาห์สั้นๆ เพียงครึ่งชั่วโมงทุกวันจันทร์ และเตรียมเนื้อหาให้คนอื่นๆ มาพูด แล้วพอสำรวจพนักงานว่ามีความชื่นชอบอย่างไร และพบว่าสาขาที่ไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่พนักงานรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการทำงาน ขณะที่ Productivity ก็ดีขึ้นด้วย เรื่องอื่นที่ยกขึ้นมาพูดมีความหลากหลาย ที่นี่มี IBM Club ที่ช่วยประมวล เช่น หลายคนบ่นเรื่องน้ำหนักขึ้นเพราะทำงานจากบ้าน ใกล้ตู้เย็นหยิบของกินตลอด IBM Club จึงให้พนักงานส่งคลิปสั้นๆ เข้าประกวดว่า ท่าต่างๆ ตอนอยู่ที่บ้านเป็นอย่างไร บางคนก็มีสุนัขเข้ามาร่วมในวิดีโอ มีลูกช่วยกันทำมาหากิน ซึ่งทำให้เห็นว่าในสถานการณ์อย่างนี้ คนก็สามารถร่วมกันทำงานได้ และข้อสำคัญคือ ผู้บริหารก็ไม่ได้มองว่าต้องผลักดันแต่เรื่องของผลลัพธ์ทางธุรกิจเท่านั้น โดยที่ก็ห่วงเรื่องสุขภาพของเขาด้วยเช่นกัน

หรืออย่างที่ให้ทีมฝ่ายขายมาพูด ในวันที่ลูกค้าไม่ให้เราไปเจอคุณขายของได้อย่างไร หรือถ้าวันนี้อยากให้พนักงานใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น กฎกติกาต้องมีอะไรบ้าง มีพนักงานที่เรียกตัวเองว่าเป็น Social Queen เขาจะใช้อะไรอย่างไรมาเล่าให้เพื่อนฟัง น้องบางคนมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะใน LinkedIn ก็มาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังว่า วันนี้ใช้ LinkedIn ทำธุรกิจอย่างไรบ้าง ในการที่จะสร้างความมั่นใจว่าในฐานะที่คุณเป็นคน Technology Leader คุณจะเป็นคนพูดคุยหรือสร้าง Community ขึ้นมาได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องออกไปเจอ


คำพูด “คิดนอกกรอบ” ได้ยินกันมานาน เวลาพูดง่ายแต่ชีวิตจริงทำได้ยาก

ส่วนตัวมองว่าการเริ่มต้น “คิดนอกกรอบ” ต้องเริ่มจากการฟัง สมัยก่อนจากการที่ขึ้นมาเป็นผู้นำหลายท่านส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ที่พูด แต่ไม่ได้ฟัง แต่สำหรับพี่การคิดนอกกรอบคุณจะคิดได้ถ้าหากคุณมีการฟังที่เยอะ เพราะวันนี้ไม่ใช่คุณเสมอไปที่จะมีความคิดดีๆ ซึ่งความจริงมาจากพนักงานของเรา หรือคนที่อยู่หน้างาน อย่างน้องที่เป็นพนักงานต้อนรับพี่จะคอยถามเขาว่า คนที่เข้ามาบริษัทวันนี้เขาเจอปัญหาอะไรบ้าง


“ถ้าคุณเริ่มต้นที่จะฟัง คุณก็จะสามารถที่คิดตามได้ว่าบางอย่างคุณได้มองข้ามมันไป และนำไปสู่การคิดนอกกรอบ”

ส่วนตัวจะฟังทีมงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม หลาย background เพราะเขามาจากการเรียนรู้ที่แตกต่างจากเรา เพราะบางครั้งเรากระโดดและไปตัดสินใจจากที่เป็นประสบการณ์ของเราเอง แต่คนอื่นเขามีประสบการณ์ไม่เหมือนเรา


“การจะคิดนอกกรอบได้ เราจะต้องฟังว่าสิ่งที่แตกต่างจากที่คุณคิดคืออะไร แล้วก็เริ่มที่หาเหตุผล ถ้าจะแก้ไขก็จะเริ่มจากคำถามที่เริ่มต้นด้วยคำว่า ทำไม? หรือ Why? ฟังเสร็จแล้วจะแก้ปัญหาด้วยคำว่า Why? และเป็นการแก้ปัญหาเพื่ออะไร เพราะคนเราส่วนใหญ่เก่งกันที่ How? และส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาด้วย How? คือการกระโดดเข้าไปด้วยคำว่า ทำอย่างนี้สิ แต่เราไม่ถามตัวเองก่อนว่า ปัญหานี้เราแก้เพื่ออะไร”


พอถามตัวเองแล้ว ส่วนตัวจะชอบการ Discuss หรือ การ Debate ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยกัน ส่วนการคิดนอกกรอบจะทำได้ดีขึ้น จากที่เราได้มีการพูดคุยกันมากขึ้น หลังจากที่ฟังแล้ว คราวนี้ให้โอกาสคุณพูดแล้ว คือมา Debate กัน จะทำให้ได้หลายมุมมอง


“เพราะความคิดนอกกรอบ มันไม่ได้นอกกรอบสักทีเดียว ความจริงอาจจะเป็นสิ่งที่บางคนเคยคิดไว้ แต่ไม่ได้ทำ หรือบางคนเคยคิดแต่คิดต่อไปว่าอาจจะทำไม่ได้ แค่นั้นเอง หรือมีคนทักท้วงว่าเราเคยทำมาแล้วแต่ไม่เวิร์ก เหมือนเป็นการสกัดดาวรุ่ง”

การฟังคือทักษะสำคัญของการเป็นผู้นำ

ผู้นำต้องให้เวลา ทุกวันนี้ได้ยินผู้นำหลายท่านบอกว่าไม่มีเวลา ไม่อย่างนั้นก็ต้องหาเวลา เพราะทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ คุณจะหาเวลาให้กับมัน คุณต้องหาเวลาเพื่อที่จะนั่งฟัง ทุกวันนี้มี session ได้คุยกับพนักงานทีละ 8-10 คน ที่ไม่ต้องเจอกัน แต่เปิดกล้องคุยกัน แล้วเราก็ฟัง ถามคำถามอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับงานก็ได้ หรือมีข้อเสนอแนะนำ รอบล่าสุด มี Call to Action 5 ข้อจากการฟัง ซึ่งบางอย่างเรามองข้ามและมองว่าไม่ได้เป็นปัญหา การที่ได้เราได้ Feedback ที่ไม่ใช่จาก Direct Report แต่ได้จากพนักงานสั้นๆ เลย ก็ช่วยให้พนักงานทำงานต่อไปได้ เช่น มีพนักงานที่เกิดปัญหาในช่วง 2 เดือนแล้วเขาทำงานต่อไปไม่ได้ แต่พี่แก้ปัญหาให้เขาได้ภายใน 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ต้อง Follow up เขาด้วย เพราะฉะนั้นพนักงานจะรู้ว่าเขาสามารถมี Feedback ได้ด้วย แล้วก็จะทำให้งานไปข้างหน้าได้


วิธีการของคนรอบข้างที่ยังยึดกับข้อจำกัดเดิมอยู่ โดยไม่คิดนอกกรอบ

สิ่งแรกคือต้องทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้จริง เวลาบอกคิดนอกกรอบทำแล้วทำได้ เอามาพูดเลย ปกติคนเราจะรับรู้เรื่องราวคนที่สามารถปิดดีลใหญ่ แต่อันนี้แค่ทำอะไรเล็กๆ แล้วสามารถทำได้ หรือแค่มีลูกค้าชม โดยไม่ต้องสร้างรายได้ด้วย ก็มาเล่าให้ฟังกัน มาสื่อสารให้ฟังกัน เพราะฉะนั้นการสื่อสาร Session ของพี่จะไม่ใช่เรื่องตัวเลขเพียงอย่างเดียว พอคนที่ยึดกับกรอบเดิมๆ เขาได้เห็น และเชื่อว่าวันหนึ่งก็น่าจะเริ่มคล้อยตามบ้าง


“ทุกอย่างอยู่ที่ทัศนคติ ถ้าเราเริ่มต้นจากตรงนี้ก่อนที่มีทัศนคติว่า Anything is Possible ทุกอย่างจะมี Solution ให้ตั้งโจทย์ที่ตรงนั้นแล้วก็เดินไปหา”

นายกรัฐมนตรีอินเดียเคยพูดไว้ว่า เวลาฝนตกนกก็จะหลบฝน แต่นกอินทรีย์จะบินเหนือเมฆเพื่อที่จะหลบฝน นกทั่วไปหลบฝนเพราะกลัวฝนตก เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ทัศนคติจริงๆ ทุกอย่างมีทางออก ทุกอย่างมี Solution ให้ตั้งโจทย์ที่ตรงนั้นแล้วเดินไปหา


ใช้ชีวิต 20 ปีที่ต่างประเทศ Corporate Culture มีผลต่อการดำเนินงานอย่างไร

มีผลเพราะจริงเพราะความจริงเหมือนเป็นมนุษย์ที่่ครึ่งๆ กลางๆ เพราะจะมองว่าเราไม่ใช่คนอเมริกัน เพราะไม่มีการทุบโต๊ะหรือใช้ตำแหน่ง แต่เราจะใช้ความเป็นไทยในการต่อรองเจรจา (Negotiate) คุยเสร็จก็เดินออกจากห้อง แต่ทุกคนก็จะบอกว่าแสดงว่านี้เรายอมทำทุกอย่างที่เธอขอ พอกลับมาที่ไทย พนักงานก็จะบอกว่าเราเป็นคนที่ตรงมาก มีอะไรที่เราคุยกันได้ทำไมเราไม่คุย พี่จะ Coach ทันที พี่จะไม่มีเก็บไว้ในใจ What you see is What you get นี่คือสไตล์การทำงานของพี่


จะบอกพนักงานตลอดเวลาว่า เวลาพี่ถามคำถาม อย่าคิดว่าพี่ไม่เห็นด้วย คำถามเพื่อจะให้ทุกคนคิดแตกต่าง คิดนอกกรอบ เพื่อให้ทุกคนมองว่าเรามองแบบ 360 องศาแล้วหรือยัง”

อยู่เมืองนอกถ้า Performance ไม่ดีก็จะต้องออกทันที เพราะฉะนั้นจะไม่มีการจะนึกอย่างไร เป็นอย่างไรบ้าง แต่เมืองไทยยังมีความใส่ใจ ความเห็นอกเห็นใจ ยกตัวอย่างเวลาคุณพ่อคุณแม่พนักงานป่วยจะส่งกระเช้าไปให้ นี่คือการมองเขามากกว่าเพื่อนร่วมงาน หรือมองว่าสิ่งที่เราทำอยู่นี่มันส่งผลถึงชีวิตและครอบครัวเขาด้วย แต่ตอนนี้ก็เหมือยไม่ใช่สไตล์ไทยสักทีเดียว เพราะเป็นคนตรง จนบางคนบอกว่าตรงเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ใช้วัฒนธรรมเหมือนที่ต่างประเทศสักทีเดียว ถือว่าตัวเองก็มีการปรับตัวเยอะ


ทีม IBM ต้องไปหาทางออกหรือทางเลือก (Solution) ให้ลูกค้า

ทีม IBM ต้องหา Solutionให้ลูกค้า เพราะเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องการอะไร และการที่จะให้ลูกค้าคิดนอกกรอบก็เป็นสิ่งที่ยากมาก แต่ต้องยอมรับคน IBM เป็นคนที่เก่งมาก และมีวัฒนธรรมแบบ “Learning Culture” เพราะจะมีหลักสูตรที่ให้คนเข้าไปเลือกเรียน โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าทางนี้ต้องการคนที่เก่งหรือถนัดในทักษะไหน วันนี้ทำให้รู้ว่าคนที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายขายก็ต้องรู้จักพัฒนาในทางด้าน Soft skill ด้วย ไม่ใช่ไปคุยกับลูกค้าแล้วจะขายอย่างเดียว หรือใช้ศัพท์ยากๆ ไม่ได้ หรือเวลาทำ Presentation แล้วมีคนทำตายังสงสัยอยู่


ดังนั้น เราต้องกลับมามองตัวเรา ถ้าคนมาได้รู้จักองค์กรที่อยู่มาได้ 108 ปี เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ที่นี่ก็อยู่มานานกว่า 68 ปี หลายคนคุ้นเคยกับ IBM โดยเฉพาะแบงก์ ภาครัฐ แต่เขาจะรู้จัก IBM คือ Mainframe รู้จักคือแพง แต่เราจะทำอย่างไรที่จะบอกเขาด้วยคำพูดง่ายๆ ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา หยุดขายอะไร โฟกัสอะไร


“โควิด-19 ทำให้เราหยุดคิด และมองภาพให้ใหญ่ขึ้นแล้วถามตัวเองว่า วันนี้เราเก่งเรื่องอะไร เราอยู่ระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ ที่พูดถึงเรื่อง Transformation มาเยอะแล้ว แต่วันหนึ่งที่เราต้องเอาเทคโนโลยีมาช่วย คุณไปคิดมาเลยว่าข้างใต้เราคืออะไร แต่พี่จะโฟกัสขายลูกค้า 3 Solution เท่านั้น”

1.ช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่าย (Cost Saving) ถ้าคุณไม่ช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 20-30 % ไม่ต้องเอาไปขายเขา เพราะถ้าไปขายของแล้วตอบไม่ได้ว่าช่วยเขาลดค่าใช้จ่ายไม่ได้ เทียบกับปัจจุบันที่เขาจ่ายอยู่ คุณไม่ต้องออกไปขาย สิ่งสำคัญคือ ต้องพิสูจน์ให้ลูกค้าเห็นให้ได้ว่า IBM จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานเขา เดิมใช้เวลาหรือคนเท่านี้ แต่ตอนนี้คุณลดขั้นตอน เวลา และสามารถเอาคนไปโฟกัสในสิ่งที่เป็น High Value มากกว่าสิ่งที่ทำต่อเนื่องอยู่ทุกวัน ที่ปกติคุณจ่ายอยู่เท่านี้ แต่ถ้าให้เราดูให้เราจะช่วยลดค่าใช้จ่าย นี่คือ Cost Saving นั่นหมายความว่าเราต้องไปนั่งคุยกับลูกค้า วันนี้โฟกัสที่ค่าใช้จ่ายคืออะไร ลงทุนวันนี้จะ save ค่าใช้จ่ายด้วยการเอาที่ save 20-30 % ไปลงทุนทางด้านเทคโนโลยีแทน ซึ่งต่อไปจะช่วยทำให้ save ในระยะยาวได้เลย


2.ช่วยลูกค้ามีประสิทธิผลทางการผลิตได้ดีขึ้น (Productivity) ถ้าคุณไม่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิด Productivity หรือทำให้เกิดการผลิต หรือการทำงานให้เขาดีขึ้น อย่าออกไปขายลูกค้า


3.ช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้า (Security) ถ้าคุณไม่ได้ไปช่วยเขาป้องกันฐานข้อมูลลูกค้าถูกโจมตีไม่ต้องไปขาย


“สิ่งที่พูดกับพนักงานตั้งแต่วันแรกคือ พวกเราทุกคนคือ Seller หรือพนักงานขาย ซึ่งหมายถึง เราไม่ได้ขายแต่เฉพาะสินค้าหรือบริการ แต่เราขายความเป็น IBM”

เวลาคุยกับพนักงานใน Town Hall เวลาพูดถึงวัตถุประสงค์ (Purpose) ตัวอย่างตอนที่เกิดการแพร่กระจายของโควิด-19 หนัก สิ่งที่หนึ่งที่ IBM ภาคภูมิใจนั่นไม่ใช่การขายของ แต่คือการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ได้เข้าไปช่วยบุคลากรทางการแพทย์ เช่นทำอย่างไรให้คนไทยทราบว่าที่ไหนแถวไหนมีคนติดเชื้อโควิดฯ หน้ากากสามารถซื้อได้ที่ไหน เวลามีข่าวอันไหนคือข่าวปลอมหรือข้อเท็จจริง ก็พูดให้พนักงานฟังว่า IBM ได้เอาเซอร์เวอร์เอาไปตั้งไว้ที่ Internet Thailand ตรงเขาใหญ่ หรือคนที่อยู่ต่างจังหวัดไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้ เราก็ทำเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับ INET โดยให้โรงพยาบาล 70 แห่งของรัฐบาลสามารถเช็คข้อมูลโรคเบื้องต้นว่า คนที่มาโรงพยาบาลมีอาการปอดบวม ปอดอักเสบ น้ำท่วมปอด หรือปอดติดเชื้อ เพราะนี่คืออาการเริ่มต้น ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้าไปช่วย โดยมีแผนว่าปี 2564 จะนำขยายการช่วยโรงพยาบาลรัฐเป็น 300 แห่ง ที่วันนี้ไม่ได้ลงทุน แต่นี่คือการร่วมมือระหว่าง INET กับ IBM ที่เสนอ Solution ต่างๆ เพื่อให้คุณหมอที่วันนี้เขาไม่ได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ดีๆ ได้มีเครื่องช่วยสแกนการรักษาโรคเบื้องต้น


สุดท้ายกลายเป็นความภาคภูมิใจของชาว IBM เพราะคุณหมอได้ออกมาพูดให้ว่าเครื่องมือนี้ได้เข้ามาช่วยคุณหมอได้อย่างไรบ้าง พนักงานที่ไม่ใช่ฝ่ายขายอย่างพนักงานหลังบ้านเวลาไปเจอใคร เขาก็สามารถออกไปพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่านี่คือสิ่งที่ IBM นำเอา Solution ไปเสนอให้กับโรงพยาบาล


5 คำแนะนำในการวิธีการคิดนอกกรอบ

เวลาที่คิดนอกกรอบ จะเริ่มจาก “มองภาพใหญ่” บอกได้เลยว่าตอนนี้ใครที่หยุดคิดธุรกิจไม่โตแน่นอน ทุกคนถามว่าสถานการณ์แบบนี้ควรจะอยู่เฉยหรือไม่ แต่ความจริงเวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับที่เราจะต้องคิด

1. คิดแบบภาพใหญ่ โดยที่ภาพใหญ่จะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากการฟังเยอะๆ เก็บข้อมูลต่างๆ มาดู แล้วถามตัวเองให้ได้ว่า “จุดแข็ง” ของคุณคืออะไร ซึ่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นอดีตที่เคยทำมา เหมือนที่บอกฝ่ายขายว่า ถ้าเราตอบไม่ได้ว่า ไปช่วยเขาลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพ หรือช่วยเขาป้องกันไม่ได้ ไม่ต้องไปขาย ให้เก็บไปก่อน แต่ถ้าเป็นข้อเสนอแล้วเขาข่ายใน 3 ข้อที่ช่วยเขาได้ นี่คือ Think Big ที่คิดไว้ก่อน แต่ยังไม่ต้องไปโฟกัสเยอะ เพราะวันนี้เราไม่มีเวลาที่สามารถทำทุกอย่าง เมื่อ Think Big แล้วก็เลือกที่สิ่งที่คุณจะโฟกัส ในสิ่งที่เป็นจุดแข็งของคุณ


2. คนที่กล้าแสดงความสามารถ (Spot Talent) ในองค์กร เพราะในวันที่มีวิกฤตต้องหา Spot Talent ที่กล้าออกมาบอกว่า พี่ลองอันนี้ดีกว่า นี่คือ The New Leader ที่องค์กรต้องการ ใครที่คิดนอกกรอบ ที่คิดว่าจะลอง แต่ผู้นำเองก็ต้องยอมให้เขาทำ วันนี้ IBM เป็นองค์กรที่ Failed Fast Learn Fast ลองทำผิดทำถูกเลย พนักงานเขาจะกล้าลองทำเลย เพราะจะไม่มีการลงโทษแต่อย่าทำพลาดแบบเดิมๆ อีก เพราะพลาดแล้วคุณต้องได้เรียนรู้จากมัน


“6เดือนที่ผ่านมาได้มีการเจอและพูดคุยกับพนักงานมากขึ้น ช่วงนี้จึงได้ Spot Talent และได้คุยกับฝ่าย HR เยอะมาก เพราะเราจะไม่เรียงตามความเป็นอาวุโสเพราะนี่คือวัฒนธรรมแบบเดิมๆ ว่าเป็นรองฯ แล้วได้ขึ้น วันนี้คนที่จะได้ขึ้นต่อจากพี่อาจจะไม่ใช่คนที่เป็น Second Tier แต่อาจจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเป็น Lead บางคนเหมาะเป็น Lead แต่ไม่กล้าเพราะถูกจำกัดที่เขาอยู่ใต้บังคับบัญชาลงไป เราต้องหา และไม่ต้องรอเวลาเพื่อโปรโมทกันตอนสิ้นปี เราเปลี่ยนบทบาท เราเลือกคนที่มาอยู่ในทักษะ คนไหนมีโอกาสและความเป็นไปได้ เอามาเทรนด์เอามา Coach ที่ผ่านมาจึงมี New Leader”

แต่จะทำได้วัฒนธรรมองค์กรมีส่วนสำคัญ ตอนที่กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ เข้าประชุมถามใครก็ไม่มีใครตอบ เพราะกลัวตอบผิด ดูทิศทางลม ยังเดาใจไม่ถูก แรกๆ คนเงียบ เรียกชื่อเลย มุมมองทีมที่ดูแลลูกค้าคิดอย่างไรคะ แล้ว Finance คิดว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งปกติ Finance ไม่เคยพูด แต่วันนี้เขาต้องพูด ถึงวันนี้ใครเขา Meeting กับพี่ตอนนี้ทุกคนแย่งกันเปิดไมค์ นี่คือวัฒนธรรมที่ต้อง Build พนักงาน และก็ต้องคอย Walk the talk กับพนักงาน


ช่วงโควิด-19 จะมีการคุยกับทีม Crisis Management ทุกสัปดาห์โดยเฉพาะช่วงแรกที่เกิดโควิดฯ ให้ทีมแรกพรีเซนต์คือ Security Lead วันนี้ใครป่วย เจ็บ ตายจำนวนเท่าไร บริเวณไหน จากนั้นยิงคำถามไปที่ทีมลูกค้าเจอปัญหาอะไรบ้าง ทีมหลังบ้านคิดอย่างไร ทีมที่ดูเรื่อง Health คนที่ดูเรื่องตึกคิดอย่างไร จนหลังๆ ไม่ต้องถามเลย เพราะทุกคนรู้แล้วว่า ทุกคนมีโอกาสแสดงความรู้และความคิดเห็นได้หมด นี่คือวัฒนธรรมของ IBM อย่างที่เพิ่งรับเด็กใหม่เข้ามาอยู่ได้ 3 สัปดาห์ เขาก็ตกใจเพราะเขาไม่เคยคิดด้วยตำแหน่งที่เข้ามาสามารถคุยกับซีอีโอได้ตัวเป็นๆ


“หรือเวลาที่มีแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างพี่ก็จะกล้าคอมเมนต์ ต้องขอโทษด้วยพี่เองก็ไม่เคยคิดถึงประเด็นนี้เหมือนกันแต่เป็นความคิดที่ดีมาก เพราะปกติไม่ค่อยมีผู้บริหารที่จะบอกว่าตัวเองผิด ขอโทษลูกน้อง พี่เป็นคนหนึ่งถ้าพี่ผิดพี่กล้าที่จะขอโทษลูกน้องต่อหน้าทุกคนเลย และก็จะชื่นชมไอเดียเขาด้วย”

3. Financial Model ของ IBM ต้องมานั่งดู เพราะในวันที่หลายคนบอกว่าให้เก็บเงิน แต่บางครั้งการเก็บเงินหรือไม่ใช้เงินอาจจะไม่รอด แต่เราต้องมาดูว่าเราจะ save เงินจากตรงไหน ทุกวันนี้พนักงาน IBM เข้ามาทำงานรอบหนึ่งประมาณ 20 % เท่านั้น หมายความว่าพนักงานอีก 80 % ยังทำงานที่บ้าน ซึ่งตอนนี้ได้ลองมาดูแล้วว่า ตรงไหนที่จะเซฟได้บ้าง ดูเรื่องค่าใช้จ่ายช่วยกันลด แล้วไปเพิ่มเติมด้านอื่น เพราะต้องดูผลประโยชน์ของพนักงานด้วยเช่นกัน เพราะเขาทำงานจากบ้าน สภาพแวดล้อมการทำงาน มีความสะดวกมากน้อยแค่ไหน Mask หรือเจลล้างมือที่สั่งมาจะมีเพียงพอหรือสามารถกระจายไปให้ยังพนักงานทุกคนขนาดไหน


สำหรับวิธีการขาย ฝากให้กับคนที่ทำธุรกิจเลยคือ ถ้าใครยังพึ่งพา Financial Model การขายแบบเดิมที่ทุกครั้งยังต้องออกไปขาย วันนี้เหนื่อยค่ะ คุณจะทำอย่างไรที่จะทำให้ลูกค้าสามารถอยู่กับคุณได้ตลอดเวลา เพราะนี่คือ “Recurring Business Model” หรือโมเดลที่ทำออกมาแล้ว Replicate ได้ อย่าง Cost Saving กรณีที่ทำให้กับ รพ.บำรุงราษฎร์ ที่เอา SAP ขึ้น Cloud นี่คือการทำให้เกิด Cost Saving นี่คือตัวอย่างของการตอบโจทย์การขายที่ให้ Solution กับลูกค้าและพนักงานไป เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด 3 อย่างเลย คือ 1. ทำให้เกิด Cost Saving 2. เกิดประสิทธิผลในการทำงานมากขึ้น 3.ช่วยป้องกันทางด้านความปลอดภัยของข้อมูล


คุณเอาโมเดลนี้เอาไปปั๊ม หรือ Replicate ที่ไหนก็ได้ เพราะลูกค้าหลายคนใช้ SAP อยู่ คุณสามารถไปปรับแต่งหรือ Customize 20 % แต่อีก 80 % คือการไปปั๊มทำซ้ำได้เลย เพราะฉะนั้นเวลาใครดู Financial Model คุณต้องดูก่อนว่ารายได้หลักของคุณมาจากไหน IBM ต้องปรับเลยเพราะรายได้มาจากการขายซอฟท์แวร์ต้องปรับให้น้อยลงไปโฟกัสที่การบริการให้น้อยลง เพราะการบริการสามารถทำให้เกิดการทำซ้ำได้ ในเรื่องทีมเราต้อง train และ certify และบริการเขาให้ดี


“อย่ารอให้สถานการณ์มาบีบบังคับที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและ Business Model วันนั้นที่ตัดสินใจเปลี่ยนตรงนี้ เพราะว่าในสถานการณ์แบบนี้หลายคนจะเจอปัญหาที่ลูกค้าไม่จ่ายเงิน การเงินคุณมีปัญหาแน่นอน ถ้าคุณดูที่ Bottom line อย่างเดียว โดยไม่ได้ดู Top line ต้องมีปัญหาแน่นอน เพราะเวลาที่เจอปัญหาแบบนี้ อย่างมีลูกค้าชั้นดี เราต้องเตรียมเลยว่าจะยืดให้ลูกค้าเลย ซื้อใจเลย เพราะลูกค้าจะได้ตั้งหลักได้ แล้วเราก็ต้องมาดูว่า Business Model เราเป็นแบบนี้เราจะยืดเวลาหรือลมหายใจของเราถึงไหน ก่อนที่จะปรับ Business Model ได้ทัน”

4. ต้องหาพาร์ทเนอร์ให้เจอ ยุคนี้ไม่มีการแข่งขันในธุรกิจแล้ว วันนี้ต้องบอกว่า ทีมไทยโชคดีที่เรามีลูกค้าที่ให้โอกาส IBM มาก โดย 2 ไตรมาสที่ผ่านมาได้ไปช่วยลูกค้าและมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพราะเกิดจากที่เราคิดนอกกรอบ วันนี้ลูกค้าหลายคน เป็นพาร์ทเนอร์เรา นั่นหมายความว่า แต่ก่อนเรามองเขาเป็นลูกค้า แต่ตอนนี้เราจับมือเป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำงานร่วมกัน


ความจริง IBM มี Cloud ของเรา แต่ Cloud ของเรา อาจจะไม่ใช่ทางเลือกต้นๆ เพราะมี TOP 3 อยู่แล้ว แต่การที่เรามาช้าทำให้เรามองเห็นอะไรคือจุดแข็ง อะไรคือค่าใช้จ่ายที่เราจะสามารถทำการตลาดได้ดี ก็เลยบอกว่าวันนี้ถ้าเราขาย Cloud อย่างเดียวเราไม่รอด แต่ IBM จะขายการบริการที่ไปช่วยลูกค้าที่บริหารจัดการ Multi Cloud เพราะหลายแบงก์หรือหลายองค์กรมี Cloud มากกว่า 2 ตัว การที่ใช้หลายตัว คือ การที่ต้องให้คนของเขาได้รับการ Train และต้อง Keep up กับเทคโนโลยี แต่เราบอกไม่ต้อง เดี๋ยว IBM ทำให้ เพราะเราลงทุนกับคน ดังนั้น สามารถมีการรับรองทุก Cloud และพร้อมที่จะไปทำ Multi Cloud Management ให้ได้ทุกที่


ล่าสุด จับมือกับ AIS เพราะ AIS ลงไปเสนอทำ Cloud ให้กับ SME ซึ่งใครที่บอกว่า IBM ไม่ทำ SME ต้องบอกว่าไม่ใช่แล้ว เพราะวันนี้เราทำผ่านพาร์ทเนอร์แทน นี่คือการคิดนอกกรอบ โดย AIS สามารถเสนอการทำ Cloud of Your Choice โดยมีหลังบ้านเป็น IBM โดยที่ AIS ไม่ต้องลงเรื่องคน เขาโฟกัสไปข้างหน้าแต่เราดูแลหลังบ้านให้


หรือ อย่าง ปตท.ที่เป็นโรงงานแยกก๊าซ ผู้บริหารถือว่ามีวิสัยทัศน์มาก เพราะมองว่าความปลอดภัยของพนักงานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าโรงงานผลิตก๊าซเป็นอะไรความเสียหายเยอะที่พนักงานต้องได้รับความเสี่ยง ดังนั้นต้องนำเทคโนโลยีมาควบคุมแบบ Predictive Maintenance เพื่อดูเครื่องจักรจากการฟังเสียงเครื่องจักร โดยการใช้ AI ว่าถ้าเสียงเครื่องจักรเป็นแบบนี้แสดงว่ามีอุปกรณ์ที่กำลังจะเสีย หรือเวลาเกิดภาพเกิดแบบนี้ขึ้น หรือ dashboard แบบนี้ มีอะไรจะเสีย ทำให้สามารถที่จะคาดการ์เรื่องนี้ได้ และปรากฎว่าปัจจุบันหลายคนเข้าไปดูโรงงานแยกก๊าซตอนนี้มีความแม่นยำมาก แล้วยังสามารถลดความเสียหาย ที่สำคัญทำให้วิศวกรของเขาไปโฟกัสงานด้านการผลิตได้มากขึ้น ไม่ต้องคอยมาซ่อมสิ่งที่เสีย และวันนี้ IBM จับมือกับ ปตท. เอา Solution นี้ไปขายโรงงานอื่นที่อยากทำ Predictive Maintenance หรืออยากจะทำเรื่องความดูแลเรื่องความปลอดภัย


“คุณต้องหาพาร์ทเนอร์ให้ได้ พาร์ทเนอร์วันนี้ของคุณอาจจะไม่ใช่พาร์ทเนอร์ที่เป็นแบบซื้อมาขายไปแบบสมัยก่อน แต่เป็นลูกค้าที่เขาใช้ Solution ของคุณ”

อย่างกรณีของปตท.เวลาไปเสนอขายเรื่องความปลอดภัย ลูกค้าก็ต้องเชื่อผู้ที่ได้มีการใช้ Solution แบบนี้มาก่อนแล้ว 3 ปี ขณะที่วันนี้ก็คือ โมเดลธุรกิจใหม่ของ ปตท.ด้วยเช่นกัน สรุปงานนี้ Win win win นั่นคือ win ของ ปตท. IBM และ ลูกค้า เพราะวันนี้ไม่ต้องทำ Proof of Concept (POC) เสียเวลา เพราะนี้ คือ Real Concept จริงแล้ว


5. Don’t Compromise Quality หลายคนอาจจะบอกว่าด้วยสถานการณ์แบบนี้ให้ลดคุณภาพลงมา อย่าเลยค่ะ สิ่งที่บอกกับพนักงานที่จะไปเสนอขายลูกค้า คือ Solution ของเรา ราคาต้องสมเหตุสมผล นั่นหมายความว่า ต้องทำการบ้าน วันนี้ลูกค้าการจะไปจุดหนึ่งเพื่อไปอีกจุดหนึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายที่ราคาแบบอลังการ แต่คุณภาพเขาได้เท่ากับราคานั้น แต่เราจะสามารถ Deliver ให้เขาได้ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ Compromise Quality ดังนั้น Solution ที่คุณหามาทั้งหมดที่จับมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่ทั้งหมด คุณจะต้องรักษาคุณภาพการผลิตในสินค้าของคุณเอง


“5 ข้อนี้ไม่เหมือนในหนังสือไหน เพราะวันนี้มันคือการลองผิดลองถูก แต่ที่ผ่านมา 6 เดือน เวลาที่เราปรับก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่วันนี้พนักงานแฮปปี้ เราสามารถยืนอยู่ได้และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจที่ผ่านมาก็ยังมีลูกค้าใหม่ นี่คือการวัดความสำเร็จของ IBM มากว่า 68 ปี”

เมื่อการเรียนรู้ หรือลองอะไรใหม่ และเกิดความผิดพลาดขึ้น ได้เรียนรู้ และรับมืออย่างไรบ้าง

เศร้าได้วันหนึ่งอย่านาน ต้องบอกว่าทุกคนที่เป็น CEO ทุกวันนี้เหนื่อย ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจ แต่คือลูกค้า คือคู่ค้าที่คุณต้องดู เพราะฉะนั้นอย่าไปเสียเวลากับความล้มเหลวนานๆ ชีวิตสั้น เราได้ลองผิดลองถูก เหมือนที่บอกกับทีมงานว่า


“เวลาที่เราบอกว่าเราทำไม่ได้ เราถามว่าทำไม เวลาที่ถามว่าทำไม ทำให้เขาคิดว่า เขาจะต้องกลับไปคิดว่าทำไม ซึ่งเป็นหลักที่สั้น หลักที่ต้องฟัง หลักที่ต้องถามตัวเอง ล้มแล้วลุกขึ้นมา ให้เศร้าได้แค่วันเดียว”

พอเช้าขึ้นมา คุณจะต้องรู้สึกว่าคุณอยากทำงาน อยากจะแก้ไขปัญหา ส่วนตัวคิดว่าเหมือนเป็นโรคติดต่อ ความรู้สึกว่าถ้าเดินเข้ามาทำงานแล้วรู้สึกหดหู่ ทัศนคติมันแย่ จะติดเชื้อไปหมด เวลาเข้า Call น้องๆ จะบอกว่าพี่มีพลังงานมหาศาล ซึ่งความจริง เมื่อวานพี่ก็มีปัญหา แต่ปัญหามีไว้แก้ บอกเสมอว่า ถ้าคนอื่นแก้ได้เขาก็จะไม่จ้างคุณ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องมั่นใจในว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่มีบทที่ตายตัว คุณล้มได้ แต่ต้องรีบลุกขึ้นมา


“ถึงเวลาที่จิตตก ก็ต้องยอมรับไปเลยว่าจิตตก ปัญหาเข้ามาทุกอย่าง เช้าวันใหม่กินกาแฟแก้วหนึ่งก็พร้อมเริ่มใหม่แล้ว”

กระบวนการที่ทำให้ฟื้นเร็วเวลามีปัญหา

มีคุณพ่อคุณแม่ที่คอย Cheer up พี่ ข้อดีของการทำงานที่บ้าน ทำให้เรามีเวลากับเขา เราต้องหาเวลา ต้องวางแผนและบริหารเวลาดีๆ ว่าจะใช้ไปอย่างไร ทุกเช้าคุณแม่จะตื่นเช้า ทำให้เราตื่นเช้าด้วย มานั่งดื่มกาแฟกับคุณแม่ แล้วคุยกับคุณแม่ ซึ่งคุณแม่เป็นคนชอบข่าว วันนี้มีข่าวอะไร เพราะเขาตื่นมา เวลา 5.45 น.จะเป็นเวลาที่เราต้องมาคุยกัน ใครจะทานข้าวหรือไม่ทาน แต่จะมาคุยกันที่โต๊ะ มีการแหย่กัน ช่วงนั้นพี่จะไม่มีการรับโทรศัพท์ ไม่มีการอ่าน Line เวลาอยู่กับพ่อแม่ เอามือถือไว้ที่อื่นเลย


“เราเจอเรื่องหนักมาเยอะ แต่เราจะมาหัวเราะกับคุณพ่อแค่เรื่องที่คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าปลากระโดดจากบ่อหนึ่งไปอีกบ่อหนึ่ง ไม่มีอะไรเลย แต่เขาคือคนที่ช่วยดึงเรากลับมา เราต้องหาโมเมนต์เหล่านั้น อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป เวลาเราโฟกัสกับงานหรือปัญหามากๆ เราจะไม่หลุดกับปัญหา แต่ถ้าเราลองออกมาข้างนอก แล้วพอมองกลับไปก็จะเห็นวิธี”

ทุกวันนี้บอกคุณพ่อว่า ถ้าทุกวันจับหอยทากที่กินใบไม้ได้ 1 ตัว พี่จะให้ 50 บาท วันแรกเรียกเด็กที่บ้านเดินหาหอยทาก เพราะความจริงสิ่งที่ได้คือ คุณพ่อได้เดินออกกำลังกายและโฟกัสที่ตัวหอยทาก พอหลังจากนั้นมีตัวเล็กเยอะ เลยบอกว่าตัวเล็กให้ 20 บาท แล้วคุณพ่อก็จะส่งการบ้าน เขาก็มีความรู้สึกว่าเราได้ใช้เวลาอยู่กับเขา ส่วนเราเองแทนที่จะโฟกัสที่ปัญหา กลายเป็นไปโฟกัสที่คุณพ่อได้หอยทากกี่ตัววันนี้จะเสียเงินเท่าไร มันคือการดึงเราออกจากปัญหา


“ชีวิตสั้น เพราะฉะนั้นเลือกที่จะมีความสุข เลือกที่จะทำงานแบบสนุก เลือกที่จะคิด Positive เลือกที่จะใช้เวลากับคนที่เรารักให้มากที่สุดในวันนี้”

คำแนะนำเด็กรุ่นใหม่

เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่จะช่วยทำให้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างได้จริงๆ แต่จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เขาคิดว่าสิ่งที่เราสั่งสมมาหรือประสบการณ์ของเราไม่ได้เป็นสิ่งที่ล้าสมัย วันนี้เราต้อง balance ให้ได้ อยากให้ มองว่าในวันที่เราใช้เวลาอยู่ข้างนอก 13 ปีในการบริหารธุรกิจโกลบอล แต่คนรุ่นหลังควรจะต้องใช้เวลาที่น้อยกว่าพี่ที่จะไปยืนในจุดเดียวกันนั้นได้ นั่นหมายความว่า สิ่งที่พี่จะช่วยเขาได้ในการให้มุมมอง ให้ความคิด แต่ไม่ได้บอกให้เขาทำ แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์ เด็กรุ่นใหม่ใน IBM ก็จะให้พี่ช่วยในการเป็น mentor ให้เด็กรุ่นใหม่เยอะมาก ทั่วโลก รวมทั้งพนักงานของ IBM ด้วย โดยเขาจะเลือกหัวข้อกันเอง

ช่องว่างมีโดยเฉพาะการเป็นผู้หญิงอยู่ในวงการไอที เพราะพี่เองก็โดนตัดสินในฐานะที่เป็นผู้หญิงเอเชีย เราหน้าเด็ก สมัยก่อนเวลาเราเดินเข้าไปในตำแหน่งที่ใหญ่ เวลาเดินไปพร้อมกับลูกน้องที่เป็นผู้ชาย มีคนบอกพี่ว่าขอกาแฟหน่อย แต่เราใช้วิธีถามกลับไปเขาว่าคุณจะกินกาแฟอะไร ด้วยความคิดและกว่าที่เราจะผ่านวิธีการคิดแบบนี้ได้


“เด็กรุ่นใหม่ที่จะเลือกมาส่วนใหญ่เป็นเด็กที่กล้าเถียงพี่ เขากล้าที่จะบอกว่าไม่เห็นด้วย ในวันนี้คือเด็กรุ่นใหม่ที่มีความคิด อย่าไปคิดว่าคุณมีประสบการณ์แล้วจะไปสอนเขา คุณต้องเปิดโอกาสให้เขาสอนคุณ ผู้บริหารต้องแก้ที่ตัวเองก่อน เอาอีโก้ความเป็นผู้บริหารลงก่อน วันนี้ลองฟังเขา แล้วนำมาปรับ เราจะได้อะไรอีกหลายอันที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ”


CEO Talk พลิกวิกฤต EP.24

หัวข้อ “Leadership Wisdom: คิดนอกกรอบ”

แขกรับเชิญ-คุณปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และรองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน


******************************


เรื่องโดย ห่วงใย Thai Business

ถอดบทสัมภาษณ์โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ดู 22 ครั้ง0 ความคิดเห็น