ค้นหา
  • ดร. ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ

CFO in Action!

อัพเดตเมื่อ: เม.ย. 6


เมื่อองค์กรถึงจุดที่ต้องตั้ง Avenger Team

ถ้ามองย้อนไปดูสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 87,589 คน โดยประเทศจีนมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อสูงสุดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่มาจากประเทศจีนจำนวน 79,826 คน แต่เมื่อในวันที่ 3 เมษายน กลับมีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 1,016,128 คน โดยผู้ติดเชื้อในประเทศอเมริกามีถึง 245,540 คนเลยที่เดียว และในอาทิตย์ที่แล้วประมาณอเมริกามีคนมาลงทะเบียนเป็นคนว่างงานภายในสองอาทิตย์ที่ผ่านมาสูงกว่า 10 ล้านคนเลยทีเดียว

กลับมามองสถานการณ์ในเมืองไทย World Bank ได้คาดการณ์ว่าผลกระทบจาก COVID-19 จะมีผลทำให้ GDP ติดลบไปกว่า 3-5% โดยโดยการส่งออกของประเทศไทยจะมีการเติบโตติดลบอยู่ที่ 3.4% ถึง 6.8% โดยภาคอุตสาหกรรมที่อัตราการปรับตัวลดลงสูงสุดคือ Transportation, Recreational Activities และ Accommodation ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนเงินสูงสุด (Absolute Term) จะเป็นในส่วนของ Trade, Agriculture และ Manufacturing Goods แต่ World Bank ยังมองว่าประเทศไทยจะสามารถผลิกสถานการณ์และมีอัตราการเติบโตของ GDP ที่เป็นบวกและอยู่ในระดับที่ 3-4% ภายในปี 2021

เมื่อกลับมามองย้อนถึงบทบาทของ CFO ในการช่วยองค์กรในการรับมือกับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ สิ่งสำคัญมากขององค์กร ณ สถานการณ์วิกฤตอย่างปัจจุบันนั้นก็คือการบริหารเงินสดให้กับองค์กร โดยบทบาทของ CFO ต้องทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆในองค์กรเพื่อที่จะจัดการเรื่อง Cash flow ของบริษัทเอาไว้ได้ แต่ CFO เองคงจะทำทุกอย่างเองไม่ได้ สิ่งที่องค์กรต้องทำคือการตั้ง ทีมยอดมนุษย์ หรือ Avenger Team ขึ้นมา หรือที่เรียกว่า Cash Steering Committee ซึ่งประกอบไปด้วย Senior Management ทั้งหมดของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น CEO, COO, CFO, CCO (Chief Commercial Offer), CHRO หรือ Head of Procurement คือหน่วยงานที่มีผลโดยตรงในเรื่องของการหาและใช้เงินสดขององค์กร บทบาทของ Cash Steering Committee อย่างน้อยต้องมีการประชุมร่วมกันทุกวันเพื่อ update สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน แต่อาจจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งคนที่ควรเป็น Lead สำหรับ Cash Steering Committee ควรจะเป็น CFO และหัวข้อที่จำเป็นที่ต้องนำมาคุยกันนั้นก็คือสถานการณ์เงินสดขององค์กร รวมถึงผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าในสถานการณ์ปัจจุบันคงไม่มีใครสามารถที่จะทำนายสิ่งที่เกิดในอนาคตได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ดังนั้นการทำ Scenario Analysis เพื่อประเมินถึงสมมุติฐานหลักที่ผลกระทบโดยตรงกับเงินสดในมือขององค์กรเป็นเรื่องที่สำคัญมากในสถานการณ์ปัจจุบัน

เรื่องแรกการประเมินเงินที่จะเข้ามา Show Me the Money!

แหล่งรายได้ที่จะเข้ามาที่บริษัทนั้น สิ่งที่ทุกองค์กรอยากให้เป็นคือควรจะเป็นรับรับที่ได้มาจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นเอง แต่ทาง KPMG แนะนำว่าเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติกล่าวคือ สินค้าและบริการที่เคยขายได้ในอดีตอาจจะไม่ป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป ดังนั้นถ้าเรามาจาก Value Chain ปกติเรามักที่จะเริ่มจาก

  1. Input คือ แหล่งวัตถุดิบและการหา Supplier

  2. Process เข้าสู่ขบวนการเพิ่มคุณค่าขององค์กร

  3. Output การที่สินค้าและบริการสามารถส่งไปถึงลูกค้าเราได้ที่สุด

แต่ในสถานการณ์ในปัจจุบันสิ่งที่เราต้องพิจารณาอาจจะต้องคิดกลับในทางตรงกันข้ามกล่าวคือ เราต้องมองขั้นตอนแรกก่อนว่ายังมี Demand สำหรับสินค้าละบริการของเราอยู่อีกหรือเปล่า ส่วนที่สองก็คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค (Consumer Behavior) โดย CFO สามารถเข้ามาช่วยดูได้ว่าองค์กรมี Resource อะไรในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น ตอนนี้คนอาจจะระวังในการจับจ่าย ดังนั้นการทำ Product ให้มีปริมาณเล็กลง ราคาถูกลง เพื่อสร้างความต้องการให้กับผู้ซื้อ หลังจากนั้นต้องมาสะท้อนถึงขบวนการการผลิตและปริมาณการผลิตว่าจะสามารถปรับลดออกอีกส่วนหนึ่งไปเพิ่มในอีกส่วนหนึ่งได้หรือไม่

สิ่งสำคัญ Cash is King เงินสดต้องเก็บทุกเม็ด

องค์กรจะหา Cash อย่างไรในช่วงวิกฤต KPMG มีข้อแนะนำถึง Quick-Win 4 ประการที่จะช่วยให้องค์กรและ CFO หาเงินสดให้เจอ

  1. Customer พูดคุยกับลูกค้าเพื่อจะทราบถึงสถานการณ์ทางด้านการเงินของลูกค้า ตามความเป็นจริง และเพื่อให้รู้ถึงสถานการณ์เงินที่เป็นจริงของลูกค้า หรือโอกาสในการเสนอส่วนลดให้ลูกค้าเพื่อให้ได้เงินเร็ว รวมถึงการทำงานกับฝ่ายขายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทราบถึงสถานะการเงินของลูกค้า

  2. Supplier ควรจะเริ่มคุยกับ Supplier ตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการสอบถามถึง supplier ของ supplier อีกทีเพื่อให้ทราบสถานการณ์ที่เป็นจริง ถ้าฐานะทางการเงินของ Supplier ยังดีอยู่เราสามารถที่จะเจรจาเพื่อขอเลื่อน Credit Term หรือถ้าสถานการณ์ทางการเงินของเราดีกว่าเราอาจจะยอมที่จะจ่ายก่อนเพื่อแลกกับส่วนลด โดย CFO เองก็สามารถที่จะช่วยบอกว่าสินค้าไหนที่ยังทำกำไรให้องค์กรและสินค้าใดที่ไม่ควรผลิตอีกต่อไปแล้วเนื่องจากต้นทุนในการผลิตอาจจะสูงกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติ

  3. Inventory พยายามใช้ที่มีให้หมดก่อนหรือใช้สินค้าในคลังสินค้าเราก่อน ในส่วนเรื่องการจัดซื้อควรจะมีการ review ทุกวันเพื่อสะท้อนถึงแผนในการสั่งซื้อ หรือถ้าสินค้าสำเร็จรูปอาจจะขายได้ยาก องค์กรสามารถที่จะพิจารณาในการขายวัตถุดิบแทน

  4. Expense Review ค่าใช้จ่ายต้องดูทุกบรรทัด อะไรที่ไม่สำคัญก็ควรจะตัดหรือไม่ก็ชะลอออกไปก่อน โครงการการลงทุนใหม่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องใช้เงินสดก็ควรที่จะชะลอออกไปก่อนถ้าเป็นไปได้ องค์กรต้องลดต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ให้หมด ส่วนต้นทุนคงที่ (Fix Cost) ก็จำเป็นที่ต้องบริหารจัดการให้ดี แต่องค์กรก็ต้องลองมองโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆประกอบไปด้วยอย่าเพียงแต่ตั้งรับเพียงอย่างเดียว ถ้า Cash Flow ถึงขนาดวิกฤตอาจจะต้องถึงขนาดพิจารณาลดเงินเดือนด้วย โดยเริ่มจากตัวผู้บริหารก่อนเพื่อเป็นสัญลักษณ์และเป็นตัวอย่างก่อนที่จะถึงพนักงานในระดับล่างต่อไป


การทำ Forecast Cash Flow ในสถานการณ์วิกฤต จะทำอย่างไรดี

การทำ Forecast ไปอีก 3-6 เดือนข้างหน้าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เราจะอาศัยข้อมูลจากอดีตอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องอาศัยการตัดสินใจของเราว่าสินค้าและบริการของเราจะขายได้ไหมและจะได้เท่าไร ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญว่าทำไม Cash Steering Committee ถึงต้องประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูงขององค์กรมาช่วยกันทำ Forecast ทั้งรายรับและรายจ่าย สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเมื่อได้ยอดเงินสุทธิหรือ Net Cash Projection ออกมาแล้วเรารู้ไหมว่ามันจะติดลบเมื่อไร เมื่อเรารู้แล้วว่าอีกกี่เดือนกว่าที่เงินเราหมดจะช่วยทำให้เราตั้งรับได้ล่วงหน้า ถึงแม้ว่าเราอาจจะมี Credit กับสถาบันการเงินเหลือแต่ทางสถาบันการเงินอาจจะไม่ให้ Credit กับเราทั้งหมด แต่ถ้า CFO สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินความสามารถทางการเงินโดยทำ Business Model ที่สะท้อนถึงสถานการณ์ที่องค์กรจำลังเผชิญอยู่อาจจะสามารถโน้มน้าวสถาบันการเงินให้รู้สึกมั่นใจในแผนธุรกิจ สิ่งที่ควรจะทำคือ เราควรจะคุยกับ Bank ตั้งแต่เนินๆ อย่ารอ

ส่วนการทำ Stress Test ก็คือการสร้าง Scenario ต่างๆที่สะท้อนถึงสมมุติฐานที่ผลกระทบต่อเงินสดขององค์กร โดย

  • Base Case เป็นสถานการณ์ที่น่าจะเป็น

  • Worst Case คือสถานการณ์ที่เลวร้าย

  • Best Case คือสถานการณ์ที่ดีกว่าคาดการณ์ไว้


Scenario Stress Test คือการปรับเปลี่ยน Assumption ที่เราใส่เข้าไปใน model ไม่ว่าจะเป็น Assumption หลักๆเช่น ยอดขาย ส่วนลด ระยะเวลาในการเก็บเงินจากลูกค้า รวมถึง Credit Term ที่เราต้องจ่ายให้กับ Supplier การลงทุนในเครื่องจักร แล้วทาง Cash Committee จะมาคุยกันเพื่อหาแนงทางในการรับมือตาม Scenario ต่างๆ แต่ข้อแนะนำคือควรที่จะสร้าง Model ในการ Test สมมุติฐานให้ง่ายและไม่ซีบซ้อนมากนัก ส่วนสิ่งที่ได้รับหลังจากการทำ Stress-Test คือจะบอกว่าในแต่ละ Scenario บอกว่าเราจะใช้เงินเท่าไร ซึ่งจะทำให้เราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เพื่อที่จะพูดคุยกับกับสถาบันการเงินเลย โดย CFO มีบทบาท ที่สำคัญในการเตรียมข้อมูลเพื่อสนับสนุนสมมุติฐานที่สำคัญในการทำ Stress Test เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป


เรียนรู้จากวิกฤตเพื่อสร้างองค์กรในอนาคตให้แข็งแกร่งกว่าเดิมได้อย่างไร

Cash Steering Committee มาดูแล short-term แต่ executive committee ยังต้องมีต่อไปเพื่อดูไปยังอนาคตและ long-term strategy เพื่อให้ยังอยู่โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนรวมถึงการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ องค์กรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เร็วจะสามารถ take-off และเริ่มได้เร็วกว่าคนอื่น ในช่วง COVID-19 ทำให้องค์กรสามารถสร้าง Business Model ใหม่ในการพัฒนาธุรกิจรวมถึงการลดค่าใช้จ่าย เรื่องของการสร้างทักษะใหม่ๆให้เกิดขึ้นภายในองค์กรโดยการเข้าใจเรื่อง Workforce Capability และการ Shared Skills โดยแต่ละหน่วยงานมีการปรับเปลี่ยนได้เร็วและสร้างองค์ความรู้ข้ามหน่วยงานหรือ Cross-skill จนกลายเป็นความสามารถในการสร้างวัฒนธรรมในการทำ Business Transformation ได้ในที่สุด

สุดท้ายทางผู้บรรยายจาก KPMG ได้ทิ้งท้ายไว้ว่าสิ่งสำคัญสามประการที่ CFO จะสามารถเข้ามาช่วยสร้างแตกต่างได้ในองค์กรคือ

1. Cash โดยการจัดตั้ง Cash Management Committee อีกทั้งมีการปรับเปลี่ยนสมมุติฐานในเรื่องเงินสดขององค์กรตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

2. Communication คือมีการทำการสื่อสารให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ

3. Cooperation นั้นคือ CFO ต้องประสาน กับองค์กรทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน

ทาง ห่วงใย Thai Business ขอขอบคุณวิทยากรจาก KPMG ทั้งสามท่าน ที่มารวมแบ่งปันความรู้


คุณสุกิจ วงค์ถาวราวัฒน์ ประธานฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจ

คุณธนิต โอสถาเลิศ กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

คุณทรงพล เกียรติเลิศพงศา ผู้อำนวยการที่ปรึกษาธุรกิจ


ติดต่อ KPMG ได้ที่ LINK

รับชมรายการสัมมนา Online ย้อนหลังผ่าน Facebook Live ได้ที่ LIVE

เอกสารประกอบการบรรยายซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KPMG สามารถ download ได้ที่ DOWNLOAD


สรุปเนื้อหาโดย


ดร. ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ


ดู 0 ครั้ง

© 2020 by ADGES