ค้นหา

ถอดบทเรียน CEO TALK EP1 คุณบุญยง ตันสกุล


สรุปข้อคิดจาก "CEO TALK พลิกวิกฤต" จาก คุณบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซน คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)


ธุรกิจของกลุ่ม ZEN เราแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ZEN ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และได้จัดโครงสร้างของธุรกิจใหม่ ทั้งหมด 3 กลุ่ม มีกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร อันนี้เป็นธุรกิจดั้งเดิมที่เราดำเนินธุรกิจมา 29 ปี อีกกลุ่มหนึ่งคือเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ เราก็มีการขยายธุรกิจในรูปแบบ แฟรนไชส์ ทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย และขยายไปในประเทศเพื่อนบ้าน อีกธุรกิจหนึ่งคือ เราเรียกว่าธุรกิจใหม่ เป็นธุรกิจที่เราเริ่มทำมาเมื่อตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็จะมีทั้งธุรกิจที่เป็นธุรกิจส่งอาหาร หรือเราเรียกติดปากว่า Deliver และก็ธุรกิจค้าปลีก เรามีการจำหน่ายวัตถุดิบเข้าไปในช่องทางของกลุ่ม Modern Trade เกือบทั้งหมด


เมื่อก่อนร้านเราจะกระจุกตัวอยู่ในศูนย์การค้าเป็นหลักเกือบ 100% ในปีที่แล้วก็มีการกระจายร้านออกมานอกศูนย์การค้า และกระจายไปยังร้านต่างๆ ประมาณ 100 กว่าสาขา และเปลี่ยน Format ของร้านใหม่ นอกจากเราไปอยู่นอกศูนย์การค้าแล้ว ก็ยังมีอีกหลายโมเดลมากที่อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน อยู่ในรูปแบบของ Food court อยู่ในรูปแบบที่เป็น Delco ซึ่ง Delco ไม่ได้ส่งหน้าร้าน เปิดศูนย์ขึ้นมาเพื่อจัดส่งอาหารอย่างเดียว โมเดลที่เป็นอยู่ตามตึกแถว อยู่ตามสำนักงานให้เช่า ก็มีการกระจายตัวในหลาย Format มาก


ในการเปลี่ยนรูปแบบในโมเดลธุรกิจในปีที่ผ่านมา ก็เป็นความบังเอิญเหมือนกันว่าในปีนี้เราประสบปัญหาเรื่องโรคระบาด ไวรัส Covid -19 เป็นโมเดลธุรกิจที่เราได้กระจายความเสี่ยงเมื่อปีที่ผ่านมา วันนี้ก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ เป็นสิ่งที่เราก็คาดไม่ถึง เรามีการเตรียมตัวเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ในกลุ่มของธุรกิจเซน เรามีแบรนด์ถึง 15 แบรนด์ ด้วยกัน เราเรียกว่า Brand Portfolio ก็เรียกว่าครอบคลุมทุกประเภทอาหาร คือ ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารไทย อาหารไทยอีสาน อาหารจีน อาหารเวียดนาม รวมทั้งอาหาร สตรีท ฟู้ดส์ หรืออาหารตามสั่งที่เรารู้จักกัน วันนี้พอเรามาจัด Port ต่างๆ ใหม่ให้มันมีความสอดคล้องกับวิกฤตที่เกิดขึ้น


ผมคิดว่าส่วนหนึ่งการที่เกิด Covid -19 มันจะ disrupt ในทุกๆ มิติ การใช้ชีวิตของคนก็จะเปลี่ยนไป วันนี้พอมีข่าวในเรื่องของปัญหาต่างๆ มันก็จะทำให้คนระมัดะวังไม่ออกจากบ้าน เน้นการทำอาหารทานเอง เราไปวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของลูกค้า ใช้ลูกค้าวันนี้เป็นศูนย์กลาง แล้วก็มาดูว่าพฤติกรรมของลูกค้าในการทานอาหารเปลี่ยนไปอย่างไร ในธุรกิจอาหารมีข้อดีอย่างหนึ่งคือ อยู่ในกลุ่มของสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาหารและยา กลุ่มนี้จะเป็นสินค้าที่ได้เปรียบ เป็นความโชคดีที่เราทำอยู่ใน segment ของธุรกิจนี้ พอพฤติรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป แน่นอนช่องทางการทำอาหารจากการวิเคราะห์ดู ช่องทางแรก คือไปซื้อสินค้าที่ supermarket อีกช่องทางหนึ่ง ถ้าเกิดไม่ซื้อมาทำกินเอง ก็ต้องไปรับเอง หรือเราเรียกว่า Takeaway ช่องทางนี้ก็มีการเติบโตสูง ที่บ้านเรานิยม มีอยู่ 4 App หลักๆ ผู้นำคือแน่นอน Grab, Food Panda, Line Man และ GET เราก็ใช้ช่องทางเหล่านี้ แต่เราโชคที่เมื่อปีที่แล้วเรามี platform เองที่เราสร้างขึ้นมา คือเบอร์ 1376 เป็นเบอร์ Call Center ของเราเอง วันนี้ ถ้าเราใช้ช่องทางเดียวคือ App Delivery ตอนนี้มีปัญหา คือ รองรับไม่ไหว ทำให้ลูกค้าที่ผ่านช่องทางนี้ส่วนใหญ่โทรมาผ่านเรา เบอร์เรา 1376 เบอร์ 1376 เราใช้เวลาเกือบๆ ปี ในการที่จะโปรโมท เบอร์เหล่านี้ในหลายมิติ วันนี้เชื่อไมครับว่าจากการโทรเข้ามาสั่งอาหารเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 30-40 สายต่อวัน วันนี้เห็นการเติบโตขึ้นมาประมาณ 6-7 เท่า คือประมาณ 250 -300 สายทุกวัน


ร้านในศูนย์การค้าวันนี้ถึงแม้เราไม่สามารถเปิดร้านนั่งทานได้ แต่ศูนย์การค้าส่วนใหญ่ยังจัดพื้นที่ให้บริการให้เรา คือตั้งเป็นจุดรับ ส่ง อาหารบริเวณหน้า TOP ด้านหน้า supermarket ตรงชั้นล่าง หลาย ๆ แบรนด์ก็ไปรวมกลุ่มกัน จัดก็พื้นที่ของโต๊ะให้มีความเหมาะสมตามหลักของ Social Distancing ทั้งคนที่มารับเอง เขาก็มีการจัดเก้าอี้ ให้บริษัทที่มารับ ส่ง อาหารมีการนั่งมีระยะห่างกัน วันนี้เราใช้รูปแบบของการเปิดในศูนย์การค้าต้อง เปลี่ยนโมเดล จากที่เคยเป็น Full Service Restaurant นั่งทาน มาเป็นธุรกิจ รับ ส่ง อาหารแทน วันนี้ โมเดลในศูนย์การค้า อีกประมาณสัปดาห์หนึ่งทุกท่านจะเห็นเราจะทำเป็น Drive Thru


ทีมงานเราเป็นพันกว่าคน เปลี่ยนรูปแบบ จากการ service ในร้านมาเป็น Direct Sell คือเริ่มต้นโฟกัสไปที่จำกัด area ในรัศมี ใช้ neighborhood concept ระยะประมาณ 3-5 km รับผิดชอบใน พื้นที่ต่างๆ ที่ร้านเราตั้งอยู่ และก็ไปเจาะ ตลาด อันดับแรกที่ไปเจาะตลาด คือตลาดคอนโดมิเนียม คอนโดมิเนียมในกรุงเทพซึ่งมีจำนวนมหาศาล ส่วนใหญ่พื้นที่ไม่มาก พฤติกรรมของคนในคอนโด คือไม่ทำอาหารทาน พื้นที่ครัวมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ อาหารเป็นลักษณะ ready to eat, ready to cook ไปซื้อมาและก็ไป warm นี่ก็เป็นโอกาสหนึ่งของกลุ่มเซน คือเราใช้กองทัพ "นักรบ Zen" ที่วันนี้ ต้องมาทำ Direct Sell ไปขาย สินค้านอกร้าน แต่การขายสินค้านอกร้าน มีข้อดีอย่างไร คือเราขายได้ทุกมื้อ ไม่มีข้อจำกัดในการเปิด ปิดห้าง เมื่อก่อนเราอยู่ในห้าง เราเปิดร้าน สิบโมง ปิดสี่ทุ่ม วันนี้ ตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้า เราขายมื้อเช้าได้เลย ในเรื่องของ 3 Concept คือ 1) ถูก วันนี้ อาหารต้องถูก ราคาไม่แพง เพราะวันนี้คนระมัดระวังในเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ถ้าเราไปดูดัชนี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดิ่งทุกวัน ยิ่งดิ่งลงเท่าไหร่ อาหารจะต้องมีราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ จัด pricing ให้เหมาะสม จัดราคาให้เหมาะสม 2) ต้องรวดเร็ว อาหารถ้ารวดเร็วจะดีทั้งสามฝ่าย หนึ่ง ดีทั้งคนที่ทำ คือประหยัดในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการปรุง เช่น แก้สหุงต้ม เราทำในปริมาณที่จำนวนมาก เพื่อให้สะดวกกับคนที่มารับ เช่น pre-cook ไว้ก่อน ก็ลดเมนูลงให้มีข้อจำกัด วันนี้ผู้บริโภคไม่ทานอาหารที่มีราคาสูง ในสภาวะนี้ เราก็พยายามให้ทุกๆ แบรนด์ พยายามมุ่งเน้น ในการ ทำอาหารให้อยู่ใน และสุดท้ายคือเรื่อง ดี ซึ่งจะตอบโจทย์ ผู้บริโภค

สุดท้าย วันนี้ ถามว่ากลุ่มของพนักงาน ดูแลอย่างไร พนักงานเรานี้ เราเองอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ สำหรับพนักงานประจำ แทนที่จะไปลดเรื่องผลตอบแทนของเขา เรากลับเพิ่มงานให้เขาทำ ให้เขาทำมากขึ้น กว่าเดิม วันนี้พอ เกิดปัญหา เกิดวิกฤต เราถือโอกาสที่จะเพิ่ม efficiency ที่เปลี่ยนรูบแบบใหม่คือ ลักษณะที่ multi-task ที่หลากหลาย ทำให้เราสามารถสู้วิกฤตและสามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับกลุ่มพนักงานครับ


ดู 125 ครั้ง

© 2020 by ADGES