ค้นหา

เพื่อนมีค่า เมื่อปัญหาเกิด โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต



รายการ Spiritual Journey “เพื่อนมีค่า เมื่อปัญหาเกิด”

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00-10.00 น.

หัวข้อ “เพื่อนมีค่า เมื่อปัญหาเกิด” โดย แม่ชีศันสนีย์

ดำเนินรายการโดย-ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ Content Director - ห่วงใย Thai Business และ Founder & CEO - ADGES


ร่วมสนทนาธรรมกับ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต จากเสถียรธรรมสถานสถานที่เสมือนเป็นโอเอซีสทางด้านจิตวิญญาณที่ปกติใครเดือดเนื้อร้อนใจมักจะทำให้จิตใจกลับมาชุ่มชื้นได้ แต่วันนี้ช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาเสถียรธรรมสถานเกิดเพลิงไหม้และมีความเสียหายเกิดขึ้น แต่การสูญเสียดังกล่าวแม่ชีศันสนีย์ได้สอนให้มองว่า ทุกครั้งเมื่อมีการสูญเสีย เราต้องเปลี่ยนเรื่องร้าย กลายเป็นดีได้ และการที่หมดแรงแต่ไม่หมดใจต้องทำอย่างไร รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินการ แต่ไม่ส่งผลกระเทือนทางจิตใจกันเลย เพราะอะไรนั้นคำตอบหาได้จากนี้


หลังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เสถียรธรรมสถาน 1


ทำให้รู้ว่าเพื่อนมีค่ามาก เมื่อปัญหาเกิดเสมอ บางทีเราคบกันเราไม่รู้ว่ามิตรภาพเป็นอย่างไร แต่หลังจากเกิดเรื่องไปทำให้เห็นว่าเวลาเรามีภัย ใครก็ตามที่เดินมาหาเรา ในฐานะของเพื่อนร่วมทุกข์มาเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี เป็นสิ่งมีค่ามาก เพราะปัจจุบันขณะที่สังคมมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น แต่เราไม้ได้ทอดทิ้งกัน

หากพูดถึงความห่วงใยถือเป็นหนึ่งในทางสติปัญญาอยู่แล้ว แต่การที่หลายคนได้มาร่วมกันชี้แจง เปลี่ยนเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีมันรู้สึกอบอุ่น เหมือนวันนี้ที่เราได้นั่งคุยกันที่บ้าน รู้สึกสบาย เพราะว่าเป็นการมาฟังหัวใจกัน ที่ผ่านมาต้องขอบคุณที่ทำให้เราได้รับใช้ และกรรมตรงนี้มันตรง เพราะขณะที่ทุกคนรู้ว่าบ้านเรากำลังไฟไหม้หรือกำลังทุกข์ มันเห็นผลในทันทีทุกรูปแบบ ตั้งแต่คนในเสถียรธรรมสถานเองก็พยายามจะดับไฟ แล้วก็พยายามป้องกันเพื่อนบ้าน เพราะสมบัติอะไรที่เรายังมีชีวิตอยู่ก็ยังสามารถบริหารจัดการได้อยู่ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องรักษาโอกาสที่ยังให้ได้อยู่


ความจริงเมื่อเกิดเหตุมีคนรายงานทางโทรศัพท์คุณยายทันที แต่ก่อนที่โทรศัพท์จะดัง ตื่นขึ้นมาเวลาตีหนึ่งครึ่งเพื่อเข้าห้องน้ำและพยายามบังคับให้ตัวเองหลับ แต่เรานิมิตเห็นว่าตัวเองกำลังอยู่กับความร้อนในไฟ เหมือนเรากำลังอยู่ในสถานการณ์นั้นและกำลังช่วยเหลือตัวเอง จนมีคนพาคุณยายออกจากกองเพลิง


วันที่เกิดเหตุคุณยายอยู่ที่หุบเขาโพธิสัตว์ (เสถียรธรรมสถาน 2 อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี) กว่าเราจะมาถึง ไม่สามารถช่วยอะไรทางนี้ได้ เลยใช้วิธีการสื่อสารและบริหารจัดการหลายรอบ รอบแรกคือการดูว่าจะต้องบอกใคร รอบที่สองต้องดูว่าใครต้องรู้บ้าง และรอบที่สามต้องมีการรายงานกลับมาด้วย โดยทั้งหมดนี้ใช้หลักเกณฑ์ของการเป็นเพื่อน ซึ่งมีค่าอยู่ และทำให้รู้ว่ามีคนรักเรามาก เพลิงถึงได้สงบเร็ว


สิ่งที่ต้องรู้จากเหตุการณ์นี้


ทำให้รู้ว่าเราต้องรักกับคนที่อยู่รอบข้างเรา ทั้งคนในเสถียรธรรมสถาน โดยสิ่งแรกที่ถามคือ คนปลอดภัยหรือไม่ เพื่อนบ้านปลอดภัยหรือไม่ และขอให้มีวิธีการป้องกันที่ทำให้เพื่อนบ้านเราต้องปลอดภัยให้มากที่สุด เพราะความจริงคือ หากเรายังมีชีวิตเรายังหาได้ใหม่ แม้ต้องสูญเสียอวัยวะบางอย่าง แต่เรายังมีลมหายใจที่เหลืออยู่ มีสติ และมิตรภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ


การเกิดนิมิตทำให้เห็นว่าสิ่งนี้มีอยู่จริงถ้ามีการปฏิบัติธรรม


การปฏิบัติธรรมเหมือนเป็นวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ใช่นานๆ ปฏิบัติทีจึงมีจิตที่มีกำลัง ซึ่งการมีจิตที่มีกำลังก็มาจากการเฝ้ารักษา เช่น เวลาที่มีความชอบเกิดขึ้นก็อย่าเผลอเพลิน รู้จักป้องกันตัวเอง โดยสติจะทำให้เราไม่เผลอเพลิน คือ ชอบก็รู้ ชังก็รู้ เวลาชังก็ไม่ต้องไปตีอกร่ำไห้ถึงความลืมหลง สิ่งเหล่านี้จะทำให้จิตบริสุทธิ์ตั้งมั่น เพราะเป็นจิตที่มีสมาธิ จิตอย่างนี้จะมีความละเอียด มีความโปร่งที่จะรับรู้สิ่งที่อาจจะรู้ล่วงหน้า แต่ก็ต้องไม่ประมาท ไม่ใช่การรู้ล่วงหน้าก่อนไฟไหม้ แต่ขณะที่เกิดภัยเรารู้ ทำให้ขณะนั้นไม่แก้ปัญหาด้วยอาการฟูมฟายหรือแก้ปัญหาด้วยความตกอกตกใจ


เมื่อ 2 เรื่องที่ห่วงคือคนในเสถียรธรรมสถานและเพื่อนบ้านปลอดภัยแล้ว การสูญเสียทรัพย์ที่หายไปย่อมมีคุณค่าทางจิตใจแน่นอน แต่การที่อยู่ในภาวะวิฤตการณ์ของโลกขณะนี้ที่จู่ๆ เงินหายไป แต่เราต้องรู้ว่าในความรู้สึกเรากำลังเป็นอยู่นี้มีไว้เพื่อให้เราไม่ประมาทในการสูญเสียต่อไปอีก แล้วเราต้องบริหารจัดการอย่างไรด้วยใจที่บริสุทธิ์ตั้งมั่น เหมือนที่โควิด-19 มา ก็ต้องรู้ว่านี่คือการสูญเสียอย่างหนึ่ง แต่จะมีวิธีการที่จะอยู่กับการสูญเสียนี้อย่างไร เพราะปัญหาจะเยอะขึ้น จะใช้แค่ความรู้สึกไม่ได้ในการแก้ปัญหาไม่ได้


อย่างครั้งเกิดโควิด-19 ใหม่ๆ พยายามสร้างกระบวนการที่จะพึ่งตนเองให้ได้ จากตอนแรกมีไก่ไม่กี่ตัว ไข่วันละไม่กี่ฟอง ปลูกอะไรที่กินกันง่ายๆ แต่เดี๋ยวนี้ปลูกกันเป็นฟาร์ม ในช่วงเวลา 8 เดือน ปลูก ปรุง แปลง และวันนี้ได้เริ่มการทำปุ๋ยเอง เพราะเราต้องพึ่งตัวเองให้ได้แบบครบวงจร ฟาร์มนี้พร้อมจะเป็นพลังชีวิต ดังนั้นหุบเขาโพธิสัตว์ต้องเป็นเหมือนหลุมหลบภัยที่มีชีวิต ตอนแรกไปมีความลำบากมาก แต่ตอนนี้ต้นไม้เริ่มโต ทำให้เห็นเลยว่าการบริหารจัดการดิน น้ำ ลม ไฟ อย่างคนที่ไม่ท้อแท้ไม่หมดหวังโดยไม่นั่งเสียดายว่าเศรษฐกิจจะต้องกลับมาดี ซึ่งเราทำให้ดี ให้มีความสุขได้ แน่นอนที่ทุกอย่างยังไม่กลับมาเหมือนเดิม เพราะต้องใช้เวลา


“การมีสติปัญญา บริหารเวลาอยู่ด้วยความไม่ประมาทขาดสติ นี่คืออริยทรัพย์ เสียใจกับสิ่งที่สูญเสีย แต่รู้สึกเลยว่าเราต้องไม่ประมาทอีก”


สิ่งที่ไหม้ส่วนหนึ่งคือโรงเก็บไม้พะยูง เสียดายที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมหรือเพื่อใช้กับสิ่งอื่นๆ ได้อีก ถ้าเป็นนักธุรกิจจะคิดเร็วว่าไม้กองนี้เอาไปสร้างอะไรได้เลย เหลือก็นำไปทำศาลา หรือไปใช้ตามเฟส แต่คุณยายคิดช้าและกำลังคิดว่าปีใหม่จะเอาไปที่หุบเขาโพธิสัตว์ปีใหม่ จึงทำให้เห็นว่า


“บางเรื่องต้องชัดอย่าช้า แต่บางเรื่องช้าแล้วชัด บางเรื่องเร็วแล้วรน บางเรื่องต้องรู้จักจัดลำดับ หนึ่งสองสาม ว่าอะไรสำคัญ”


การปฏิบัติธรรมควรเริ่มทันที


หลายคนอยากปฏิบัติธรรมมัวแต่รอ รอเกษียณหรือลูกโตก่อน ซึ่งความจริงคนที่รอเพราะเป็นผู้ไม่รู้ภัยในอนาคต แต่การที่เราเริ่มปฏิบัติธรรมตอนนี้โดยไม่รอ นั่นคือ การเป็นชีวิตที่มีอิสระ บรรลุได้ เพราะจะทำให้มีกำลังกับสมบัติที่เหลือได้ดีกว่าการใช้สมบัติด้วยตัณหา เนื่องจากมีอริยทรัพย์คุมทรัพย์ ด้านหนึ่งอาจจะมองว่ารอให้ไปหาเงินก่อน แต่สำหรับคุณยายมองว่า ควรเริ่มต้นจากการมีอริยทรัพย์ก่อน เพราะจะทำให้เรามีปัญญาในการจัดการทรัพย์ภายนอก จนกลายเป็นสิ่งที่สามารถบริหารจัดการแล้วยังสามารถพ้นทุกข์ด้วย เพราะสิ่งนั้นจะไม่ทำให้เผลอเพลิน


ทั้งนี้ การรู้ภัยในอนาคตว่ามีอะไรบ้าง ตั้งแต่ การเจ็บ ป่วย พิการ ข้าวยากหมากแพง ซึ่งพอเกิดโควิด-19 ทำให้เห็นหมด ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ปัจจุบันถ้าเราไม่แข็งแรงไว้ก่อน เราจะเผชิญกับสิ่งนั้นได้ไม่แข็งแรง ถ้าจะปฎิบัติธรรมจริงๆ ควรต้องเริ่มทันทีอย่ารอ (Here and now)


คำแนะนำเมื่อโควิด-19 กลับมาเร็วและแรง อาจจะรู้สึกท้อไม่เห็นอนาคต


อย่าเคาท์ดาวน์ (Countdown) แต่ต้องรู้จักนับขึ้นหรือนับไปข้างหน้า (Count Up) เช่น เมื่อไม่ควรไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดซึ่งความจริงก็สามารถสวดมนต์ที่บ้านได้ เสถียรธรรมสถานจึงทำเป็นออนไลน์มีคำอ่าน เพราะนี่คือการทำให้ไม่ต้องมีคนมารวมกันที่เสถียรธรรมสถาน 1 แต่เป็นการให้มีช่องทางการสื่อสารมากขึ้น โดยสิ่งที่จะทำให้คนเจริญขึ้นหรือนับขึ้น ตอนนี้คุณยายสอนภาวนาผ่านสื่อออนไลน์จากเครื่องมือที่มีอยู่ เหมือนเรากำลังหาความสุขที่ได้จากความทุกข์ เพราะความจริงเรางอกงามได้จากการสูญเสีย เราโตได้จากการจากพราก นี่คือธรรมมะที่ได้มาจากช่วงนี้ ซึ่งปัจจุบันมีความซับซ้อนอยู่ เพราะหากมองความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็มีความเสียหายแบบหนึ่ง ไฟไหม้เป็นการสูญเสียอย่างหนึ่ง ป่วยไข้ก็สูญเสียอย่างหนึ่ง แต่ทั้งหมดสามารถงอกงามได้ทางจิตวิญญาณ และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องเจออยู่แล้วเนื่องจากเป็นภัยในอนาคต แต่ถ้าเราจะบรรลุธรรม ต้องรู้จักไม่ประมาท ต้องรู้จักปัจจุบันขณะ และรู้ภัยในอนาคตอย่างไม่ระแวง แต่ต้องระวัง


แน่นอนปัจจุบันเศรษฐกิจยังไม่ลงมาสุดเพราะรัฐบาลและนักธุรกิจยังมีสายป่าน แต่ช่วงกลางปี 2564 เป็นต้นไปน่าจะต้องติดตาม จากที่ได้มีโอกาสไปสมุยกับลูกศิษย์ที่ทำงานบุญด้วยกัน ตอนนี้พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า เหมือนสิ่งที่กำลังมีชีวิตอยู่ๆ ได้หายไป เลยบอกว่าเราจะต้องอยู่กับมันอย่างไรอย่าง Count Up ให้ได้ คุณยายเองก็ต้องพัฒนาสิ่งที่สูญเสียจากไฟไหม้ ไม้พะยูงที่ถูกเผาไป เป็นคาร์บอนแทนก็สามารถเป็นมวลสารของพระพุทธรูปได้ และตอนนี้ต้องใช้ถ่านให้เป็นทรัพย์ และนำเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไปสอนคนได้ หรือเอามาแสดงธรรมได้


“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราสามารถเรียนรู้หรืองอกงามต่อสิ่งที่สูญเสียได้”


เหมือนที่เราทำปุ๋ยได้เราก็งอกงามแน่นอน หรือถ้าปลูกผักเป็นแล้วไม่อดตายแน่นอน เลี้ยงไก่ให้มีความสุขไข่มีความสุข แต่สิ่งเหล่านี้ยังต้องจบด้วยการแบ่งปันอยู่ดี เช่นเดียวกับมิตรภาพก็สำคัญ พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ พอทราบข่าวก็โทรมา เบิร์ดทราบข่าวบ้านของเราไฟไหม้ นี่คือเสียงของน้ำที่ดับไฟ หยดน้ำเล็กๆ จากคนที่รักคุณยาย เหมือนกับนกกระจิบบินไปคาบน้ำ อย่าไปคิดว่านี่แค่หยดน้ำเล็กๆ จากปากนกกระจิบมันเล็กน้อย เพราะน้ำที่นำความชื่นใจถึงแม้จะเป็นนกกระจิบตัวเล็กๆ แต่เป็นฝูงใหญ่ ไฟดับไม่ดับไม่รู้ แต่ตอนเห็นนกกระจิบไปเอาน้ำมาเป็นฝูงเห็นแล้วสดชื่นในใจ ไฟจะดับไม่ดับเป็นเรื่องของการใช้ปัญญากับมัน ความสุขเล็กๆ ที่เข้ามาจะต้องมีให้มาก แม้ปีนี้เราต้องสูญเสียสมบัติจากการไฟไหม้หายไป ของอาจจะมีค่า แต่คุณค่าในจิตใจเราจะยังคงอยู่ เพราะเป็นการให้ความสุขกันเล็กๆ คุณยายไม่ค่อยได้จำว่าใครให้อะไรคุณยายแบบตอนที่สุขดี เพราะทำไปด้วยสำนึกอยู่แล้วว่าเราต้องรับใช้ แต่กับคนที่มาให้อะไรเราตอนทุกข์ มันจำไม่ลืม เพราะเพื่อนมีค่าตอนที่เราทุกข์


ไฟไหม้กระเทือนงานที่เสถียรแต่ไม่กระทบใจ


ไฟไหม้กระเทือนกับงานที่เสถียรธรรมสถาน แต่ไม่มีการกระทบจิตใจแน่นอน และที่สำคัญยังเป็นการกระเทือนที่เขย่าให้เราได้เติบโตได้เร็วขึ้น เช่น การที่ไม่เคยทำธรรมะสวัสดี e-magazine 3 วันแล้วออกเลย แต่เพราะเพื่อนได้ช่วยกันเมื่อปัญหาเกิดขึ้น และ 1.ทุกคนอยากฟังการสอนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงใสตอนนี้ 2.ทำให้เกิดการทำแพลตฟอร์มที่จะสื่อใหม่ เพราะหนังสือธรรมมะถูกไฟไหม้ไปหมด แต่องค์ความรู้และธรรมมะยังอยู่ บาตรไหม้แต่ใจยังขาวอยู่ ใบโพธิ์ร่วงลงมาเป็นสีดำแต่โพธิยังอยู่ สิ่งเหล่านี้จะถูกสอนอยู่ในธรรมมะสวัสดีที่ต้องการเป็นกำลังใจให้ผู้คน และตอนที่ 2 คือขุมพลังแห่งการเปลี่ยนร้ายกลายดี ตอนที่ 3 เป็นเรื่องของการสวดมนต์ข้ามปีชีวิตดีตั้งแต่เริ่มวันเดียวไม่พอ ดังนั้นทั้งหมดนี้ เราหรือแต่ละบ้านต้องสร้างขุมพลังหรือหลุมหลบภัยที่มีชีวิต


“บางทีเรื่องร้ายทำให้เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ทุกการสูญเสียจะมีเรื่องเล่าเร้ากุศลแต่เราต้องหาให้เจอ เราสามารถหาสุขได้จากเหตุการณ์ที่กำลังสูญเสีย”


และต้องเชื่อว่าถ้าเรามีคนที่รักเรามากขนาดนี้ การเป็นปกติของคุณยายจะกลายเป็นแรงบันดาลใจ เหนือคำสอนใดๆ คุณยายไม่ได้โกรธและไม่ได้ถามหาสมบัติที่หายไป แต่สิ่งที่ถามคำแรกคือ เพื่อนร่วมงานและเพื่อนบ้านปลอดภัยหรือไม่ และทุกคนที่เข้ามาช่วยดับไฟเป็นเพื่อนมีค่าของคุณยาย เราเดินไปขอบคุณ หลายคนขอโทษวันนั้นที่ไม่เห็นเหตุการณ์เลย และยังแสดงความเป็นปกติ ขอโทษที่ทำให้ตกใจหรือขอโทษที่ทำให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น แต่ทั้งหมดต้องขอบคุณสถานการณ์นี้ที่ทำให้มีเพื่อน และทำให้พบว่าการมีลมหายใจเป็นเพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญทำให้เราควบคุมสถานการณ์ได้


ช่วงเวลานั้น โทร.ไปสายที่ 1 ไม่รับ สายที่ 2 ไปเคาะประตู ต้องคิดด้วยกำลังที่คมและด้วยฐานของจิตที่ฝึกไว้ดี เพราะขนาดมีนิมิตก่อนก็พอได้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ก็อาจเป็นเหตุการณ์ที่เตือนว่า “จงปฏิบัติต่อไป ต้อง Count Up ในเรื่องของสติปัญญาให้มันสูงขึ้น” โควิด-19 มา เพื่อให้เราคมขึ้นและให้เราโตขึ้นสิ เช่น ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนหนทางกัน ขายของเคยทำแบบนี้ก็ต้องทำออนไลน์ เราเคยทำที่ต้องทำให้คนเข้ามาอย่างไร ต้องเปลี่ยนเป็นจะทำอย่างไรให้ไปได้ไกลกว่าเดิม


หรือกรณีที่ไม่ควรรวมตัวกันคนเยอะ ทำให้ไม่ได้สวดมนต์ข้ามปี เสถียรธรรมสถานก็ทำเป็นออนไลน์และมีคำอ่านให้สวดมนต์พร้อมกันได้ รวมถึงการตั้งสถานีเครือข่ายไปแพลตฟอร์มใหม่ เพราะยังปรารถนาที่จะให้การดำรงอยู่เป็นผู้รับใช้ และช่วยในสิ่งที่ยังพอช่วยได้ แต่ถ้าใครบอกว่าเริ่มมีอาการซึมเศร้าหรือเริ่มหดหู่ใจแล้ว ต้องลองไปเปลี่ยนพลังงานเลย เช่น ไปที่หุบเขาโพธิสัตว์เพราะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 100 ไร่ พอจะเป็นสเปซมีพื้นที่กว้างพอที่จะทำให้คนเปลี่ยนร้ายกลายดีได้


สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือการมีความสุขในชีวิต


ตอนนี้อยากแนะนำว่ามีความสุขที่จะทำอะไรก็ทำ เพราะถ้าการเห็นสุขแล้วจะทำให้ยั่งยืน แต่ถ้าทำอะไรแล้วเป็นทุกข์ ติดนั้นนี่ไม่ทำ คนที่เป็นซึมเศร้าเพราะไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ความสุขเกิดขึ้นง่าย เช่น การเห็นไก่ซิลกี 1 ตัว ออกไข่ 1 ใบ ไข่ก็ออกมาเป็นลูก ไปอยู่กับพ่อที่ไม่รู้ว่าใช่พ่อหรือเปล่าเพราะตัวสีขาวเหมือนกัน ซึ่งคุณยายคิดว่าคนเราก็ต้องมีการปรับตัวให้ได้เหมือนไก่ อย่าไปยึดติดอะไรมาก เพราะยิ่งยึดยิ่งทุกข์ อย่างดอกไม้ถ้าไปยึดว่าการจัดแพทเทิร์นแบบนี้แล้วจะสวย ต่อไปก็ต้องจัดเป็นแพทเทิร์นนี้เท่านั้น ก็เท่ากับชีวิตนี้ไม่มีความหลากหลาย แต่ความจริงชีวิตต้องมีความสุขกับที่เหลืออยู่


คุณยายพูดในวันที่ไฟไหม้ว่า เราอาจจะสูญเสียอวัยวะ หรือการที่โควิด-19 มาเราสูญเสียอะไรทางเศรษฐกิจ ไฟไหม้สูญเสียไม้ที่มีค่าทางจิตใจ แต่ชีวิตคุณยายยังอยู่


“จะย้ำเสมอว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดคือชีวิต ที่คุณบริหารจัดการ Here and Now ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ทำดีไม่เดี๋ยวต้องเดี๋ยวนี้”


ตอนแรกจะใช้ไม้พะยูงอันนี้แต่เสียดายเพราะไปอยู่กับสนามเด็กเล่น ซึ่งถ้าใช้ตอนนั้นก็ได้กลายเป็นสนามเด็กเล่น ตอนนี้ยิ่งชัดใหญ่เลยว่าจะใช้อะไรใช้เลยเพราะมันจะหายไป ตอนมีให้ใช้กลับเสียดาย ซึ่งคาร์บอนที่ได้ไม้พะยูงสามารถนำไปทำเป็นพระพุทธองค์ดำได้ ทั้งหมดนี้อยู่ที่กระบวนการคิด


กระตุกความคิดและให้กำลังใจกับนักธุรกิจที่เริ่มไม่ไหวเมื่อโควิด-19 กลับมาอีกครั้ง


อย่างมงาย อย่าเชื่อว่าอะไรจะลอยมา เรายังต้องเป็นนักลงทุน จะรอปันผลหุ้นมันน้อย แต่ก็ยังมีทุนอยู่ ยังมีพื้นที่ มีเพื่อนร่วมงานอยู่ ยังมีพอแบ่งปัน เราแค่ยอมได้น้อยลง แต่สุขมากขึ้น คนที่ไม่มีภาวะของความเสถียรทางจิตใจ เพราะเขาไปอยู่กับการสูญเสีย หลายคนบอกว่าไฟไหม้ไม่ถึงสัปดาห์คุณยายก็สร้างสวนใหม่ เพราะของที่รื้อจากตรงนี้ก็ควรเป็นอุทาหรณ์ให้เรา ตอนนี้ซ้อมกันใหญ่เลยเวลาเกิดไฟไหม้ต้องทำกันอย่างไร อุปกรณ์วางอยู่ตรงไหน ขณะที่เสถียรธรรมสถาน 2 ก็อย่าให้เป็นแบบนี้ ทำให้รู้จักวางข้าวของให้ดี


“เพราะฉะนั้นคนที่ไม่สนุกกับชีวิตจะซึมเศร้า แม้เราไม่ได้สำเร็จแต่เราต้องสนุก และต้องรู้จักเปลี่ยนพลังงาน”


ปัจจุบันแม่ชีที่เสถียรธรรมสถาน 2 แบ่งคณะเป็นมรรค 8 เลยที่จะมีฐานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ 100 กว่าไร่ คนละ 20 ไร่ในการบริหารจัดการ มีน้อยใช้น้อย สุขเมื่อสร้างและสุขเมื่อให้เพื่อที่ทำให้เรามีขุมพลัง อย่างแค่ดอกไม้ 1 ดอกบานก็มีความสุขแล้ว เดี๋ยวนี้ธาราฟาร์มมีผักกิน 20 ชนิด โควิด-19 กลับมาอีกรอบไม่มีการอดตาย แล้วเราก็มีองค์ความรู้และสูตรปุ๋ยธาราฟาร์มที่พร้อมแบ่งปันชาวบ้าน สามารถปลูกผักของตัวเองได้โดยไม่หวงความรู้ ไม่หวงที่อยู่อาศัย ใครไม่มีงานทำไปช่วยกัน ไปดีไซน์ สิ่งที่มีชีวิตที่เหลืออยู่ได้ และเราต้องช่วยกันรดน้ำพรวนดินกัน


“กลางปีหน้าจะหมดสายป่าน เราต้องอย่าฆ่าตัวตาย หรืออย่าตายทั้งเป็น แล้วเราจะยังมีชีวิตอยู่ถ้าเราเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ เราตั้งการ์ดดี ไม่ต้องมารวมตัวกันเพราะจะทำให้เราป่วยไข้ แม้โควิด-19 จะมาชนิดที่เผ่าพันธุ์ฉลาดขึ้น แต่ถ้ารู้จักการมีกายวิเวกและจิตวิเวกเป็น มีอุปธิวิเวกได้ เราก็จะรอด”

ปกติกายวิเวกอาจจะมีไม่ได้สม่ำเสมอทุกวัน แต่โควิด-19 ก็ทำให้เราต้องมีกายวิเวกมากขึ้น ขณะที่จิตวิเวกคือการฝึกจิตและตามดูจิตของเราทุกวันที่ต้องทำทุกขณะ เราต้องให้ความสำคัญกับสมบัติที่มีค่าอันนี้ ส่วนอุปธิวิเวกคือ การต้องลดตัวตนลงว่าโลกนี้ไม่มีฉัน ไม่มีของฉัน คือการไปยึดว่านี้คือกายฉัน ซึ่งถ้าเราถอนอุปธิวิเวกไปเราจะสนุกมากขึ้น กายอยู่จิต จิตอยู่กับงาน มันจะลั้นล้ามากขึ้น เพราะมันไม่ได้เป็นงานของฉัน


แม้ธุรกิจเราจะไม่ดีแต่จิตเรายังดีอยู่ เศรษฐกิจดีหรือไม่ ไม่ใช่นับกันที่เงิน แต่เศรษฐกิจดีนับกันที่การมีคุณค่าชีวิตดีหรือไม่ดี โควิด-19 มาคุณค่าชีวิตดีขึ้น เพราะการที่เอาตัวเองให้รอดก็เป็นแรงบันดาลใจแล้ว และอย่าคิดว่านักปฏิบัติธรรมเขาจะทิ้งโลก ความจริงเขาอยู่กับโลก ยิ่งปฏิบัติจิตภาวนาเราจะอยู่กับโลกอย่างถอนความชอบชังได้ เพราะจะเห็นความอนิจจัง ทุกข์ขังอนัตตา มันเป็นการภาวนาของเรา

ปกติกายวิเวกและจิตวิเวกสามารถทำไปพร้อมกันได้เลย ตอนเกิดโควิด-19 พอมีจิตวิเวกแล้วมันจะง่ายต่อการยกอัตตาของเราออก อุปธิวิเวกคือกายนี้ไม่ใช่ฉัน แต่ถ้าขยันมันมีความสุข มีประโยชน์ที่จะรับใช้อย่างเพียวมากกว่าการถูกซื้อให้ไปรับใช้ เพราะการถูกซื้อแรงงานมารับใช้พอหมดแรงก็จบไป แต่อย่างเราแม้จะเหนื่อยกับโควิด-19 แม้จะหมดแรงแต่จะไม่หมดใจ


การให้กำลังใจกับคนที่รับไม่ได้กับสถานภาพที่เปลี่ยนแปลง


การที่โควิด-19 มาอีกรอบ เข้าใจและรู้ว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน เพราะเจอนักธุรกิจที่เป็นลูกศิษย์ที่ก่อนหน้านี้ก็อู้ฟู้ ซึ่งเขาก็บอกเองว่าเหมือนตกสวรรค์เลย แต่คุณยายก็บอกว่า เรายังมีชีวิตเหลือยู่ และบางทีสวรรค์ก็ไม่ได้น่าเพลิดเพลินเท่าไร กลับมาสู่ความเป็นสามัญ ยังขยัน ยังสุข ยังก้าวไปสู่การเป็นเศรษฐีได้ แล้วคราวนี้เราจะไม่ประมาท เป็นเรื่องปกติที่มันเจ็บปวดกับที่ต้องให้คนออก ต้องลดเงินเดือน หรือการได้ยอดปันผลที่น้อยลง


ใครก็ตามลองเอาวิธีการที่แนะนำไปลองทำดู แต่คุณยังจะมีความสุขอยู่ แล้วความสุขจะเป็นตัวเคลื่อนหรือตัวเร่งให้เรายังขยัน แม้ตอนนี้อาจยังอดออมไม่ได้ เพราะตอนนี้เป็นช่วง Share care respect แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงความขยันที่เริ่มเปิดให้มีพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ เข้ามา แล้วเราก็ต้องทำงานด้วยความไม่หลง ไม่มองกำไรเป็นเป้าหมาย แต่มองความสุขในขณะนั้นเป็นการลงทุน และสังคมอย่างนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราพากันไปด้วยความยากลำบาก


“เราต้องรู้ว่าสิ่งที่มันเป็นกำไรของชีวิตมีหลายอัน ความสุขเป็นกำไร การได้ทำงานอย่างมีความสุขในขณะนี้คือการทำงานที่ไม่ขาดทุน นี่คือกำไร แต่ถ้ามองคำว่าขาดทุนหรือได้น้อยจากที่เราเคยได้ คุณยายกลับมองว่าใครทำธุรกิจแล้วได้กำไรน้อยแต่ยังไม่ขาดทุน แสดงว่าคุณก็ยังมีความสุขที่จะอยู่กับมันแล้วก็พัฒนาศักยภาพที่จะมองให้รอบด้านมากขึ้น เช่น ทุกทีเคยพับดอกไม้แบบนี้ เมื่อดอกไม้เริ่มเหี่ยวเฉาก็เริ่มที่จะกล้าดึงออก แล้วเราอาจจะเหลือแค่เกสรที่เป็นชาซึ่งสามารถกินได้อยู่ แต่ถ้าเรามัวเสียดายว่าดอกไม้ไม่น่าเหี่ยว ทั้งที่มันเป็นไปตามฤดูกาลของชีวิต เราต้องมีปัญหา เหมือนธุรกิจที่เราต้องเอาออกแล้วอย่าไปจมปลักกับอดีตหรือปัญหา”


การสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนธรรมมะ


“ทำงานให้สนุกและเป็นสุขในขณะที่ทำงาน ที่ต้องทำงานให้สนุกมันอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการหรือรูปแบบ แต่ยังต้องสนุก ท้าทาย ตื่นเต้น เร้ากุศล อาจจะต้องกินกับใช้พอประมาณ อาจจะไม่ได้มีเงินสะสมเยอะ และยังเหลือพอที่จะแบ่งปันเพื่อนมนุษย์”

คุณยายก็ทำทุกอย่างอย่างที่บอก แล้วคุณยายก็รอด ไฟไหม้ยังรอด ไม่ใช่หมายความว่าเก่งแล้วเสียดาย คุณยายเสียใจแต่ไม่เสียดาย เพราะทำให้มีเพื่อนเยอะ ตอนนี้ใครมีอะไรเอานั้นมาให้ตลอด ตั้งแต่ เหล็ก อาหาร ไม้ คน รถ เพราะคุณยายทำเองไม่ได้ แม้กระทั่งใครไม่มีอะไรแต่ก็มีแค่ใจมา ถือเป็นสังคมน่ารัก เหมือนกับเป็นการตั้งโรงทานใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แม้กระทั่งมีเด็กๆ มาถามว่าคุณยายมีที่นอนหรือเปล่า ถ้าไม่มีให้ไปนอนบ้านหนู สิ่งที่เด็กแสดงออกถือเป็นจิตวิญญาณและเด็กมีอินเนอร์ที่ดีให้กับเรา


หลังไฟไหม้ทำให้เกิดเหตุการณ์เพื่อนช่วยเพื่อนอย่างแท้จริง


“สำหรับคุณยายที่เพื่อนมาช่วยเพื่อน เหมือนกับนกกระจิบที่คาบน้ำเล็กๆ มาช่วยดับไฟ ไฟจะดับหรือไม่ดับ แต่นกกระจิบทำให้เราเห็นว่าหยดน้ำเล็กๆ ของปากนกแต่ละตัว แต่มากันเป็นฝูงใหญ่มันทำให้ไฟในใจมันดับ”


ต้องขอบพระคุณมากเพราะแค่เพื่อนถามหาก็ซาบซึ้งแล้ว แต่การที่เราแคร์กันขนาดนี้ ต้องขอขอบพระคุณ ถ้าท่านมีอะไรก็เอาสิ่งที่ท่านมีมา หรือพอที่จะแบ่งปันได้ มีวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ได้ ซึ่งตอนนี้ต้องทำรั้วบ้านใหม่ มีเหล็ก ไม้ ตะปู คุณยายพยายามคิดหาวิธีแต่เพราะไม่เก่งเรื่องการทำรั้วก่อสร้าง หรือการที่จะทำอย่างไรให้เพื่อนบ้านไม่รู้สึกว่า บ้านเราจะมีควันออกมาอีกหรือไม่ ต้องไม่ทำให้เขาใจเสียอีก หรือใครไม่มีอะไร แต่แค่มีใจก็ส่งใจมาก็ขอบขอบคุณมากแล้ว


“ธรรมมะคือไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายไร้ตัวตน ไม่ได้สูง เพราะถ้าสูงจะเข้าถึงทุกวรรณะไม่ได้ ธรรมมะไม่ได้เป็นพิธีกรรมแต่เป็นความจริงในทุกลมหายใจทั้งหลับตาและลืมตา แม้กระทั่งเวลาที่วิ่งดับไฟ ก็ต้องมีลมหายใจแห่งสติ เพราะเวลาสะเก็ดไฟไปเราต้องโฟกัสก่อนว่าจะดับไฟตรงไหนก่อนถึงจะเอาอยู่ อยากจะบอกว่า ถ้าวันหนึ่งคุณกำลังสูญเสียอะไร ใจของคุณต้องงอกงามอย่างนี่เรียกว่าธรรมมะ คุณจากพรากจากอะไรคุณต้องเติบโต ต้องใช้ปัจจุบัน อย่าเป็นนักลงทุนที่ไปจมอยู่กับอดีตแล้วก็มาเจ็บ เพราะสัญญาความจำได้ไหมรู้กับอดีตของคุณที่เคยมี ถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีคุณจะต้องจบให้เร็ว อย่าเจ็บนาน แล้วใช้กระบวนการของการเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งเหมือนเกิดใหม่”


เช่นเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณยายเกิดใหม่ ไฟดับไปแล้วแต่ใจก็โตขึ้น เพราะเห็นคุณค่าของการให้มากขึ้น ตอนที่ให้รู้ว่าดี มีก็ให้ได้ พอไม่มีก็ขวนขวายจะให้ได้ และพอถึงเวลาที่เรากลายเป็นผู้รับเราจะเห็นเลยว่า เราได้วัตถุสิ่งของแล้ว เหมือนเราได้เห็นการลงทุนทางธรรมมะ ที่ทำให้เห็นการเติบโตทางจิตวิญญาณของเด็กๆ ที่มีสำนึกของการเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ใครมาช่วยจัดรายการได้ก็มา ใครมาช่วยเก็บขยะ ใครมามาช่วยรื้อของ หรือการได้เจอบาตรดำๆ โลหะที่เบี้ยว พระพุทธรูปที่แตก แม้แต่หนังสือที่เป็นภูมิปัญญาของคุณยายก็ไหม้ไปหมด แต่สิ่งเหล่านี้เอามาจัดแสดงนิทรรศการได้ ปฏิทินปีใหม่ที่ทำไว้ก็ไม่ได้แจก แต่อย่าลืมว่าเรายังมีวันเดือนของเราที่จะเติบโต หนังสือกระดาษที่หายไปทำให้เกิดแมกกาซีนใหม่เกิดขึ้น เพราะปัญญามันยังอยู่ หนังสือเล่มใหม่และใจของเรายังอยู่ เพราะฉะนั้นคุณยายมีความรู้สึกเหมือนกับว่า


“เราเกิดใหม่ได้ทุกครั้งเมื่อมีความเสียหายหรือสูญเสียเกิดขึ้น โควิด-19 มาเพื่อให้เราต้องมีการพัฒนาศักยภาพด้านในแล้วยังต้องรู้จักให้กันอยู่ การมีชีวิตแล้วเห็นใครรักเราอย่างบริสุทธิ์ใจ เราก็จะอิ่ม”

อย่างมีผู้สื่อข่าวมาถามว่ามีใครเกลียดคุณยายมาวางเพลิงหรือเปล่า หรือมีการทำประกันหรือไม่วางเพลิงตัวเองหรือเปล่า คุณยายบอกไปว่า ไม่มีคนเกลียดนะ มีคนรักเยอะ ชีวิตนี้มีแค่สติเป็นประกัน ไม่มีประกันข้างนอก แต่ก็ทำให้เราอยู่ได้กับสังคมที่ถามอย่างนี้ได้ ดังนั้นมีอะไรก็เอาสิ่งนั้นมาแชร์กัน มาแบ่งและให้กัน


หรืออย่างพี่เบิร์ดบอกเลยว่า เวลาเศร้าๆ ก็เข้ามาที่เสถียรธรรมสถาน คุณยายเหมือนโรงพยาบาลเหมือนหมอที่ดูแลเราตอนทุกข์ แล้วทำไมเราไม่เอาออร่าดีๆ ของเรามาช่วยคุณยาย หรือมาช่วยที่เสถียรธรรมสถานบ้าง เช่นเดียวกับที่คุณยายกำลังจะบอกโควิด-19 กลับมาอีกครั้ง แต่โลกใบนี้คือบ้านของเราทุกคน ดังนั้นเรามาเปลี่ยนพลังงานจากร้ายกลายเป็นดีกัน


ข้อความห่วงใยเมื่อโควิด-19 กลับมาอีกครั้งหลังอยู่มาด้วยกันตลอด 9 เดือน


เห็นใจและเป็นความเห็นชอบ ที่ไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่หมายถึงเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้เห็นชอบตามความเป็นจริงว่า เราต้องรู้ถึงสถานการณ์แบบรู้แจ้งว่าเป็นสถานการณ์ทั้งโลก แล้วตอนนี้คนที่มีสรรพกำลังที่พอจะเหลืออยู่ ท่านเป็นกลุ่มคนชั้นบนที่ยังเหลืออยู่ คุณต้อง Count Up คือนับให้สูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายถึงกำไรมากขึ้น


ประกอบกับการจะมีแต่องค์ความรู้เดิมไม่ได้แล้ว ต้องทำให้มีความรู้แจ้งในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นให้คมมากขึ้น และลับสติปัญญาของเราแล้วกลับไปบริหาร แม้อาจจะสูญเสียอวัยวะบางอย่างหรือสูญเสียความสะดวกสบาย สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียเพื่อนร่วมงาน สูญเสียอะไรก็สูญเสียไป แต่อย่าสูญเสียคุณค่าทางจิตใจของคุณ เพราะคุณค่าทางจิตใจเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำร้ายเราได้เลย


“ถ้าไฟคือความร้อนที่ทำลายสมบัติหายไป แต่อวิชชาคือไฟที่จะมาทำลายชีวิตของเรา แล้วความกลัวจะเกิดขึ้น อย่าลับอยู่กับความมืด เราใช้แสงสว่างในปัญญาเป็นตาในของเรา มองให้ทะลุถึงสถานการณ์ความเป็นจริงในแต่ละบริบทที่เรากำลังเป็นอยู่”


มีบริบทบางอย่างที่เราอยู่ในสถานการณ์ที่เราเป็นหลักของธุรกิจหรือเป็นหลักในบ้าน เป็นอะไรก็เป็นได้ แต่เป็นในสิ่งนั้นแล้วเป็นสุข อย่าต่อรองว่ามันต้องมี ต้องเป็นเหมือนเดิม อันนั้นเป็นแค่ความสะดวก แต่สิ่งที่คุณกำลังมีจากการสูญเสียบางอย่างในความสะดวก คุณเป็นมนุษย์ที่แท้ อันนั้นคือศักยภาพที่คุณต้องเคารพตัวเองเป็นมนุษย์ที่แท้ไม่เป็นเหยื่อของอารมณ์ เราจะเรียนรู้กับสถานการณ์นี้แล้วเราจะเติบโตไปด้วยกัน คุณยายเห็นใจตัวเองเท่ากับการแสดงความเห็นใจจากท่าน เราอย่ายอมจำนน


“การยอมรับความจริงไม่ได้เป็นการยอมจำนน เราจะเป็นปลาที่ว่ายไปถึงทะเลได้ ไม่ติดอยู่ที่ข้ออ้างเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่มีที่มาทำให้เราว่ายน้ำได้อย่างแข็งแรง แล้วออกไปสู่โลกที่กว้าง เพราะว่าโลกใบนี้มันยังมีรายละเอียดที่น่าอยู่อีกมาก”


ชีวิตของเรายังมีรายละเอียดที่จะมีความสุขได้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนวันหนึ่งเราเห็นการไม่ทอดทิ้งด้วยความห่วงใยต่อกัน อาจทำให้สังคมของเรายกขึ้นพร้อมๆ กัน ซึ่งถือเป็นสติปัญญา และต้องขอบคุณที่ทุกคนได้ส่งความห่วงใยมาถึงภัยพิบัติครั้งนี้


“การสูญเสียอะไรสูญเสียไป อย่าสูญเสียสติปัญญาและลมหายใจที่เหลือของเรา สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือชีวิต และการเริ่มต้นของการมีชีวิตที่ดีที่สุดคือปัจจุบันขณะ และปัจจุบันขณะการเกิดใหม่ที่ประเสริฐนั้น มันคือขณะนี้แหละค่ะ”

ปีใหม่นี้ขอส่งความรักไปด้วยการ Count Up ไม่ Countdown อยู่ที่ตรงไหน วันเดือนเคลื่อนไหว แต่ความเป็นจริงเราต้องบริหารปัจจุบันขณะ เติบโต รู้ตื่นและเบิกบาน มีลมหายใจเป็นเพื่อน มีลมหายใจเป็นชีวิต มีลมหายใจอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้ชีวิตของเราอยู่กับโลก อย่างที่โลกเป็นและใจไม่เป็นทุกข์


รายการ Spiritual Journey “เพื่อนมีค่า เมื่อปัญหาเกิด”

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00-10.00 น.

หัวข้อ “เพื่อนมีค่า เมื่อปัญหาเกิด” โดย แม่ชีศันสนีย์

ดำเนินรายการโดย-ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ Content Director - ห่วงใย Thai Business และ Founder & CEO - ADGES

เรื่อง ADGES

ถอดบทสัมภาษณ์โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง


ดู 36 ครั้ง0 ความคิดเห็น

© 2020 by ADGES