แท้จริงแล้ว ทุกคนคือนักเดินทาง




สนทนาธรรมกับท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ คุณสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการกอง ตลาดเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


ดำเนินรายการโดย ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ


การสนทนาครั้งนี้ได้ร่วมพูดคุยกับ คุณสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการกอง ตลาดเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บุคคลที่ทำหน้าที่ให้การเดินทางของคนทั่วโลกได้มีโอกาสได้มาสัมผัสการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเสน่ห์ของเมืองไทยในมุมต่างๆ แต่ในอีกความของการเดินทางทางด้านธรรมะ แท้จริงแล้วมันคืออะไร วันนี้ได้มาแลกเปลี่ยนกับแม่ชีศันสนีย์ ซึ่งทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม การเดินทางย่อมพาเราทุกคนจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งเสมอ เพราะเราทุกคนล้วนต่างเป็นนักเดินทางด้วยกันทั้งสิ้น


การท่องเที่ยวแบบนักเดินทาง


คุณสิริเกศอนงค์


ทุกคนสามารถล้วนเป็นนักเดินทางได้ นั่นคือการเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปที่ใหม่ๆ อีกที่หนึ่งเสมอ ขณะเดียวกันหากมองในอีกรูปแบบหนึ่ง ก็คือ การเดินทางในตัวเองที่จะได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้ด้วย และโดยส่วนตัวเป็นคนที่มีความสุขกับการเดินทางได้ง่ายมาก เพราะแค่เพียงได้เดินไปถนนเส้นหนึ่งที่ไม่เคยไป แล้วพอได้ไปเจอสิ่งใหม่ที่ทำให้รู้ว่าตรงนั้นมีอะไรอยู่ก็รู้สึกว่าเป็นการเดินทางแล้ว แต่การเดินทางค้นหาตัวเราเองนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด


แม่ชีศันสนีย์


เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ที่การเกิดของเราก็เป็นการเดินทาง การตายของก็เป็นการเดินทาง Special Journey ว่าจะผจญภัยอย่างไรให้การเดินทางนั้นอย่างมีอิสรภาพ ซึ่งเรื่องของการเดินทางสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนได้หลายมิติ แต่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา การเดินทางของคนรุ่นใหม่อย่างลิซ่าทำให้เห็นได้ว่า เป็นการเดินทางไปหาในสิ่งที่เขารักและมีเป้าหมาย


ตอนที่ประจำที่กรุงโซลทำให้เห็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจของน้องลิซ่า Blackpink


คุณสิริเกศอนงค์


การเดินทางของน้องๆ คนไทยที่ได้ไปเป็นศิลปินที่เกาหลี ททท.ไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย เพราะอันนี้เป็นการเดินทางภายในจากตัวน้องๆ เองเป็นหลัก เพราะทุกคนที่ไปอยู่ตรงนั้น เป็นเด็กฝึกของเกาหลี

มันทรหด สาหัส ทุกคนต้องฝึกฝนอย่างหนัก และต้องก้าวผ่านที่เรียกว่ากำลังใจสูงมาก ทั้งทางกาย ภาษา และการที่คนเราจะสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ย่อมมีอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกมาก เช่น เปลี่ยนที่อยู่ สิ่งแวดล้อม ก็จะมีผลต่อจิตใจ เชื่อเลยว่าน้องๆ ที่ได้ไปพัฒนาและเติบโตที่เกาหลี สิ่งหนึ่งที่มีมากเลยคือ การเข้มแข็งในจิตใจอันนี้สำคัญมาก แม้ว่าน้องเหล่านั้นอาจจะไม่มีโอกาสได้ฝึกธรรมะโดยตรง แต่เชื่อได้ว่าสิ่งที่เขาได้ไปเผชิญ สุดท้ายเขาจะทำให้เขาเข้าใจสัจธรรมหรือวิธีปรับ วิธีคิดภายในตัวเองได้เยอะมาก ซึ่งก็เหมือนเราทุกคนที่ได้เจอกับบททดสอบต่างๆ โดยคิดว่าอาจจะเป็นวิธีการฝึกจิตอย่างหนึ่ง


หรือการที่น้องๆ ที่จะไปเกาหลี คนไทยอาจจะมองว่าไปเกาหลีเพราะชอบ K-Pop ชอบซีรีส์ แต่จากตอนที่ตัวเองได้ไปอยู่ที่นั้นได้เห็นว่ามีน้องๆ หลายคนที่ได้รับทุนไปเรียนต่อ เป็นเด็กที่เก่งมากๆ ที่เกาหลีมีอะไรหลายอย่างที่มากกว่าการเป็นศิลปินหรือดารา โดยมีอีกหลายส่วนที่น่าสนใจมาก แต่ไม่ว่าใครจะเดินทางด้วยเป้าหมายไหนทั้งน้องที่ไปเป็นศิลปินหรือไปศึกษาต่อ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องเดินทาง และต้องฝึกฝนจิตใจอย่างมาก แม้ไม่ได้ศึกษาธรรมะโดยตรง แต่สิ่งที่เป็นบททดสอบกับเขาจะทำให้เขาได้ค้นพบสัจธรรมบางอย่างหรือทำให้เขาจิตใจที่เข้มแข็งบางอย่างได้


แม่ชีศันสนีย์


เหมือนเขาต้องเอาชนะใจตัวเองแล้วก็อยากไปถึงสิ่งที่เขาฝันหรือจับต้องได้ แต่การที่เด็กหนึ่งคนอายุ 10 ขวบ แล้วเขาไม่ลืมเป้าหมาย แสดงว่าเขาต้องชอบสิ่งนั้นจริงๆ ส่วนในแบบของพวกเรามองไปเรื่องของการมีอิสรภาพ ดังนั้นมองว่า ไม่ว่าจะเป็นไหน วินัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อไปเกาหลีอะไรที่ลงทุนไปเขาก็ต้องเอากำไรคืน ดังนั้นเด็กๆ ก็ต้องยอมรับกติกาและมีปัญญามากพอ และการเปิดตัวของเด็กๆ ที่มาจากความตั้งใจจะทำให้ทุกคนสนับสนุนเขาอย่างมีความสุข


คุณสิริเกศอนงค์


เคยเจอลิซ่าครั้งแรกตอนที่น้องเดบิวต์หรือปรากฎตัวกับสาธารณะครั้งแรกเมื่อปี 2016 ย้อนดูว่า และมีช่วงหนึ่งที่น้องต้องเดินทางถ่ายทำที่เกาะสมุยครั้งแรก มีแฟนคลับอยู่บ้าง แรกๆ พอรู้ว่าเป็นคนไทย มีแฟนคลับคนไทยค่อนข้างเยอะ และตอนที่น้องมาร่วมเคารพพระบรมศพ ร.9 น้องมาที่สถานฑูตไทยที่เกาหลี


สิ่งที่ประทับใจกับลิซ่า


คุณสิริเกศอนงค์


สิ่งที่ประทับคนเกาหลีอยู่ 2 เรื่อง คือ ความมุมานะ เพราะทุกคนจะเป็นคนที่มีความตั้งใจจะพัฒนาชาติ และมีความรักชาติมาก ซึ่งบุคคลที่รู้สึกนับถือและชื่นชอบมี 2 คนนั่นคือ ผู้ก่อตั้งบริษัท ฮุนได กรุ๊ป ซึ่งท่านก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว อีกคนก็คือน้องลิซ่าเพราะรู้ว่าช่วงแรกน้องอาจจะไม่ได้รับความนิยมในเกาหลี เนื่องจากคนเกาหลีมีความรักชาติสูงมาก ทำให้เห็นว่าน้องไม่ได้ดีดนิ้วแล้วจะประสบความสำเร็จเลย แต่กว่าน้องจะผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก 5 ปี จนได้ออกอัลบั้ม พอได้ออกอัลบั้มก็มีกลุ่มที่แอนตี้น้อง ไม่ได้ทุกคนที่จะชื่นชอบหรือรักน้องเพราะเกาหลีมีความเป็นชาตินิยมอยู่แล้ว ดังนั้น คนต่างชาติที่จะเข้าไปก็ต้องมีการพิสูจน์ตัวเองเยอะมาก ทั้งคนเกาหลี หรือแม้กระทั้งคนชาติเดียวกันก็ไม่รับการชื่นชอบได้ง่ายๆ


สิ่งที่น่านับถือมากคือ การที่น้องอดทนมาก เพราะการที่น้องจะมายืนตรงนี้ต้องมีบททดสอบและจิตใจที่เข้มแข็งมาก ไม่ใช่เรื่องปกติที่เราจะโดนบูลลี่ (Bully) ตลอดเวลา มีคนยื่นของให้ศิลปินคนอื่นในวง แล้วลิซ่ายื่นของให้แฟนคลับ แต่ลิซ่าถูกปฏิเสธมันเป็นการทำร้ายจิตใจที่ค่อนข้างเยอะ ทั้งๆ ที่ตัวน้องเองก็ไม่ได้อายุเยอะ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาเยอะ และบวกกับตัวน้องเองค่อนข้างเป็นคนคิดแง่บวก จึงทำให้ทุกวันนี้น้องมีความแข็งแกร่งมากที่จะรับมือในสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี และสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์เหล่านั้นได้อย่างเข้มแข็ง


สิ่งที่นำไปแนะนำนักท่องเที่ยวเกาหลี


คุณสิริเกศอนงค์


ตอนนั้นนำเสนอเรื่องบุคลิกภาพของคนไทยที่มีส่วนสำคัญมาก เพราะบางคนอาจเคยได้ยินแท็กไลน์

อันเก่าของ Amazing Thailand และตรงนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากเรื่องอาหารแล้ว เมืองไทยยังมี มวยไทย วัฒนธรรมไทย หัตถกรรมต่างๆ


โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ำจิตน้ำใจคนไทย สิ่งที่ยังคงชอบและคิดว่าว่ายังใช้ได้กับการแนะนำเมืองไทย โดยทั่วไปและไม่ใช่เฉพาะกับคนเกาหลีเท่านั้น นั่นคือ It’s begin with it the people เพราะมองว่าความอะเมซิ่งของไทยคือเริ่มมาจากคนไทยนี่แหละ แต่สำหรับปีหน้า Union Mall Amazing เพราะมองว่า โลกหลังโควิด-19 จะมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกมาก แต่สิ่งหนึ่งไม่ที่ชาวต่างชาติจะประทับใจทุกครั้งเมื่อที่มาเมืองไทยคือ เรื่องของบุคลิกภาพ น้ำใจ และรอยยิ้มของคนไทย


การเดินทางภายใน


แม่ชีศันสนีย์


น่าจะต้องเริ่มต้นจากที่มนุษย์ต้องมีศรัทธาว่าจะเดินทางด้านใน แล้วไปให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ ไม่ว่าเราจะมาจากโลกที่มืดหรือโลกสว่าง ถ้าเรามีศรัทธา หมายถึง การที่เรามีสัจจะกับสิ่งที่เราศรัทธา หรือที่ใครหลายคนมักพูดถึงตอนนี้เมืองไทยมีจุดแข็งมากเลยในเรื่องของ Wellness หรือสุขภาพอย่างเดียว แต่เราควรต้องมีมากกว่าในสิ่งที่เรามีมากกว่า เพราะหลังโควิด-19 จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม อาจต้องมีทางเลือกแบบการเดินทางหรือการท่องเที่ยวที่เราไม่ได้ออกไปสดชื่นข้างนอกเพียงอย่างเดียว แต่เรารักษา มีสติเป็นดังเกาะการเดินทางด้านในเป็นแบบ Special Journey

“การเดินทางอย่างโลดโผนหรือท้าทาย บุกไปข้างหน้า วิ่งไปหาธรรมชาติข้างนอกอาจเริ่มมีขีดจำกัดมากขึ้น แต่การเดินทางด้านในอยู่ตรงไหนก็สามารถเข้าไปได้ ถ้ามีศรัทธาอย่างมีปัญญา แล้วเราก็ต้องมีสัจจะในความเพียรที่จะทำให้เราเดินทางไปถึงสิ่งนั้นได้”

คือถ้ายังพิสูจน์ไม่ได้ ถ้าเราแพ้ไปเสียก่อนก็ยังตอบไม่ได้ แต่เราต้องมีกติกาที่ต้องมีความเพียร ถ้าเปรียบลิซ่า เขาก็มีสัจจะของเขา การมีกำลังของความเพียรที่ค่อยๆ เพิ่มไป ด้วยกำลังของสมาธิ ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของสมาธิในรูปแบบที่เราต้องใช้ ท่านั่ง ยืน เดิน นอน แต่มันคือ กายกรรมทางกาย วจีกรรมทางวาจา และมโนกรรม ที่เราจะบอกว่าประตูนรกต้องไม่เปิด


แต่ถ้าอยากเดินทางด้านในสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การปิดประตูนรก ไม่ใช่ว่านรกหรือขึ้นสวรรค์ขึ้น ไปไหนไม่ได้เลย จะขึ้นอยู่กับความชอบที่เหวี่ยงไปมา บอกว่าเราจะไม่ข้องแวะกับสิ่งที่ท่องเที่ยวแบบอโคจร แต่เรามองเห็นเส้นทางของเราในสโคปที่เล็กขึ้น จากนั้นถ้ามีศรัทธาความเพียร สติ สมาธิ และมีปัญญา อันนี้จะเป็นพลังของการเดินทาง ด้านในก็ต้องอาศัยพลังของผู้ที่ไม่ได้มีรูปแบบหรือขีดจำกัด อยู่ที่ท่าใดท่าหนึ่ง แต่ทุกคนมีอิสรภาพที่จะเข้าถึงพลังนี้ และตอบคำถามของตัวเองได้ว่าเราสนุกหรือเปล่า เราเห็นการเดินทางผจญภัยแบบ Special Journey หรือเปล่า หรือแม้การคืนลมหายใจ อันนี้ถือเป็นการเดินทางตลอดชีวิต หรือในช่วงที่การคืนลมหายใจที่เราจะคืนสู่ธรรมชาติ


การคืนลมหายใจ การจากลาแบบไม่ทุกข์


คุณสิริเกศอนงค์


ตอนเด็กเป็นคนที่ยึดติดกับครอบครัว แค่ฟังว่าพ่อแม่ป่วย แค่คิดก็น้ำตาไหล คือจะเป็นทุกข์ได้ง่ายมากกับเรื่องพ่อแม่ แต่ปรากฎว่า เวลาผ่านไป พอเติบโตได้เรียนรู้เรื่องลมหายใจหรือการจากกัน พอเวลาผ่าน ความเสียใจที่พ่อแม่เสียชีวิตมีอยู่ แต่ด้วยความเข้าใจ และพอเห็นการเป็นอยู่มันเป็นทุกข์ การละออกจากความทุกข์จากคนที่เรารัก มันทำให้เราไม่มีความรู้สึกว่าเป็นทุกข์อีกแล้ว ยินดีที่เห็นเขาพ้นทุกข์

โดยก่อนหน้าที่คุณพ่อคุณแม่ป่วย คุณแม่เป็นมะเร็งตับและรักษามาตลอด 10 ปี ส่วนคุณพ่อก่อนเสียชีวิตเป็นภาวะไตวาย แล้วพ่อเป็นคนที่รักและติดคุณแม่มาก คุณแม่เสียชีวิตก่อนคุณพ่อ 6 เดือน จากนั้นเริ่มเห็นว่าคุณพ่อไม่มีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ แล้วจากที่มีความทุกข์ทางกายและใจ ทำให้เห็นเลยว่าการ

มีอยู่ การเป็นอยู่ทำให้เป็นทุกข์ คุณพ่อเป็นทุกข์


ตอนคุณแม่ป่วยแต่เพราะเขาเป็นพยาบาลและมีความเข้มแข็งมาก เข้าใจในการดำเนินของโรค และ

ไม่เคยบ่นเรื่องเจ็บปวด แต่เรารับรู้ได้ว่า การพาแม่ไปเจาะน้ำในท้องออกเดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นความทุกข์ทรมานทางกายมาก แม้คุณแม่จะมีการเจริญสติตลอดแล้ว ก็ไม่ได้มีความทุกข์ทางใจแต่อย่างใด

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เราได้เรียนรู้เองว่าถ้าคนที่เรารักเขาพ้นทุกข์แล้วเราจะทุกข์ไปทำไม บางคนเวลาคนที่จากพรากกันเป็นทุกข์ก็เพราะว่าไม่ทันตั้งตัว แต่ถ้าเราได้ลองพิจารณาแล้วว่า สิ่งนั้นเป็นอยู่เองตามธรรมชาติ

“ทุกคนต้องละจากโลกนี้ไป จะไปสู่ภพภูมิไหนเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นกับทุกคนและทุกชีวิต เพราะฉะนั้นการจากพรากไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก โลกก็เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่พันปี มนุษย์ก็ไม่เกิดขึ้นมาเป็นหมื่นปี วงจรแบบนี้ที่คนที่รักกันต้องจากพรากกันมีนับแสนล้านครั้งแล้ว ซึ่งทุกคนก็ผ่านไปได้ เราคงไม่ได้ตายจากคนที่เรารักไป ความรักที่มีให้กันยังคงอยู่ ทำให้รู้ว่านี่เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกชีวิตบนโลก และถ้าเราเห็นคนที่เรารักจะพ้นทุกข์ เราควรจะเป็นสุข”

แม่ชีศันสนีย์


เก่งมากเลย เพราะถ้าความรักของเรามันเลือกตัวเราคนป่วยก็จะทรมานมาก ความรักที่มีต่อเขาเพื่อให้เขาเดินทางสงบภายในให้มีความร่มเย็น จนเขาได้ไปอย่างดี ไม่มีความกังวลใดๆ เขาเลือกที่จะคืนและไม่ฝืนไว้ เรามีหน้าที่เจริญกุศล เคารพในสิ่งที่เขาตัดสินใจโดยไม่มีความทรมานใดๆ การเดินทางท่องเที่ยวในอีกภพหนึ่ง คือการเดินทางด้านในหรือ Special Journey

“การเดินทางด้านในมาจากการฝึกและการยอมรับ เพราะการยอมรับจะทำให้เราฝึก ไม่โอดครวญ ไม่มีข้ออ้าง ไม่พิไลรำพัน เพราะจริงๆ แล้ว เราทุกคนต่างเป็นนักเดินทาง ตั้งแต่เกิดไม่ใช่เพิ่งสตาร์ท เราก็มีปัจจัยร่วมเกิดมาในครอบครัวของเรา เราเดินทางมาหลายภพ แต่ว่าการพบกันครั้งนี้สำคัญ ที่พบและจากกันในกุศล”