"เชื่อในสิ่งที่ธรรม ทำในสิ่งที่เชื่อ"



การสนทนาธรรมกับท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ คุณฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THANN ดำเนินรายการโดย ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ

คุณฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ เป็นคนที่มีความฝันและก็เชื่อในสิ่งที่ทำ พร้อมเป็นนักสู้ ผู้ก่อตั้งเจ้าของผลิตภัณฑ์สปา THANN ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเจ้าของ THANN Wellness Destination ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา


จากเด็กวิศวะที่ผันตัวเองเป็นมาเป็นนักการตลาด


คุณฐิติพัฒน์


เริ่มต้นน่าจะคล้ายหลายคนที่มีค่านิยมในสังคมตอนนั้นคือ ไม่เรียนหมอก็เรียนวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเรียนหมอไม่ได้เด็ดขาดเพราะเห็นเลือดหรือเข็มฉีดยาจะเป็นลม ทำให้ต้องเรียนวิศวะฯ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ระหว่างที่เรียนรู้ว่ามีความสนใจในสิ่งที่หลากหลาย มีไปเรียนมาร์เก็ตติ้งที่คณะพาณิชศาสตร์และการบัญชี เรียนโฆษณาที่คณะนิเทศศาสตร์ มีประกวดแผนงานโฆษณาก็ร่วมส่งเข้าประกวดด้วย หรือตอนเช้าที่เวลาเดินเข้าไปฯ มหาวิทยาลัยจะต้องเดินผ่านคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็เดินเข้าไปดูงานแสดงของเด็กสถาปัตย์ ซึ่งทำให้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ตอนเรียนวิศวะฯ ปีแรกจบมีแอบไปเอนทรานซ์ใหม่เข้าสถาปัตย์ จุฬา ติด แต่เพื่อนบอกว่าถ้าอยากอดนอน 5 ปีมาเรียนคณะเรา บวกกับมีความฝันตั้งแต่เด็กว่า ถ้าทำงานครบ 10 ปี แล้วจะต้องเปิดบริษัทของตัวเอง โดยมองว่าถ้าตอนอายุ 30 ปี จะเป็นวิศวกรหรือสถาปนิก เมื่ออายุ 30 ปีก็ต้องมาเปิดบริษัทเป็นเถ้าแก่บริษัทตัวเองอยู่ดี จึงตัดสินใจสละสิทธิ์ไป


พอเรียนจบไปสมัครงานเป็นนักการตลาด ตอนสมัครก็ตอบไปว่า ผมเชื่อว่าจะเป็นนักการตลาดที่ดีได้แม้จะเรียนวิศวะฯ มาทำงานที่เมืองไทย 3-4 ปี ไปเรียนโทต่างประเทศที่ออสเตรเลีย และเป็น Marketing Manager ที่ซิดนี่ย์ จนอายุ 30 ปีที่เคยตั้งเป้าจะเป็นเถ้าแก่ และตอนแรกตั้งใจจะอยู่ที่ออสเตรเลีย แต่ก็ตัดสินใจกลับมาไทย เลยลองเขียนแผนการตลาดให้เจ้านายที่ออสเตรเลียดู พร้อมสอบถาม feedback ว่าดีหรือไม่ ถ้าดีจะลาออกไปทำ ถ้าไม่ดีก็ทำงานกับเขาต่อ ซึ่ง 20 ปีที่แล้วเงินเดือนก็หลายแสนบาท และบริษัทที่ทำก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงยังไม่อยากเสี่ยงมาก

จุดเริ่มต้น Business Plan ของ THANN


เมื่อหัวหน้าอ่าน Business Plan ร้อง ว้าว! และบอกว่าถ้าฉันเป็นยู ฉันก็จะกลับไปทำเพราะเป็น Business Plan ที่ดีมากๆ ซึ่งก็คือ "THANN" ตอนนั้นมี 2-3 option 1.ทำของถูก เพราะประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศที่ร่ำรวย เพราะการขายของถูก ตลาดจะกว้างกว่า 2.ทำของดีราคาแพง แบบ TANN และ 3.ทำในสิ่งที่เรารักและเป็นเราดีกว่า อย่าไปเห็นแก่เงินทอง เพราะที่ลาออกไม่ได้หวังรวย เพราะเราอยู่บริษัทที่ยอดขายเป็นหมื่นล้านบาท มีเวลาที่สนุกกับเวลาที่เราทำตามสั่งหัวหน้า ไม่ได้เชื่อสิ่งที่กำลังทำ การที่บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์หลายครั้งต้องยอมรับว่าเราทำเพื่อราคาหุ้นของบริษัทมากกว่าทำสิ่งที่ดีที่สุดกับแบรนด์หรือผู้บริโภค เพราะบางครั้งก็ไม่อยากให้ต้องมีการ take over ถ้าราคาหุ้นตก

ประกอบกับปกติชอบซื้อของทางไทยใช้ แล้วทางออสเตรเลียก็ชอบใช้ของที่เป็นธรรมชาติมาก แต่ทำไมไม่มีแบรนด์ไทยให้ซื้อเลย ย้อนไปช่วงนั้นเป็นที่เป็นยุค 90 หลายคนมองว่าแบรนด์ไทยเป็นของไม่ดี แต่เวลากลับเมืองไทยทุกครั้งก็จะมีคนฝากซื้อของจากไทยมาตลอด เพราะบอกว่าผมเป็นคนเทสต์ดีเวลาซื้อของ แต่เงินที่ฝากซื้อมากลับให้มาน้อย เพราะเขามองว่าสินค้าไทยราคาถูก จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าอยากเห็นคนมองสินค้าแบรนด์ไทยเป็นของดี ราคาไม่ถูก และมีคุณภาพ


“ตอนนั้นตำแหน่ง International Marketing Manager ทำหน้าที่สร้างแบรนด์ออสเตรเลียให้ดังระดับโลก คิดว่าต้องเป็นทักษะของเราที่ทำให้ตัวเองให้ประเทศไทยบ้างน่าจะดี แค่หวังว่าจะมีคนชอบแบรนด์ของเราแค่กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งก็มีความสุขแล้ว แต่ถ้าหวังรวยก็คงขายของราคาถูกเพราะจะเป็นตลาด Mass Market”

ถึงปัจจุบันสินค้า THANN มีขายอยู่เพียง 10 กว่าห้าง เช่น สยามพารากอน ดิเอ็มโพเรียม ไอคอนสยาม เซ็นทรัลเวิร์ด ฯ เพราะถ้าไปอยู่ในตลาดที่ไม่ใช่เป้าหมายก็ไม่ใช่ว่าจะขายได้ และเป็นตลาด Niche Brand ที่ขอเป็น Global Niche Brand เพราะถ้าเป็น Local Niche หรือเป็นเฉพาะกลุ่มในตลาดเดียวน่าจะอยู่ยาก

สิ่งที่ต้องเจอและความยากเมื่อต้องทำแบรนด์ตัวเอง


กลับเมืองไทยมาเดือน พ.ย. ปี 2001 และอีก 5 เดือน หรือเดือน เม.ย. 2002 ก็เริ่มทำธุรกิจที่วางไว้เลย โดยบอกทุกคนว่าสินค้าแรกที่เริ่มต้นไม่ต้องเริ่มต้นให้ดีที่สุดก็ได้เพราะเราสามารถจะทำเวอร์ชั่นหรือเจเนเรชั่นที่ 2 ได้ พอคิดได้แล้วทำก็จะได้เรียนรู้จากมันได้ แต่ก็รู้การขายของแพงคุณภาพต้องดีมาก

ต้องยอมรับว่าตอนหายไปเมืองนอก 5 ปี พอกลับมาไทย connection ต่างๆ ไม่มีเลย ก็ไปหานายกสมาคมที่จะช่วยในการผลิตสินค้าให้ โดยเล่าให้ฟังว่าอยากทำของดีขายออกไปต่างประเทศพร้อมบอกโมเดลธุรกิจไปแต่เงินลงทุนไม่ได้มีจำนวนมาก สื่อสารกับเขาตรงๆ ว่าของที่สั่งผลิตไม่ได้สั่งเป็น 1,000 ชิ้น แต่จะรบกวนให้ช่วยทำให้เป็นตัวอย่างแค่ 24 ชิ้นของแต่ละสินค้าที่มีทั้งหมด 18 SKU เพราะถ้าขายไม่ได้ก็จบ แต่ถ้ามีคนซื้อก็จะรีบมาสั่งซื้อที่นี่


ผลตอบรับหลังจากเริ่มเปิดตัว มี 2 เหตุการณ์จำมาตลอดคือ 1.เป็นฝรั่งดูเท่สมาร์ท อายุ 60 ปี เดินเข้ามาที่บูธขนาดเล็กของเรา พร้อมถามว่า เราทำมานานหรือยัง เราก็สื่อสารออกไปตรงๆ ว่าวันนี้เป็นวันแรก เขาชมว่าออกแบบได้ดี เปิดมาดม กลิ่นดี แล้วเขาก็รีบพูดเพราะกลัวเราไปตั้งความหวังว่าเราจะขายของได้ แต่เพราะเขามาจากอิตาลี ทำธุรกิจแฟชั่นเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดังที่เราเคยเห็นสินค้าวางจำหน่ายที่สิงคโปร์ และอวยพรให้เราโชคดี แม้เขาจะไม่ได้ซื้อของเรา แต่มองว่าใครสักคนในวงการแฟชั่นโลกบอกว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้แย่มันคือเสียงตอบรับที่ดี เพราะยังดีกว่าทุกคนดูแล้วเดินผ่านไปเลย และ 2.คนที่นำเข้าแฟชั่นและเครื่องสำอางค์แบรนด์ดีๆ เอาของเราไปเป็นใน Multi-brand Store ของเขาที่มาเลเซีย ซึ่งทั้ง 2 ข้อนี้ทำให้เริ่มรู้สึกมั่นใจกับสิ่งที่ทำไปมากขึ้น


กล้าทำความฝันให้เป็นจริง


แม่ชีศันสนีย์


สิ่งที่ทำได้เห็นถึงความกล้าหาญและความตั้งใจไปให้ถึง เห็นความสุขแต่ละก้าว โดยไม่ต้องรอให้สำเร็จแล้วจึงสุขกับสินค้าที่เป็น THANN ผู้ประสานงานของเสถียรฯ บอกว่าความรู้ของวิศวะฯ ไม่ได้จบที่งานของวิศวะฯ เสมอไป แต่ไปอยู่ในสิ่งที่ชอบ และทำให้เกิดความปราณีต ทำงานด้วยความอลังการของจิต ถ้าเราบอกให้ตัวเองเป็นคนที่ให้คนอื่นซื้อเรา เลือกเราก็อาจจะต้องรอคอย แต่ถ้าเรามั่นใจในแบบที่เรากำลังทำในสิ่งที่ดีที่สุด เห็นสิ่งที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของคนไทยออกไปสู่เวทีโลกแค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว เราไม่ได้เป็นของโหลไปแข่งขันในราคาถูก แต่เรายอมรับความเข้มข้นในอะไรบางอย่างที่เราอยากทำ แล้วก็เป็นหัวกะทิ ขอชื่นชมกับสิ่งที่ทำ และน่าจะเป็นแรงบันดาลใจในสิ่งที่ทำกับคนอีกรุ่นหนึ่ง


“คนที่กล้าที่จะฝัน ก็อยากจะทำความฝันให้เป็นความจริง ไม่ทำฝั่งฝันแค่เป็นความฝัน แต่ทำให้เป็นความจริงที่เป็นเรื่องสนุก มันได้แก้ปัญหา เพราะได้ทดลองหรือแม้จะเป็นการลองที่ผิด แต่ก็ยอมรับและจะไม่ยอมจำนน”

การที่แบรนด์หนึ่งจะไปอยู่ในใจหรืออยู่ในวิถีชีวิตของคนได้ เพราะเขารู้จักใช้ของดีที่ปลอดภัยคิดว่าอันนี้ได้ใจคนที่เลือกเราไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่เขาจะหยิบยี่ห้อไหนก็ได้ แต่เขาเลือกเราเพราะเขาไว้ใจและเป็นการทำให้คนอื่นไว้วางใจ


อย่าง Wellness น่าสนใจพยายามทำสิ่งที่ออกมาที่ทำให้ออกมาให้คนได้ relax เพราะตอนนี้ภาวะเครียดเยอะ รู้จักให้คนได้ใช้ ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ซึ่งความจริงถือเป็นกายภาวนาอย่างหนึ่ง คือการใช้ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส กายสัมผัสทางกายเย็นร้อนอ่อนหรือแข็ง ทั้งหมดมากระทบใจ แต่ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะเราก็จะรู้ทัน


สมมุติว่าตอนนี้คุณยายมีกุหลาบ 10,000 ต้นที่มีจากบัลแกเรีย เพราะต้องอยู่ภูเขาที่ร้อนและกลางคืนเย็น ความร้อนความเย็นจะต่างกัน 20 องศากุหลาบนี้ก็จะสะพรั่งทั้งหุบเขาโพธิสัตว์ ตอนนี้อาจดูเป็นสินค้าแต่วันหนึ่งจะเป็น Herb แด่คนที่ซึมเศร้าได้ วันหลังจะไปขอองค์ความรู้ จะลองทำดูว่าการเยียวยาใช้ทั้งนวัตธรรมและนวัตกรรมออกมาจะทำให้คนมีความสุขได้อย่างไร เรื่องค้าขายหรือสินค้าไม่เก่ง แต่คุณยายพอช่วยได้เรื่องการเยียวยา พอมีใจเรื่องนี้อยู่บ้างแต่อาจต้องไปเรียนรู้กับผลิตภัณฑ์ของ THANN ที่ทำอะไรแล้วสามารถทำอะไรแล้วไปอยู่ในใจได้


ดร.ณัฐวุฒิ


โอ๋เป็นคนละเอียดและใส่ใจมาก อย่างกรณีที่น้ำในห้องสปาเมื่อเอามือไปจุ่มจะรู้เลยว่าอุณหภูมิเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งทำให้เห็นเลยว่าคนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ หรือชี้นิ้วสั่งให้พนักงานทำ แต่รู้รายละเอียดทุกขั้นตอน หรือแม้แต่คนนวดสปาที่ปกติลูกค้าต้องก้มหน้าไปกับหมอนเวลามาใช้บริการสปา


คุณฐิติพัฒน์


ปกติผ้าของ THANN ทอเป็นโลโก้สี่เหลี่ยมโดยเฉพาะ เพราะทุกอย่างอยากให้มีดีไซน์และพิเศษหมด แต่เวลาลูกน้องเวลาพับผ้าเอาโลโก้ไว้ด้านในที่ฟู แล้วเอาด้านเรียบสัมผัสผิวลูกค้า ซึ่งถ้าพับไม่ถูกทางหากลูกค้าใช้บริการอาจทำให้เวลาเงยหน้าขึ้นมาหน้าจะถูกโลโก้ของ THANN กดเป็นรอยสี่เหลี่ยมได้

อุปสรรคและบทเรียนกว่าจะประสบความสำเร็จในปัจจุบัน


คุณฐิติพัฒน์


หัวข้อที่พูดคุยวันนี้ "เชื่อในสิ่งที่ธรรม ทำในสิ่งที่เชื่อ" ตรงกับสิ่งที่ได้ทำมาตลอดจริงๆ เพราะช่วงแรกที่เริ่มไม่ได้มีเงินเยอะเพียงไปตั้งเป็นเคาท์เตอร์เล็กในห้างสรรพสินค้าก่อน ยุคนั้นดีสุดคือเซ็นทรัลชิดลม ไปคุยกับฝ่ายจัดซื้อพร้อมบอกว่าจะทำในส่วนสินค้าสปานี้ให้กับเซ็นทรัลชิดลม โดยไม่ได้ทำให้กับแบรนด์เราแบรนด์เดียว โดยนำ 3 แบรนด์ไทยที่คิดว่าเป็นแบรนด์ที่ดีเข้าไปด้วย ซึ่งเขาก็ให้พื้นที่อยู่ระหว่างล็อกที่นอนกับก๊อกน้ำ แต่รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ เพราะถ้ายืนยันว่าให้ที่ตรงนั้นจริงก็ขอไม่ทำ เพราะอยากขอพื้นที่ติดข้างกับบันไดเลื่อนที่มีคนขึ้นลงจะเห็นชัด เขาบอกว่าถ้าจะเอาที่ดีแบบนี้ต้องไปคุยกับผู้บริหารครอบครัวจิราธิวัฒน์แล้ว ก็เลยขอรบกวนให้เขาช่วยนัดให้ จนมีโอกาสได้เข้าไปพบคุณนิตย์สินี จิราธิวัฒน์ แล้วก็พรีเซนต์ให้เห็นว่าเราไม่ได้มาสร้างกลุ่มสินค้าประเภทนี้เพียงคนเดียว ต้องช่วยกันหลายๆ แบรนด์ และท่านก็เห็นสิ่งที่เราพูด และช่วยเคลียร์พื้นที่ชั้น 5 ตลอดแนวให้ จนมี 3 แบรนด์อยู่ตรงนั้น


“เราเชื่อว่าถ้าทำให้ดี มันต้องได้ดี และเชื่อในความเพียร เพราะความยากลำบากไม่มีส่วนไหนไม่ยาก”

ปกติภายในหนึ่งวันทุกคนจะมีเวลางาน 6-8 ชม. ต่อสัปดาห์ แต่ตอนนั้นกลัวธุรกิจจะไปไม่รอด และไม่อยากขอเงินพ่อแม่ใช้อีกแล้ว จึงตัดสินใจทำธุรกิจ THANN 3 วัน แล้วก็ไปสมัครงานเป็นพนักงานชั่วคราวของบริษัทโฆษณาทำอาทิตย์ละ 3 วัน และขอเงินเดือนเขาถูก เพราะกลัวเขาจะปฏิเสธ จากเงินเดือน 250,000 บาท เหลือ 30,000 บาท พอผ่านไป 1 ปี คิดว่าธุรกิจรอดแล้วก็ไปลาออกจากบริษัทโฆษณา

ทั้งนี้ คิดว่าทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น ช่วงนั้นคนไทยเองก็ไม่อยากใช้ของไทย หรือคนมีสตางค์ที่ใส่ใจในคุณภาพก็ไม่อยากใช้ของไทย ห้างไทยเองก็ไม่อยากขายของไทย เขาจะเอาชั้นดีให้แบรนด์ต่างประเทศ แต่เพราะวัตถุดิบไทยก็มีจำกัด อย่างดอกมะลิก็เอาไปไว้พระไม่ได้สนใจมาสกัด ทุกวันนี้ยังต้องนำเข้าดอกมะลิมาจากอินเดีย กุหลาบก็นำเข้าจากบัลแกเรีย เทคโนโลยีไม่มีก็ไปซื้อให้เซรั่มจากฝรั่งเศสมา packaging ไม่สวยก็ต้องทำให้สวย แต่ก็สนุกที่ได้ทำ


“ถ้าเรามีความรู้และความเพียรก็จะพัฒนาขึ้นทุกวันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ทำคือการเป็นหนี้ ตลอด 20 ปีที่ทำธุรกิจมาไม่เคยกู้เงินจากธนาคาร ไม่เคยติดเงิน supplierไม่เคยยืมเงินใคร มีน้อยก็ใช้น้อย”

แม่ชีศันสนีย์


ไม่มีหนี้แล้วก็ไม่มีทุกข์ในโลก แล้วก็มีศรัทธาในสิ่งที่ตัวเองทุ่มเท จะมีความเพียร ยอมทำในสิ่งที่แย่กว่าในกรณีที่เป็นความเพียรที่ง่ายก็ธรรมดาไป แต่ถ้าเป็นความเพียรที่ยาก ฟังแล้วขำตรงที่คนไทยไม่อยากใช้หรือตั้งแบรนด์ไทย แต่อยากให้คนไทยไปอยู่ในที่ที่ดี ถือว่าเป็นการสู้ที่เยอะ


คุณฐิติพัฒน์


พอ THANN เริ่มมี Shop ที่ Ginza ที่ญี่ปุ่น และที่ปารีส ฝรั่งเศส เขาถึงค่อยหันมามองเรา เหมือนต้องให้เป็นที่ยอมรับของฝรั่งก่อน ซึ่งเพื่อนบางคนได้รับของฝากจากสวิสเซอร์แลนด์ที่คนไทยไปเที่ยวมาแล้วซื้อมาฝากนั่นก็คือสินค้าของ THANN เพราะมีขายที่สวิสเซอร์แลนด์ และตอนนี้ THANN กลายเป็นของ 10 อย่างที่คนจีนมาแล้วต้องซื้อกลับไป

ที่มาของชื่อและแบรนด์ THANN


คุณฐิติพัฒน์


คิดมากจนสุดท้ายเอามาจากคำว่า “ธัญพืช” ชื่อไทยมาก แต่เพราะ 20 ปี ก่อนคนไทยยังมีอคติกับสินค้าไทยเลย เลยเหลือคำว่า “ธัญ” หรือ THANN อย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้มองว่าออกแบบอะไรเก่ง ความจริงจ้างดีไซน์เนอร์ออกแบบโลโก้ให้ แต่ผลจากการทำ focus group บอกไม่สวย ไม่มีความแตกต่าง เขาว่าคล้าย The Body shop และ L'Occitane แต่เมื่องานที่ต้องไปออกบูธเพราะจ่ายค่าบูธแล้วจะช้าไม่ได้ เลยตัดสินใจทำเองหาสัญลักษณ์ดูเป็นพันสัญลักษณ์ในโปรแกรม Excel ก็ออกมาโก้เรียบง่ายดี คนก็ชม ถ้าคนไม่สนิทก็จะพูดเหตุผลประกอบยาวมาก แต่จริงๆ เราออกแบบเองก็ไปนั่งดูสัญลักษณ์โปรแกรม Excel ทั้งหมดที่มีหลายแบบอยู่


แม่ชีศันสนีย์


เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ยอมจำนน มีศรัทธาและความเพียร แล้วก็จะทำในสิ่งที่เชื่อ

“ความเชื่อจะถูกพัฒนาเป็นความศรัทธาได้ ก็ต่อเมื่อทดลองแล้วทดลองอีก เพราะยอมจำนนไม่ได้”

งานก็กำลังจะเข้ามา เหมือนสิ่งที่กำลังจะเตรียมใกล้จะเปิดการแสดงความเป็นตัวตนของเราออกไป ก็สามารถพัฒนาระดับธรรมดาไม่ได้ สำหรับคนที่จะต้องไปต่อสู้อะไรที่เยอะ ก็ต้องมีความเพียรมากในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ อยากให้กรณีนี้เป็นแรงบันดาลใจให้อีกเจเนเรชั่นหนึ่งได้เข้าใจว่า

“ถ้ามีศรัทธาในสิ่งที่ทำ และทำให้ในสิ่งที่เชื่อออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรรม พร้อมนึกถึงคนอื่นและยังดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ก็สามารถขยายปีกของตัวเองและบินไปได้ไกล ก็เพราะรู้จักแบ่งปัน”

ช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะเรื่องช้าง


คุณฐิติพัฒน์


เรื่องช่วยเหลือช้างทำต่อเนื่องจนปีนี้เป็นปีที่ 11 เริ่มจากที่วันหนึ่งดูสารคดีอยู่บ้าน ที่มาถ่ายทำช้างในเมืองไทย ดูไปร้องไห้น้ำตาไหลเพราะสงสารช้าง ทำไมโดนทารุณกรรมมาเดินในเมืองที่ร้อน และคิดว่าวันหนึ่งถ้าเราสามารถช่วยพวกเขาได้ก็จะทำ และก็มาทำ CSR ที่หาเงินไปช่วย รพ.ที่รักษาช้างที่ขาขาดเพราะเหยียบกับระเบิด หรือป่วยเพราะเจออุบัติเหตุรถชน และสิ่งที่ทำโดยจากการขายสินค้า THANN โดยไม่หักค่าใช้จ่ายเให้กับ รพ.ช้าง สิ่งที่น่าสนใจคือมีบริษัทใหญ่หรือศิลปินระดับโลกส่งเงินไปให้ รพ.ช้างเลย หรือเอาภาพหลายแสนมาให้ทางเราช่วยขายเท่าไรก็ได้ ซึ่งก็นำมามาตั้งขายในห้างให้ แต่ให้โอนเงินเข้าไปที่ รพ.ช้างเองเลย


ล่าสุดพบมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมที่แม่แตง ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้ดูแลแต่ช้างอย่างเดียว แต่เขาดูแลสัตว์กว่า 4,000 ชีวิต ตั้งแต่หมา แมว หมูป่า แพ แกะ กระแต หรือวัวควายที่คนไปไถ่จากโรงฆ่าสัตว์มาแต่เอามาให้เขา ยิ่งตอนนี้คนหนีโควิด-19 ก็ย้ายบ้านแต่ทิ้งสัตว์เอาไว้ จึงทำโครงการเอาของมาขายตั้งแต่ 200 500 และ 1,000 บาท โดยให้โอนผ่านดิจิทัลแบงก์กิ้งให้กับมูลนิธิโดยตรงไม่ต้องผ่านมาทาง THANN ผู้ร่วมโครงการแค่โชว์สลิปที่โอนไปให้ รพ.ช้าง ส่งมาที่เรา THANN ก็จะส่งสินค้าไป โดยที่ไม่ต้องเจอกันเสี่ยงเรื่องโควิด-19 ด้วย พร้อมกับแนะนำให้มูลนิธินี้ไปเข้าร่วมกับมูลนิธิปันสุขของธนาคาร ttb เพราะถ้าคนอยากได้ใบเสร็จเพื่อไปหักภาษีก็สามารถไปบริจาคผ่านทางมูลนิธิปันสุขได้


แม่ชีศันสนีย์


ทำให้นึกถึงการเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างความต้องการกับผู้ที่ปรารถนาอยากจะแบ่งปัน จากผลิตภัณฑ์ของ THANN ทำให้เห็นว่า win-win กับทุกฝ่ายเลย เพราะช้างก็ได้ สัตว์อื่นก็ได้ คนก็ได้ ซึ่งคนให้ก็มีความสุข ใช้ของไปก็มีความสุข


คุณฐิติพัฒน์


บอกลูกน้องว่า ไม่ว่าเราจะตั้งใจทำงานมากขนาดไหน แต่ถ้าวันหนึ่งมีข้อผิดพลาดขึ้นมา เกิด Human Error บ้าง แต่ผู้บริโภคจะรู้ว่าเราไม่เคยมีเจตนาที่ไม่ดี ก็เหมือนซื้อประกันที่พอวันหนึ่งเกิดเรื่องร้ายขึ้นมา เวลาใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเกิดอะไรขึ้นมาอย่างน้อยผลตอบรับอาจจะไม่แรงเกินไปก็ได้


แม่ชีศันสนีย์


จริงๆ พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกให้เรารังเกียจอะไร แค่อย่าเป็นไปเพื่อราคะ หรือปลุกปั่นโทสะ และอย่าไปหลงหรือไม่เท่าทันความเป็นจริง ซึ่งทุกอย่างนั่นคือ “ธรรม” นั่นแหละ เป็นกลไกเพื่อรู้จักเท่าทันและเสพสิ่งที่ควบคุมได้ และไม่ได้ปฏิเสธแบบสุดโต่ง หรือการยึดติดในข้อปฏิบัติแบบที่ไม่รู้ความจริงทำตามๆ กันไป แต่ของ THANN เป็นศรัทธาในสิ่งที่ทำ ใช้ผลิตภัณฑ์มาจากกลิ่นธรรมชาติ อาหารการกินที่มาจากการไม่ได้เบียดเบียน เพราะไม่ได้เป็นการฆ่าหรือเจตนาเอาชีวิตเขา สิ่งเหล่านี้เป็นการฝึกปฏิบัติให้เราค่อยๆ ละวาง ขยันเป็นนักลงทุน การที่เป็นคนมีสัจจะว่าจะทำสิ่งนี้เพื่ออะไร แล้วจะลงรายละเอียดอย่างไรที่จะอยู่บนพื้นฐานไม่ไปเบียดเบียนธรรมชาติ


นอกจากจะมีอารมณ์ขัน มีความเป็นนักทดลองและศรัทธาต่อสิ่งที่ทำ แล้วก็ทำต่อสิ่งที่เราเชื่อ จนออกมาเป็นสิ่งที่เกื้อกูลกัน อยากเห็นคนไทยเป็นอย่างนี้ เห็นมนุษยชาติมีความตั้งใจเคารพกันในสิ่งที่เป็นกันและกัน แต่ละคนไม่เหมือนกันเพราะเราต่างมีกรรมเก่าที่ต่างกัน ได้มาเจอกัน แบ่งปันและเกื้อกูลได้ และเคารพในความแตกต่างอย่างลงตัว

มีการถวายงานให้กับกษัตริย์จิกมี แห่งภูฏาน


คุณฐิติพัฒน์


กษัตริย์จิกมีได้ซื้อของ THANN และทรงตรัสว่าได้นำไปให้ใครบ้าง พระองค์มีพระราชดำริและความตั้งใจเหมือนในหลวง ร.9 มากที่อยากเห็นคนภูฏานกินดีอยู่ดีและพ้นจากความยากจน เลยขอให้ไปแนะนำความรู้ พร้อมเชิญนักธุรกิจ ดีไซเนอร์ไปสอนที่ภูฏาน พร้อมกับส่งคนภูฏานมาฝึกงานที่ THANN 3 เดือน


แม่ชีศันสนีย์


หัวใจของกษัตริย์จิกมีที่มีหัวใจของความตั้งใจ ไม่ว่ายากอย่างไรก็จะทำให้สำเร็จ เป็นหัวใจของผู้ให้ หัวใจของโพธิสัตว์


“ถ้าเราศรัทธาอะไร อย่าไปกลัวกับการแก้ปัญหา ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาจนเรากระทั่งเกิดกรุณาอย่างลึกซึ้งในการช่วยสรรพสิ่งได้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชั่ง ใครจะว่าอย่างไรก็จะไม่เกลียด แล้วมีความตั้งใจให้สำเร็จ”

การแบ่งปันความรู้ให้กับคนภูฏานแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เขาก็จะระลึกกับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ ก็กลายเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าวีไอพีที่มาซื้อ

สิ่งที่ทำให้ท้อและรู้สึกผิดหวัง


คุณฐิติพัฒน์


ถือเป็นมีบททดสอบที่เข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่ถึงคำว่าท้อ เช่น วันที่ส่งของไปที่อเมริกาเป็นจำนวนมาก แต่ศุลกากรไม่ให้เข้าเพราะเราเอาเปลือกข้าวโพดใส่ไปในกล่องของขวัญเพื่อกันกระแทก ขอให้เอาตู้คอนเทนเนอร์ไปที่แคนาดาแทนได้หรือไม่ แต่ก็ยังไม่อนุญาตพร้อมบอกว่าชัดเจนว่ามาจากประเทศไหนต้องกลับไปประเทศนั้น แต่ของก็ต้องขายแล้วก็ต้องส่งไปทางจนส่งทางอากาศไปใหม่ ขณะของที่ไม่ให้เข้าต้องส่งกลับทางเรือแทน


หรือตอนที่มีม็อบราชประสงค์แล้วไฟไหม้ที่เซ็นทรัล THANN มีอยู่ 2 ร้าน พนักงานส่งข้อความมาปลอบใจมาหมด แต่เราก็บอกลูกน้องว่าไม่ได้รู้สึกสะเทือนขนาดนั้น แต่เขากลัวเราท้อมาก ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ทดสอบเหมือนกัน ซึ่งคิดเสมอว่า เพราะ THANN มีการกระจายความเสี่ยงพอสมควร ไม่ได้ขายของในประเทศเดียว หรือวางจำหน่ายสินค้าในศูนย์การค้าแห่งเดียว และไม่ได้มีสินค้าชนิดเดียว วันนี้มีปัญหา เจอไฟไหม้ไปหรือโดนปฏิเสธมา แต่ก็ยังมีอะไรที่ไปต่อได้ เพราะไม่ได้หมกหมุ่นกับปัญหามาก บอกไว้เลยว่า ปัญหาในธุรกิจ 80 % แก้ได้ด้วยเงิน ถ้าเรามัวแต่กลัวว่าเขาจะเอาเปรียบหรือกลัวเสียสตางค์ เราก็จะแก้ปัญหาไม่ได้สักที ดังนั้น บางครั้งก็ต้องยอมให้เขาเอาเปรียบหรือยอมเสียสตางค์บ้าง สิ่งที่เป็นปัญหาก็จะไม่เป็นปัญหาใหญ่อีกต่อไป ถ้าเขาบอกของคุณภาพไม่ดี ไม่จ่ายก็ไม่จ่าย แล้วก็ไม่ต้องส่งของกลับมาเมืองไทย เพราะส่งกลับมาก็เสียภาษีนำเข้า 30 % ก็เอาไปให้พนักงานคุณใช้แล้วกัน เรายกให้เลย เหตุการณ์ก็จบ


แม่ชีศันสนีย์


นี่คือการใช้ปัญญาเลย เพราะยังดีที่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น


คุณฐิติพัฒน์


เราก็แค่เสียทรัพย์ อดีตเราก็เคยมี อดีตเราก็หาได้อนาคตเราก็หาได้ ลูกค้าที่ไม่ชอบของเราก็มี เราก็คืนเงินให้ 100 % หรือกรณีล่าสุดที่มีลูกค้ามานอนที่ TANN Wellness Resort ที่อยุธยา บอกนกร้องเสียงดังทำให้เขาต้องตื่นเช้า เราบอกว่าถ้าอย่างนั้นให้นอนฟรีคืนหนึ่ง แล้วให้ย้ายไปนอนที่วิลล่าที่ไม่มีนกร้อง เหตุการณ์ก็จบ


แม่ชีศันสนีย์


เพราะมองด้วยจิตที่จะให้ การไม่เอา และไม่ได้แก้ปัญหาที่มองว่าเราเสียเปรียบ เพราะถ้าคิดว่าเราเสียเปรียบเราก็จะตระหนี่ อย่างน้อยเขาจะจำในสิ่งที่เราให้มากกว่าการบริการใดๆ เพราะความจริงมนุษย์มีพื้นฐานจิตสำนึกที่ดีกันทุกคน

คุณฐิติพัฒน์


คุณยายจ๋าพูดถูกเลย เพราะตอนเช็คเอ้าท์เขาบอกว่าเขาจะกลับมาใหม่


แม่ชีศันสนีย์


จริงๆ มนุษย์จะจำว่าเราได้ทำอะไรเพื่อใครได้บ้าง แต่ถ้าไม่มี เราก็จะเปลี่ยนมุม ว่าแล้วมีใครจะคอยสนับสนุนเราได้บ้าง หรือยอมเราได้บ้าง ในที่สุดก็จะเกิดความเกรงใจ ยกเว้นคนที่เห็นแก่ตัว เพราะคิดว่าเคยทำกับคนนี้ได้แล้วเขายอมรับเขาก็จะไปทำกับคนอื่นต่อ และคิดว่าเราจะเป็นผู้ชนะเพราะจะได้สิ่งนั้น แล้วชอบไปตำหนิติเตียนเพื่อจะได้เรียกร้อง ถ้าเจอความไม่ยอมกับไม่ยอมก็จะไม่จบ แต่ถ้าไปเจอกับความไม่ยอมแล้วเรายอมได้ ทุกอย่างก็จะจบ มนุษย์ที่ไม่เคยเสียเปรียบเลยก็จะเป็นมนุษย์ที่คอยเอาเปรียบ

รู้จักปฏิเสธมากขึ้นหลังทำงานหนักจนเข้าโรงพยาบาล


คุณฐิติพัฒน์


เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาหรืออายุประมาณ 31 ปี มีสุขภาพแข็งแรงแต่เป็นช่วงที่ใครให้ทำอะไรทำหมด เป็นไข้หวัดแล้วไม่พักออกไปทำงาน ตอนบ่ายไปแนะนำศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่เชิญอาจารย์จากเชียงใหม่มาดูฮวงจุ้ยให้ ขณะที่ไข้ยังสูงและไม่ยอมลด และตอนเย็นยังยืนยันที่จะตอบรับนิตยสารที่เชิญให้เป็นกรรมการตัดสินรีสอร์ท จบงานตอนกลางคืนก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาลเพราะเป็นช่วงที่มีไข้หวัด 2009 จนมีอาการเส้นเลือดในสมองแตก ป่วยไปหลายสัปดาห์ เป็นหนักถึงขนาดที่เพื่อนมาเยี่ยมแต่จำหน้าใครไม่ได้เลย และจากครั้งนั้นทำให้พบว่าไม่ควรบ้ายอ และต้องรู้จักหัดปฏิเสธบ้าง เพราะเราไม่ใช่ซุปเปอร์แมน ถ้าไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหว

ต้องเป็นคนที่น้ำไม่เต็มแก้วเสมอ


ดร.ณัฐวุฒิ


ทำให้รู้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จ เขาจะทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วเสมอ


แม่ชีศันสนีย์


จากที่คุยมองว่าเขาไม่ได้อวดรวย ถือดี แต่เป็นคนยอมรับความจริง เวลาไหนต้องอ่อน ต้องให้ ต้องทำให้ตัวเองรอด เป็นคนพึ่งตัวเองได้และเป็นแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่


คุณฐิติพัฒน์


ตอนพาแม่ไปเที่ยวเพื่อที่ต้องการซื้อที่ ก็อยากรู้จึงหลอกชาวบ้านว่าเราเป็นคนขับรถเพราะใส่ขาสั้นไป แล้วให้ลูกน้องที่แต่งตัวจัดเหมือนเป็นนายเรา แต่มีเหตุผลเพราะต้องการจะหาข้อมูลที่จริงจากชาวบ้านแถวนั้น เช่น แถวนี้มีอาชญากรรมหรือไม่ แต่สุดท้ายนายหน้าขายที่จับได้ เพราะลูกน้องให้ความสนใจเรื่องผักที่จะเก็บมาตำน้ำพริกได้ ขณะที่เราสอบถามรายละเอียดอย่างอื่น เพราะไม่ชอบทำตัวยิ่งใหญ่ หรืออย่างเวลาไปซื้อต้นไม้ก็จะไหว้แม่ค้าเพราะกลัวเขาขายแพง

อนาคตของ THANN หรือยังมีฝันสิ่งที่อยากทำ


คุณฐิติพัฒน์


สินค้าตอนนี้มี shop 20 ประเทศ และไม่มี shop อีกหลายประเทศเพราะส่งสายการบินหรือโรงแรม ซึ่งปัจจุบันถือว่าได้บรรลุเป้าหมายมานานแล้วเพราะความจริงมีเป้าหมายเล็กๆ ที่ทุกวันนี้ก็ถือว่าสิ่งที่ทำได้เกินเป้าหมายมาไกลแล้ว ก็อยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดี แล้วอนาคตอะไรจะเกิดอะไรก็พิจารณาอยากจะทำมันหรือไม่ ไม่ได้ดีใจเมื่อมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นหรือมี Agent ประเทศใหม่เกิดขึ้น เพราะต้องไปสร้างและทำตลาดนี้ใหม่เหมือนต้องเริ่มต้นจากศูนย์อีก เคยบอกลูกน้องว่าเหลือบางตลาดที่ให้คนอีกรุ่นทำก็ได้ เราไม่ต้องทำทุกอย่าง และที่เราเติบโตดีมาตลอดเพราะเราทำกับตลาดปัจจุบันให้โต ไม่ได้คิดเลยว่าประเทศไหนยังไม่มีขายก็ต้องไปก็ต้องให้เติบโต

“ไม่ได้คิดว่าเราไม่มีอะไร แต่คิดบนสิ่งที่เรามีอะไรแล้วก็ทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด ก็จะเห็นผลลัพธ์แล้วก็ต่อยอดไปเรื่อยๆ เอง”

อย่าง shop ที่รัสเซียก็เกิดจากที่เขามาเห็น shop ที่ภูเก็ต หรือจะให้ไปออกงานแฟร์ในยุโรปเพื่อจะได้ Agent ใหม่ก็ไม่ทำ เพราะเคยทำพอแล้ว เคยบอกตัวเองในภาษาเด็กน้อยไว้ว่า เรียนหนังสือแค่ 20 ปี ทำงาน 20 ปี แล้ว 40 ปีจะเกษียณ แล้วจะไปทำอย่างอื่นที่มีความหมายมากกว่าหาเงิน แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เกษียณเพราะค้นพบว่า การที่เราได้ทำสิ่งที่เรารัก ทำได้ดี แล้วมีคนชื่นชม สามารถเลี้ยงตัวได้ ดูแลลูกน้องได้ และก็ไม่เป็นหนี้เป็นสิน เป็นสิ่งที่สนุกมาก

แม่ชีศันสนีย์


ทำอย่างสนุก เป็นสุขในขณะที่ทำ แล้วก็รู้จักวางเท่าที่ว่าปัจจุบันเป็นเวลาที่ประเสริฐสุด รู้จักใจของเรา รู้จักความพอดี รู้ว่าที่เหลือเป็นกำไรที่ไม่ต้องขวยขวายไม่ต้องไปดิ้นรน รู้จักพอ ใช้สิ่งที่มีอยู่ไม่เป็นทุกข์ แบ่งปันและนึกถึงคนอื่น ซึ่งจริงๆ แล้วมีศรัทธาใช้ชีวิตแบบผู้ให้


“ถ้าเรารู้จักพอ เราจะอิ่ม เวลาที่อิ่ม มันจะเหลือ และเวลาที่เหลือ เราก็จะแบ่งปัน เราเป็นอะไรก็ได้ในความสำเร็จของมนุษย์ ซึ่งในที่สุดแล้วจะเป็นน้ำที่พร้อมไหลไปสู่ผู้อื่น โลกนี้มีไว้เพื่อให้เรามีศรัทธาในกันและกัน เราศรัทธาของการไม่เบียดเบียนกัน ถ้าเราศรัทธาที่เราทำจากการเคารพตัวเราเองได้ เคารพผู้อื่นได้ เราพึ่งตัวเองได้และให้คนอื่นเป็น ในความเชื่อที่นำไปสู่การศรัทธามีใจที่จะรู้จักตัวเอง เราจะไม่เหนื่อยกับการหลง เราจะมีความเพียร และจะพยายามไปสู่เส้นทางที่พาเราไปสู่อิสรภาพได้”

จะเห็นได้เลยว่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจริงๆ จะรู้จักพอ เขามีความต้องการที่จะพิสูจน์ว่าเขาทำได้มาแล้วต่างหาก พอถึงที่สุดมนุษย์ไม่ได้มีความต้องการอะไรมากไปกว่าการมีอิสรภาพ มีจิตที่ทำให้ตัวเองบริหารสิ่งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์อย่างกว้างขวาง

"เชื่อในสิ่งที่ธรรม ทำในสิ่งที่เชื่อ ถ้าเรามีความเชื่อเป็นศรัทธา แล้วทำในสิ่งที่เราศรัทธาได้ นี่คือตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่ง"

ผลกระทบยุคโควิดและแนวคิดที่อยากฝากไว้


คุณฐิติพัฒน์


1.โควิด-19 ระลอก 3 ยอดขายหายไปกว่า 90% ระลอกที่ 1 และ 2 ไม่มีนักท่องเที่ยวมา ระลอก 3 คนไทยไม่กล้าออกจากบ้าน แต่สิ่งที่เห็นคือ ตลาดต่างประเทศที่เคยบินมาซื้อที่ไทยมีการเติบโตมาก ปีที่แล้วยอดขายจากจีนเติบโตมากกว่า 100 % แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับยอดขายในเมืองไทยที่หายไป ก็พยายามรักษายอดขายได้อย่างตลาดญี่ปุ่นและเกาหลี


2.โควิด-19 ทำให้เราตกใจ ไม่มั่นใจออกไปเจอคน ไม่อยากทำอะไรหลายอย่าง แต่ก็มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นโอกาส คือ


(1) มองว่าเราต้องอยู่รอดให้ได้ อะไรตัดได้ก็ตัดไปในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น ตัดการจ้างเอเจนซี่ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง แล้วให้ลูกน้องที่ทำหน้าที่จัดร้านเอาของเข้าร้าน มาฝึกตัดวิดีโอ อย่างวิดีโอช้างลูกน้องทำเอง ซึ่งก่อนโควิดลูกน้องทำไม่เป็นเลยและต้องจ้างเขาทำอย่างเดียว ซึ่งขั้นตอนกว่าจะเสร็จใช้เวลา 2 เดือน เพราะเขารอเราเขียนสรุป เรารอเขาส่งงานมา แก้กันไปมา แต่กลับวิดีโอช้างนั่งทำกับลูกน้องใช้เวลา 2 วัน นอกจากประหยัดแล้วทำงานได้เร็วขึ้นและก็ถูกใจเรามากขึ้นเพราะทำกันเองในออฟฟิศ


(2) เรียนรู้ที่จะทำอะไรใหม่ๆ เช่น เมื่อก่อนไม่ได้ทำออนไลน์มากและเริ่มขายใน Lazada หรือการที่เกิดโควิด-19 ตัวเองก็รู้สึกหมดกำลังใจและคิดว่าคนอื่นก็คงรู้สึกหมดกำลังใจเหมือนเรา โดยช่วงระบาดระลอกแรกก็ส่งของขวัญจัดกระเช้าของ THANN ที่ทำเองทุกอย่างส่งไปให้ลูกค้าชั้นดี พร้อมมีจดหมายที่เขียนด้วยลายมือตัวเอง แล้วบอกว่าระลึกถึง และอยากให้เขามีความรู้สีกดีๆ บ้าง


นอกจากนั้น ก็นั่งสมาธิเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านและก็มีการตัดผมให้ลูกน้อง วันหนึ่งก็ตัดให้ไป 4-5 คน ก็อาจเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกน้อง แต่มาหยุดตัดเพราะลองไปตัดขนให้หมาตัวเองแล้วเลือดไหล

การสร้างความสุขให้คนอื่น คือการสร้างกิจกรรมให้ตัวเองจะได้ไม่ฟุ้งซ่านมาก ขณะที่ก็ดูว่าสาขาไหนไม่น่าจะไปต่อได้เร็วๆ นี้ ก็มีการปิดไปบ้าง เช่น ภูเก็ต หรือการที่พนักงานไม่อยากอยู่กรุงเทพตอนนี้ก็ให้ Leave without pay ไป แต่คนที่อยู่จ่ายเงินเดือนให้ปกติ หรือที่โรงแรมก็ยังจ่ายเซอร์วิสครบ แต่ก็มีพนักงานบอกว่าลดเงินเดือนเขาได้ แต่เราก็บอกว่าลูกน้องไปว่า ถ้าถึงวันหนึ่งที่จะต้องทำแล้วจะบอก แต่จะไม่ใช้ทางเลือกนี้เป็นลำดับแรก บอกเขาไปว่า เรายังพอมีเงินส่วนตัวและเพิ่มทุนได้ แต่ก็ไม่เคยเพิ่มทุนหรือลดเงินเดือนลูกน้อง


วิกฤตนี้กลายเป็นซื้อใจให้พวกเขารู้ว่าเรารักเขาจริงๆ ไม่ใช่ผลประกอบการขาดทุนแล้วจะลดเงินเดือนเขาทันที และที่ผ่านมาไม่เคยอยู่อย่างประมาท ไม่ฟุ่มเฟื่อย แม้รีสอร์ทจะเป็นลักซ์ชัวร์รี่แต่เราก็อยู่อย่างประหยัด หลายตำแหน่งไม่มี GM ไม่มีเบอร์ 2 ประหยัดได้เยอะ เมเนเจอร์ก็ช่วยกันทำงาน เราก็มีเงินมาการันตีให้ลูกน้อง และที่สำคัญก่อนเกิดโควิด-19 ก็ไม่เคยฟุ้งเฟ้อหรือประมาท ช่วงที่เกิดโควิด-19 ก็ไม่ได้ทำอะไรแตกต่างจากคนอื่น เขาให้เปิดหรือปิดก็ทำตาม ซึ่งหลังโควิด-19 ถ้าเรารอดได้แสดงว่าวันหลังเราก็จะยิ่งดี ตอนนี้บอกลูกน้องว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรเยอะ เอาสุขภาพกายและใจให้รอดก่อน แล้วคิดว่าไม่มีเชื้อโรคอะไรอยู่กับมนุษย์นานหรอก วันหนึ่งเขาก็ไป ตอนนี้เราอยู่กับเขากันไปก่อน

การยอมรับความจริงในปัจจุบันขณะถือเป็นปัญญา


แม่ชีศันสนีย์


การยอมรับความเป็นจริงของโลกเป็นปัญญา เราไม่เอาตัวเองไปติดกับดักของคำว่าราคะหรืออะไรอย่างหนึ่งมากเกินไป แต่ความไม่ประมาททำให้เราเห็นคุณค่าในการที่มีชีวิตจริงๆ ในขณะนั้นกำลังดำรงอยู่อย่างไม่ปฏิเสธการทำของยาก แต่หาความสุขในสิ่งที่ยาก สิ่งที่ยากก็เป็นปาฏิหารย์ของมนุษย์เสมอ ถ้าเรามองเห็นว่ามนุษย์ยังสามารถหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้ เช่น ขายไม่ได้ก็ให้ได้ ไม่มีเวลาก็สื่อสารได้ ใช้เครื่องมือสื่อสารกัน ความปรารถนาดียังถึงกันได้ แม้ตัวเราจะต้องห่างกัน เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า

“เวลาเรามีความสำเร็จ มีธุรกิจหรืออะไรที่ยุ่งเหยิงอะไรก็ตาม แล้วยังมีความสุขได้แม้ยังมีโควิดหรือยังประคองความสุขได้ ให้มองเห็นถึงความพยายามของการมีปัจจุบันขณะให้เกิดขึ้นได้ อันนี้ก็คือการปฏิบัติธรรม เพราะการถือเอาความจริงเป็นความจริงของโลกคือปัญญา แต่ถ้าไม่อยากให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น อันนี้จะยุ่ง”

แต่โควิด-19 คือความจริงที่เป็นอนิจจังอยู่แล้ว แล้วเราก็ไม่มีความกระวนกระวายใจจนกระทั่งเราอยู่ไม่ได้ โควิด-19 มาไม่ได้ให้เราระเบิดความกระวนกระวายใจ แต่มาเพื่อให้เราได้ทดสอบใจ ได้เห็นใจ ได้เข้าใจ ได้มีความเข้มแข็งที่เป็นภูมิคุ้มกันมากขึ้น มันเป็นความพร้อมอยู่เสมอ ถ้าวันหนึ่งความพร้อมที่เราฝึกอยู่เสมอในการเข้าใจความเป็นจริงขึ้น ก็จะทำให้เราเสถียรขึ้น เอาตัวอย่างของการสนทนาวันนี้ไปพิจารณา อะไรบ้างที่เรารู้สึกหดหู่และท้อแท้


“ถ้าเรายอมรับความจริงไม่หดหู่หรือท้อแท้ เพราะเรารู้ว่าเรายังมีความสุขได้ง่ายๆ สุขไม่ได้ต้องรอเมื่อว่าเราต้องสำเร็จทั้งหมด แต่สุขเมื่อเราได้สร้าง ได้ให้ ได้แบ่งปัน ก็ทำให้เรามีความสุขได้เช่นกัน”

การพูดการประหยัด การรู้จักมัธยัสถ์ในบางเรื่องแต่เราก็จาคะในบางเรื่อง สรรเสริญขอให้มีปัจจุบันขณะที่ประเสริฐอย่างนี้ ในขณะที่เรามีร่างกายและจิตใจเข้มแข็งนี้ แล้วก็เป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจหลายคนที่กำลังบอกว่าเราจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่มีอะไรที่เหมือนเดิม ซึ่งต่อไปนี้ไม่อะไรเหมือนเดิมได้อีกแล้ว แต่เราก็สามารถสุขได้ไม่ต่างจากเดิม

ความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


แม่ชีศันสนีย์


เกรงใจถ้าจะกรุณาองค์ความรู้ที่ THANN มีอยู่ นักบวชตัวเล็กจะสามารถนำพระธรรมคำสั่งสอนในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ไปมีส่วนช่วยในสิ่งที่โลกต้องการและจำเป็นอยากได้องค์ความรู้ อยากเห็นสิ่งที่นักธุรกิจทำแล้วเป็นอย่างไร เราจะมองเป็นภาพทุกข์คติ Special Wellness ของคุณยายเป็นเรื่องที่ต้องการให้คนพึ่งพาตัวเองให้ได้ สอนให้คนมีสติปัญญา รักษาจิต ผลิตปุ๋ยขึ้นมา บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ จนกระทั่งปลูกนำมาปรุงลงแปลงในวิถีของคุณยาย ก็ต้องอาศัยความรู้จากภายนอกที่ประสบความสำเร็จด้วย แต่ก็ต้องมาปรับเป็นในรูปแบบที่รับใช้พระธรรมของพระพุทธเจ้า ไปรับใช้โลกอย่างสมสมัยไม่เฉย และอยู่ร่วมสมัยอย่างไม่เบียดเบียนอย่างเป็นปกติ


เมื่อเราพึ่งตัวเองได้ไม่เบียดเบียน ไม่ทะเยอทะยายละโมบ มีฉันทะ มีอิทธิบาท 4 องค์ความรู้ THANN ที่เหมาะกับเสถียรฯ 2 พอจะได้แลกเปลี่ยนได้แบ่งปัน สัมพันธภาพที่มีการพึ่งตัวเองได้อย่างมีความไม่ประมาท เพราะความโลภเป็นหนึ่งของความประมาท แต่ถ้ามีฉันทะพึ่งตัวเองได้และรับใช้คนอื่นได้ โดยไม่ประมาทกับชีวิต เพราะชีวิตเราจะเริ่มสั้นลง ความไม่ประมาทจะทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิต แม้ความตายจะเป็นสุดยอดของชีวิตแต่เราก็จะไม่กลัวตาย แล้วเราก็จะไม่อยู่อย่างตายทั้งเป็น


*******************





ดู 42 ครั้ง0 ความคิดเห็น