ออกจากความกลัว สู่ทางสำเร็จ




สนทนาธรรมกับท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ เชฟเจมส์ หรือคุณพชร เถกิงเกียรติ แห่งร้าน James boulangerie


ดำเนินรายการโดย ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ


เชฟเจมส์ หรือคุณพชร เถกิงเกียรติ เป็นหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเอาชนะความกลัวได้จากที่ไม่เคยได้รับการชื่นชมเลย และเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จทางด้านการเรียนในระบบ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ได้หมายความชีวิตนี้จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ จนวันนี้ไม่มีใครไม่

รู้จักครัวซองต์รสชาติอร่อยจากร้าน James boulangerie


รู้จักเชฟเจมส์


เชฟเจมส์


เป็นคนที่ไม่ได้มีความถนัดทางด้านวิชาการมาตั้งแต่เด็ก เรียนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เกรดเฉลี่ยได้เพียงระดับ 1 และที่จบมาได้เพราะโชคดีที่อยู่ในสังคมดี ตั้งแต่คุณครูและเพื่อนๆ ที่ช่วยเคี่ยวเข็ญให้เราจบมาได้ แต่ส่วนตัวรู้ตัวตั้งแต่ตอนประถมศึกษาปีที่ 1 เลยว่าเราไม่ได้สนุกหรือเข้าใจการศึกษาเลย ไม่ค่อยเข้าใจว่าการเรียนสังคม คณิตศาสตร์หรืออะไรแล้วยิ่งเรียนยิ่งลึกขึ้นเรื่อยๆ แม้ลองตั้งใจเรียนแล้วก็ยังไม่เข้าใจและทำไม่ได้


จุดเริ่มต้นมาทำขนม


เชฟเจมส์


ไม่เคยจับมีดตั้งแต่จบ ม.6 ดูแต่คุณย่าคุณป้าทำอาหารให้ทาน และไม่เคยรู้ว่าตัวเองทำอาหารได้ และเป็นคนติดเพื่อนมาก ตัดสินใจจะไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนตามเพื่อน แต่แม่ยื่นคำขาดและบอกว่าไม่ได้ ลองให้เราไปเรียนมหาวิทยาลัยทางวิชาชีพ พอเข้าไปก็ติดโปรตั้งแต่เทอมแรกเลยเพราะมีเรื่องด้านวิชาการเยอะ จนแม่บอกว่าถ้าอย่างนั้นให้ไปเรียนสายอาชีพโดยตรงเลยคือ ซึ่งมีตัวเลือกให้ 2 อย่างคือ "เรียนตัดผม" กับ "เรียนทำอาหาร" เพราะมองว่าเป็น 2 อย่างที่เป็นปัจจัย 4 ถึงอย่างไรคนก็ต้องกินต้องใช้


ถึงวันนี้อยากกลับไปตัดสินใจใหม่?


แม่ชีศันสนีย์


พอมาถึงวันนี้คิดว่าเราตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ไม่สนใจในห้องเรียน แต่อยู่ในระดับความกล้าที่ไปตามคนอื่น

ไม่ได้ และวันหนึ่งกลับประสบความสำเร็จ เพราะได้ทำอย่างดีที่สุดไม่ใช่แค่อร่อย ที่สำคัญคือเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่กล้าออกจากความกลัว


เชฟเจมส์


ก็ยังเลือกแบบเดิมหรืออาจจะดื้อกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากมันคือประสบการณ์ชีวิตที่ซื้อไม่ได้ และยากที่ได้ลิ้มลอง ที่สำคัญตรงนั้นก็สอนหลายอย่างให้กับเรา

"สิ่งที่เราไม่ถนัดไม่ได้หมายว่าเราเป็นคนแย่หรือเป็นคนห่วยในทุกๆ เรื่อง เพียงแค่เราอาจมีบางมุมที่เก่งกว่าหลายคน และก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้"

แม่ชีศันสนีย์


ที่เจมส์พูดดีมาก เพราะเราอย่าดูถูกตัวเองว่าเราด้อยค่า กรณีที่เราไม่ได้เด่นในเรื่องที่คนอื่นเด่น แต่เราสามารถพัฒนาบางอย่างที่ช่วยดึงคุณค่าของเราออกมา และคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ก็มักตอบแบบนี้ว่า ถ้าให้ย้อนกลับไปจริง ก็คงไม่แก้อะไรเช่นกัน ดังนั้นเจมส์เป็นตัวอย่างในคนรุ่นเจมส์ที่รู้ว่าบางทีมีอะไรที่ท้าทายเรา ซึ่งดีกว่าที่เราจะเดินไปเป็นหุ่นยนต์ เหมือนอย่างที่คนอื่นกำหนดให้


เด็กรุ่นใหม่ควรดูเจมส์ไว้ที่เป็นคนเลือกตัดสินใจในชีวิตของเขา หรือเขาจะตัดสินใจเดินไปด้วยความเกรงใจอย่างที่พ่อแม่เลือกให้ หรือเขาอาจดื้อเพราะเขาหาตัวเองไม่เจอ แต่การไม่หยุดหาตัวเองเขาอาจจะพบอะไรบางอย่างที่เขาทึ่งได้ อย่างที่เจมส์กำลังบอกเรา ว่าเขาเองก็ทึ่งกับตัวเองเหมือนกัน


ความกลัวกับการที่ออกมาหาความสำเร็จเอง


แม่ชีศันสนีย์


อยากออกจากความกลัวเดิม หรือเป็นความจริงที่เรากำลังจะรู้ว่าทะลุไปให้ได้ แล้วเราจะไปกับตรงนั้น

เราหาความกลัวให้เจอก่อน หรือความกลัวอยู่ที่ตรงไหน


เชฟเจมส์


กลัว เพราะไม่คิดว่าเราจะทำมันได้หรือเปล่า หรือรักในสิ่งที่ทำหรือเปล่า แต่ก็รู้สึกประทับใจเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รับการชื่นชม ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับความชื่นชมเลยไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือที่ไหนก็ตาม ตั้งแต่ตอนที่เรียนคลาสแรก เมื่อทำให้คนที่บ้านทานก็มีติชม หลังๆ พัฒนาให้ดีขึ้นๆ พอที่บ้านเริ่มพูดว่าอร่อยจัง และที่บ้านเขาไม่เชื่อ ถามว่านี่ทำเองหรือเปล่า อาจเป็นเพราะปกติที่บ้านไม่ชมหรือพูดตรงๆ แต่ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลังๆ ผลตอบรับจากที่บ้านเริ่มบอกดีขึ้นเรื่อยๆ อร่อยถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับความการชื่นชมภายในใจ ทำให้เรามีความพยายามมากขึ้น และมีความสุขในการทำมากขึ้น


แม่ชีศันสนีย์


อยากให้พ่อแม่ทุกคนชมลูกมากขึ้น แต่อย่าชมแบบสปอย แต่เป็นการชมแบบจริงๆ แล้วให้เขามั่นใจสิ่งที่เราชมหรือสื่อสารมันสร้างความมั่นใจในตนให้กับลูกหลานได้


ความรู้สึกกับตัวเองจากที่ไม่เคยได้ชมจนสู่การสอนคนอื่นได้


เชฟเจมส์


เมื่อมองกลับไปจุดแรกที่ยืน และมองว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่ได้ประสบความสำเร็จเพียงแต่แค่ก้าวสู่ความประสบความสำเร็จ โดยคิดเสมอว่าวันแรกทำอย่างไรก็จะทำให้ดีที่สุดจนถึงวันนี้ นั่นคือ

“ความซื่อสัตย์กับลูกค้า การกตัญญูต่อพ่อแม่ และคิดว่าถ้าเราทำให้ดีที่สุดและไม่เบียดเบียนใคร ลูกค้าเขาก็จะสื่อและสัมผัสได้”

แม่ชีศันสนีย์


คำว่า “แค่นั้น” แต่สำคัญมาก เพราะเขาเริ่มต้นจากศรัทธาที่มาจากภายในของเขาจริงๆ และอีกอันที่ดีมากคือ การกตัญญูที่ดี และคุณแม่เก่งมากที่เป็น Choice ทางเลือกที่ดีมาก แต่บังคับ และต่อไปจะเป็นความกตัญญูต่อโลกเอง ที่สำคัญนอกจากจะมีความศรัทธา ความกตัญญู และยังมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า สุดท้ายเจมส์จะได้ศรัทธาจากลูกค้า ซึ่งถ้าเราทำงานด้วยประสบการณ์ของเราจนเชี่ยวชาญขึ้น และดีใจที่เขาบอกว่าเขาเพิ่งเริ่มต้น เพราะถ้ายังพัฒนาตัวเองได้ ก็จะเปลี่ยนตัวเองได้ จากคนทำงานที่สนุกกับสิ่งที่ตัวเองท้าทายแล้ว อาจจะเป็นทั้งครูและแรงบันดาลใจให้คนอื่นต่อไป เพราะคนรุ่นต่อไปต้องการไอดอลที่เป็นคนรุ่นของตัวเอง หากเอาคำพูดของเจมส์ที่บอกว่า เขายังไปไม่ถึงที่สุด เขาเพิ่งเริ่มต้นก็อยากตามดูว่าที่สุดของเจมส์ถึงตรงไหน และอยากให้กำลังใจ


จาก 2 ทางเลือกที่แม่เลือกให้จนสู่ทางขนม


เชฟเจมส์


วันนั้นนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะไปทางไหนเลยชั่งน้ำหนักดูว่า อันไหนที่ใกล้เคียงและทำได้ที่สุด และพอเริ่มต้นจากการทำอาหารคาวก็มีความรู้สึกว่าอยากทำขนม คุณแม่ก็ดูว่าความอดทนและบอกให้เรียนอาหารคาวให้จบก่อน แล้วจะส่งให้เรียนด้านขนม จนเรียนอาหารคาวจบแล้วก็ได้เรียนขนม หลังจากนั้นก็มีความสุขมากกับการได้เรียนทำขนมมาตลอด เรียนที่ไทยแล้วก็ไปต่อคอร์สที่ฝรั่งเศส


ระหว่างเรียนค้นพบตัวเองเองชัดเจนตั้งแต่ตอนเรียนว่าอยากจริงจังด้านนี้ หลังจากเรียนเสร็จก็จะขอฝึกงานต่อขณะที่เพื่อนๆ กลับบ้าน และพอจบการศึกษาแล้วก็ยังขออยู่ช่วยเชฟหลายๆ ท่านจนเกือบทั้งโรงเรียนเลย แล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ของเชฟแต่ละคนก่อนแล้วค่อยนำมาปรับใช้เป็นของเรา


แม่ชีศันสนีย์


เท่าที่ดู เจมส์เขาทำการบ้าน แม้จะดูเป็นเด็กที่ดื้อดัน ดื้อเงียบ แต่ว่าเขามีเป้าหมายชัดเจนสักอย่างหนึ่งว่า เขาจะทำให้มันดี แม้ว่าตอนนั้นอาจจะยังไม่รู้ตัว แต่การเพียรทำและไปอยู่ในสังคมที่ทำให้เขาสำเร็จ กลับมาตั้งต้นของตัวเองได้ จนกระทั่งตอนนี้การที่เขาให้ความปลอดภัยและความซื่อสัตย์กับลูกค้าก็เป็นปากต่อปาก เพราะบางทีเวลาเราไปกินที่ไหนเราไม่ได้แค่ดูอาหารที่เรากิน แต่เราจะดูความตั้งใจ ดูความทุ่มเท ความซื่อสัตย์ในการใช้วัตถุดิบและอื่นๆ ด้วย

“เป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และการประสบความสำเร็จของคนรุ่นใหม่มีหลายวิธี