ชัยชนะ เริ่มต้นจากใจ




สนทนาธรรมกับท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ น้องเล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ โค้ชทีมชาติไทยและอดีตนักเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิก


ดำเนินรายการโดย ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ


เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่จะได้รับพลังบวกและแรงบันดาลใจในการฟันฝ่าอุปสรรคและชนะใจตัวเองของน้องเล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ อดีตนักเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิกที่ไม่ใช่เรื่องง่ายทำให้เธอสามารถเดินมาสู่เป้าหมายที่เคยฝันไว้ จนถึงปัจจุบันยังร่วมเป็นโค้ชทีมชาติไทยอีกด้วย อะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอไม่ท้อถอยกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น ลองมาหาเคล็ดลับจากการสนทนาวันนี้กัน


แม้สุขภาพร่างกายไม่อำนวย แต่ก็ไม่หมดหวังกับการเริ่มต้นเล่นกีฬาอย่างจริงจัง


น้องเล็ก ชนาธิป


เพราะเป็นภูมิแพ้และมีอาการหอบหืด ป่วยง่าย เข้าโรงพยาบาลบ่อยตั้งแต่เด็ก จนรู้สึกว่าทำไมร่างกายเราไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่น และเริ่มรู้สึกว่าอยากออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เดินผ่านโรงยิมเห็นคนที่เล่นเทควันโดดูแล้วชุดเขาเท่ดีและอยากเล่นกีฬาหลังเลิกเรียน เลยขอคุณพ่อแม่เรียนตอนปิดเทอม เมื่อที่บ้านเห็นเราชอบพ่อแม่เลยส่งเสริมต่อ


ช่วงแรกไม่มีพรสวรรค์เลย และก็เริ่มเล่นเทควันโดที่ช้ากว่าคนอื่น คือตอนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขณะที่คนอื่นเริ่มมาตั้งแต่เด็กๆ การเล่นถือว่าไม่ได้เก่งและไม่ได้โดดเด่นในรุ่นตัวเอง แต่เมื่อเห็นคนอื่นไปแข่งขันมา เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากจะประสบความสำเร็จหรือคว้าชัยชนะแบบเพื่อนเขาบ้าง

หลายคนพอกลับมาจากการแข่งขันก็ได้ไปออกรายการวิทยุในจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพราะมองว่าการได้ไปออกรายการวิทยุเป็นรายการที่เท่มาก จึงทำให้ตั้งใจกับตัวเองว่าจะต้องเป็นนักกีฬาที่มีผลงานที่ดีให้ได้ ซึ่งแรกๆ ก็ไม่ได้เป็นแชมป์ แพ้บ้างชนะบ้าง มีบ้างที่รู้สึกท้อเมื่อแพ้ แต่ก็รู้สึกยังไม่ยอมแพ้และพร้อมที่พัฒนาตัวเองเพื่อจะคว้าชัยชนะแบบคนอื่นบ้าง


แม่ชีศันสนีย์

“สตาร์ทเมื่อไรไม่สำคัญ ถ้าไม่ลืมเป้าหมายก็เรียกว่าสู้เป็น”

เพราะว่าเราไม่ได้เริ่มต้นแต่เด็กๆ แต่การที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าถ้าชอบสิ่งใดก็ใช้ความชอบในการฝึกตัวเองแม้จะถูกท้าทายโดยความอยากที่จะไปออกรายการเพื่อความสำเร็จของเรา จึงทำให้ความอยากในตอนแรก และก็มีความอยากออกไปข้างนอก แต่พอเกิดฉันทะข้างใน ไม่ได้เหมือนคนอื่นที่มองคนอื่นเป็นคู่แข่ง นั่นคือมีหัวใจของตัวเอง สมหวัง ผิดหวัง แต่ไม่หยุดทำ และพอไม่หยุดทำ เป้าหมายก็ไม่เลอะเลือน มันก็งอกงามไพบูลย์ไปเรื่อยๆ

“ถ้าเด็กไทยมีความเป็นนักสู้ โดยเริ่มต้นจากความอยากก่อน แต่ในที่สุดเราจะพัฒนาความอยากไปสู่การชนะใจของตัวเองได้ เราก็จะเป็นแชมป์ข้างในได้”

ความจริงคุณยายไม่ได้รู้เรื่องกีฬามาก แต่รู้ว่ากีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน ก็ต้องชนะกิเลสในใจของเรา ในตอนที่เป็นกำลังใจให้กับคนทั้งแผ่นดินก็ทำให้คนได้สมหวัง อันนี้ยิ่งกว่าไปออกในรายการวิทยุในตัวจังหวัดอีก


ช่วงเวลาที่รู้สึกท้อ


น้องเล็ก ชนาธิป


ก็มีความรู้สึกท้อเยอะ เพราะต่างจังหวัดจะมีการแข่งขันค่อนข้างยากกว่าเด็กในกรุงเทพที่มีการแข่งขันที่บ่อยกว่า ประกอบกับด้วยฐานะที่บ้านด้วย จึงไม่สามารถส่งไปแข่งขันได้บ่อย ภายใน 1 ปี อาจแข่ง 3-4 ครั้งเท่านั้น แต่ล้วนเป็นรายการใหญ่ที่ทำให้ต้องฝึกหนักมาก หนักขนาดที่ต้องนอนร้องไห้ บางวันก็รู้สึกไม่อยากซ้อมเลยเพราะรู้สึกมันเหนื่อยและซ้อมหนักมาก แต่ก็พยายามทุ่มเทและโค้ชก็พยายามปั้นเราให้ถึงดาวจนเป็นนักกีฬาทีมชาติได้ เพราะเขาใส่ใจเรามาก เขาไม่ผ่อนให้เราเลย จนเรามีความท้อ บวกกับสภาพร่างกายของเราที่เหนื่อยง่ายเป็นหอบหืดด้วย โดยเวลาซ้อม เราก็ไม่ได้เก่ง มีรุ่นน้องเก่งกว่า ทำให้เรามองว่าเขาไปได้ไกลทำให้เราอยู่ที่เดิม จนรู้สึกว่าร่างกายเป็นอุปสรรค บางครั้งเครียดจนอยากวิ่งกลับบ้าน ไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้แล้ว


อย่างไรก็ตาม มีคำถามให้กับตัวเองตลอดเวลาว่าง มันเหนื่อย มันทรมาน แล้วเรามายืนทำอะไรกับตรงนี้ ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่หยุดซ้อม เราแค่คิดกับตัวเองตลอด เพราะจริงๆ ก็ยังไม่หยุดทำ เนื่องจากอยากเก่งและพัฒนาฝีมือ เพราะคิดว่าชัยชนะก็ต้องแลกกับความเหนื่อย ซึ่งถ้าเราสบายไป

แข่งแพ้ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ สู้เราเหนื่อยตอนนี้อนาคตเราจะสบาย ความสุขก็จะมีตอนที่เรามีชัยชนะกลับมา จึงมองว่าเรายอมเหนื่อยตอนนี้นี่แหละ เดี๋ยวนอนพักก็หายเหนื่อย จนฝึกซ้อมไปปีที่ 1 ปีที่ 2

จนปีที่ 3 เริ่มเป็นแชมป์ประเทศไทย และได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติ


คุ้มค่ากับการที่อดทนเหนื่อย


น้องเล็ก ชนาธิป


ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะสิ่งที่ได้รับมาหลังความเหนื่อยยากมากคึอ มันเปลี่ยนแปลงชีวิตอะไรหลายๆ

อย่าง ตั้งแต่ทำให้ได้รับโอกาสเข้าเรียนที่ดีๆ ได้โควต้านักกีฬาของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ทำให้พ่อแม่ได้ภูมิใจมากจากที่ผลตอบแทนที่ส่งเสริมเราได้เรียนทั้งคณะที่ดีและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งมาคิดเลยว่าการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา จะทำให้ได้ทุนการศึกษา ได้ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านในเรื่องค่าใช้จ่ายการเรียน ก็ทำให้เห็นว่าการที่เราได้แบ่งเวลาช่วงเวลาวัยรุ่นไปกับการซ้อมมันแลกมาและมีความคุ้มค่ามากด้วย


เรียนรู้จากโค้ชคนแรกกับโค้ชเช


น้องเล็ก ชนาธิป


การได้มีโอกาสเรียนรู้จากโค้ชเทควันโด้ทั้ง 2 ท่านคือ โค้ชคนไทยคนแรกเป็นสิ่งที่ดีทำให้เราได้เห็นความแตกต่างวัฒนธรรม โดยโค้ชไทยความตั้งใจที่พยายามผลักดันเราและฝึกซ้อมหนักไม่น้อยเลย

พอเจอโค้ชเช เขาทุ่มเทเหมือนกัน แต่วัฒนธรรมของเกาหลีการมีวินัยเรื่องการตรงต่อเวลาจะสำคัญมาก วินัยค่อนข้างเยอะมาก ที่ทำให้เรามีความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นมาก มันเป็นการปลูกฝังอีกหนึ่งสไตล์จนทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องมาฝึกกับคนนี้ ต้องเข้าใจทั้งวัฒนธรรม ทัศนคติ และตามการฝึกซ้อมที่ได้พัฒนาตัวเองไปอีกหนึ่งรูปแบบบที่หนักด้วย ถือว่าสอนเราในหลายเรื่อง


หน้าที่ที่ดีที่สุดคือการเคารพสิ่งที่เราทำ


แม่ชีศันสนีย์

“หน้าที่ที่สำคัญที่สุด คือ การเคารพสิ่งที่เราทำ นั่นคือ การมีวินัย เพราะเป็นสิ่งที่เราจะต้องหักห้ามจิตใจของเรา”

ฟังจากน้องเล็ก เห็นได้เลยว่าการทำงานกับโค้ชที่มีวินัยเยอะ ถ้าไม่รักจริงๆ เราจะรู้สึกอึดอัด แล้วจะไม่ชนะหัวใจตัวเอง แต่การที่เรามีใครที่เข้มงวดกับเรา มีวินัยจนสร้างเป็นสำนึกหรือกติกาของชีวิต อันนี้ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ ไม่ใช่เฉพาะนักกีฬา เพราะมนุษย์ทุกคนจะต้องฝึกเป็นนักกีฬากับหัวใจของตัวเองและสร้างวินัยที่เกิดจากสำนึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างวินัยกับตัวเองเป็นเรื่องที่ยากที่สุด


เราเปลี่ยนจากสิ่งที่เรารู้สึกด้อยกว่าคนอื่น จนกระทั่งเราเห็นการมีชีวิตของเราอย่างมีวินัยมากขึ้น ก็จะเห็นคุณค่า ไม่ได้เห็นความด้อยค่า การเริ่มต้นจากการด้อยกว่าคนอื่นก็จะทำให้เรามีมานะ จนเราฝึกจนเห็นคุณค่าในตัวเรา มีมานะโดยไม่มีความถือตัวหรือเปรียบเทียบไม่ด้อยกว่าหรือดีกว่าคนอื่น มันก็จะเป็นมิตรภาพ


กีฬาก็เป็นอีกหนึ่งของมิตรภาพ การรู้แพ้รู้ชนะ และรู้อภัยเป็นสิ่งที่มนุษยชาติพึงจะต้องใช้สิทธิ์มาจากการสร้างวินัย จนเห็นหน้าที่ของตัวเองเข้มข้นพอที่จะชนะใจตัวเองได้ และก็กลายเป็นเรื่องลงตัว และสบาย แต่เป็นความสบายที่ลงตัวจากการสร้างวินัย อันนี้ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ แต่มนุษย์ทุกคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาก็สามารถเอาชนะใจตัวเองได้โดยเฉพาะช่วงที่เกิดโควิด-19 ถ้าเราไม่มีวินัยจริงๆ เราอาจจะเจอระลอกที่ 5 ได้เลย


ตอนนี้อยากให้มองตัวเองฝึกเป็นนักกีฬา ฟังน้องเล็กพูดก็ให้นึกว่าตัวเองกำลังแข่งขันตัวเอง ที่จะอยู่กับตัวเองอย่างที่ไม่ถูกโควิด-19 กักตัวที่ใจ อันนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ไม่ได้พูดถึงแต่ข้างนอก แต่เป็นการพูดถึงข้างในที่กำลังบอกตัวเองอยู่กับอะไรสักอย่างหนึ่งที่มีอิสรภาพและเข้าถึงชัยชนะได้อย่างแท้จริง


เมื่อฝันถึงเป้าหมายเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งโอลิมปิกที่อังกฤษ


น้องเล็ก ชนาธิป


ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมาก เพราะการเป็นนักกีฬามีความฝันอยากไปโอลิมปิกอยู่แล้ว โดยปี 2008 เรามีโอกาสเป็นคู่ซ้อมให้กับบุตรี เผือดผ่องที่ได้เหรียญเงิน โอลิมปิกที่ปักกิ่ง ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นรายการที่ใหญ่มาก เพราะกว่าจะได้ไปเป็นตัวแทนประเทศมีความยาก เลยฝันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า อยากเป็นตัวแทนนักกีฬาไปโอลิมปิก พอฝึกฝน 4 ปี ก็รู้สึกว่าใกล้ความฝันแล้ว เมื่อวันประกาศรายชื่อติดทีมชาติ

มันเหมือนเราได้ทำความฝันเป็นจริง และเหมือนเป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาทั้งหมดตอลดชีวิตของนักกีฬามันเห็นผลและเห็นภาพว่าโอกาสเรามาแล้ว เราได้แข่งขันในนามนักกีฬาทีมชาติไทยได้แล้ว


การรับมือกับแรงกดดันของคนทั้งประเทศ เพราะทุกคนเชียร์อยากให้เหรียญทอง


น้องเล็ก ชนาธิป


ได้รับแรงกดดันพอสมควร โค้ชพยายามให้โฟกัสการแข่งขันฝึกฝน ไม่อยากให้ติดตามข่าว ติดตาม

เฟสบุค หรือตัดให้นักข่าวมาสัมภาษณ์เพื่อลดแรงกดดันจากคำถาม ทำให้มีสมาธิและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเราก็ยินดีแบกภาระที่หลายคนอาจมองว่าเป็นแรงกดดันแต่เรากลับมองว่าเป็นกำลังใจที่ดี

โค้ชเชจะคอยพูดเสมอว่า โอลิมปิกก็เหมือนรายการทั่วไป อย่าคิดว่าเป็นรายการใหญ่ เพราะรายการใหญ่มันก็จะรู้ว่าสำคัญ แล้วเราจะกดดันตัวเอง ให้มองว่าเป็น โอเพ่นแมตซ์ทั่วไป ให้คิดว่าตอนนี้เราแข่งที่ประเทศไทยและคนเชียร์ทั้งสนามเป็นคนไทย ก็จะทำให้รู้สึกฮึกเหิมและมีกำลังใจมากขึ้น และลดแรงกดดันที่เกิดขึ้นไม่มีใครบอกว่าต้องชนะ เราแค่รู้สึกว่าเราได้ทำเต็มที่มีความสุขกับมัน เท่านี้ก็เท่ากับเราได้แสดงศักยภาพที่ดีแล้ว


ทำบทบาทตัวเองให้ดีที่สุด สนุก และมีฉันทะกับปัจจุบัน


แม่ชีศันสนีย์


เมื่อกี้เล็กก็พูดชัดเจนว่าเราจะต้องเอนจอยกับมัน เพื่อลดแรงเสียดทานบางอย่างออก แล้วก็ทำเหตุอย่างเต็มที่ เอนจอยและสู้กับหัวใจของตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วก็ปล่อยวางในผลเลย เพราะถ้าเราทำเต็มที่แล้วเราก็จะไม่ติดค้างแล้ว การที่เราจะอยู่ตรงนั้นอย่างคนคาดหวังก็ได้ แต่ถ้าเราเอนจอยกับมันว่าอีกนิดเดียวก็จะทำได้แล้วมันก็จะปล่อยวางในผลได้ อาจมีเสียใจแต่ก็จะสั้นมาก เราก็ต้องเชื่อว่าใครก็ตามไปยืนอยู่ตรงนั้นไม่มีคำว่าง่ายสักคน ไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา นางงามก็จะถูกตัดสินจากบริบทของการทำด้วยเหตุกันทั้งนั้น ทุกคนอยากขึ้นไปเป็นที่หนึ่ง แต่ที่หนึ่งมีอยู่ที่เดียว ดังนั้นเราต้องยอมกับการให้อภัยและก็ยังสนุกกับมันต่อไป


เชื่อว่าโค้ชทั้งหลายสอนมาอย่างเต็มที่แล้วว่า ขอให้เราลงทุนอย่างเต็มที่แล้วก็ปล่อยวางในผลได้ แล้วก็หวังว่าบทเรียนในแต่ละครั้งของการเป็นนักสู้ที่ดี จะไม่ทำให้เราไม่เข็ดหลาบหรือขยาดที่จะลงไปบนสนามอีกครั้ง อันนี้ถือว่าได้ชนะใจตัวเองแล้ว ไม่ว่าผลตัดสินจะเป็นอย่างไรก็ตาม


ความรู้สึกพอได้เหรียญรางวัล


น้องเล็ก ชนาธิป


พลาดโอกาสรอบไฟนอล แล้วมาชิงเหรียญทองแดง เราก็ทำสมาธิแล้วว่าเป็นโอกาสที่เราต้องแก้ตัวให้ดีที่สุด อยากคว้าเหรียญกลับไปไทย และเป็นความภูมิใจให้กับทุกคนและครอบครัว สิ่งที่รู้สึกว่าตั้งใจแล้วดีใจมาก เหมือนเด็กคนหนึ่งที่ฝันแล้วมาจากต่างจังหวัดที่โอกาสจะประสบความสำเร็จค่อนข้างยาก

“เดินทางด้วยความตั้งใจแล้วใช้พรสวรรค์ที่อาจจะน้อย แต่เรามีพรแสวงที่มาก จนมันสำเร็จคว้าเหรียญกลับไปได้ ภูมิใจและตื่นตันใจ”

สิ่งแรกคือนึกถึงหน้าพ่อกับแม่ เราทำให้ได้แล้ว สิ่งที่ตั้งใจอยากกลับไปช่วยที่บ้าน เพราะเมื่อได้รางวัล จะได้ค่าเหรียญรางวัลที่สามารถกลับไปช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้ค่อนข้างเยอะ เลยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจมาตลอด ตั้งแต่ติดทีมชาติเราจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ภูมิใจทั้งตัวเองและที่บ้านที่เกิดความตื้นตันใจ ไม่ว่าจะย้อนกลับไปเมื่อไรก็ยังตื้นตันใจตลอดเวลา


พรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์


น้องเล็ก ชนาธิป


เชื่ออย่างนั้นจริงๆ เมื่อเรามีการซ้อมมาเรื่อยๆ เราจะรู้เลยว่าคนที่มีพรสวรรค์ซ้อมไม่ได้เยอะมาก แต่เขาจะต้องมีเทคนิคในการแข่งขัน เจอกับทางผู้สอนหลายท่าน เราต้องปรับปรุงเยอะตรงไหนบ้าง ซึ่งเราไม่เคยได้ยอมแพ้

“ยิ่งใครดูถูก เราไม่เก่ง มีคนพูดแบบนี้กับเราเยอะ แต่เราไม่เชื่อว่าเราไม่เก่ง เราจะพิสูจน์คำๆ นี้ให้เห็นว่าเราสามารถที่ทำได้ ด้วยการหมั่นฝึกซ้อม เพราะได้ยินคำว่า ไม่มีพรสวรรค์ไม่เป็นไรแต่ถ้าเรามีพรแสวงความสำเร็จเราก็จะมา”

หลังจากนั้นก็ยังซ้อมต่อเนื่องเมื่อซ้อมเสร็จแล้วก็ยังกลับมาซ้อมด้วยตัวเองที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ซ่อมคนเดียวก็ได้ จนเราเกิดความถนัด เกิดความมั่นใจในการเตะ ก็กลายเป็นความมุมานะในสิ่งที่เราขาด เลยไม่รู้สึกว่าการแข่งขันตรงนี้เราจะด้อยกว่าคนอื่น และก็กลายเป็นการพัฒนามาเรื่อยๆ แล้วเชื่อว่าสิ่งที่เราทำได้มาจากพรแสวงที่เราทำมาเรื่อยๆ โดยไม่รู้จักยอมแพ้


แม่ชีศันสนีย์


เก่งมากที่รู้จุดอ่อนของตัวเอง แต่ไม่ยอมจำนน รู้ว่าเราต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น เป้าหมายเราชัดเจน แต่วิธีการที่จะถึงเป้าเราอาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่น แล้วก็ยังพอใจที่จะทำงานที่ยากนั้น ไม่ประมาทที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ


การที่เรารู้จุดอ่อนแล้วเราไม่รู้สึกหดตัว แต่มันกลายเป็นแรงผลักให้เราออกไปฝึกแล้วฝึกอีก ทำแล้วทำอีก จนเราเคารพตัวเราอย่างที่สุดแล้ว ในจังหวะที่เราพลาด เราก็มีโอกาสใหม่ การทำความเพียรอย่างเต็มที่ เห็นความเพียรของเรามีการตอบรับ จะเป็นอะไรก็ตาม แต่สิ่งนั้นทำให้เรามีความภาคภูมิใจ ว่ามันไปถึงผู้ที่ให้ชีวิตเรา เห็นว่าเด็กต้องเรียนรู้กับการที่ไม่ยอมจำนนและไม่ยอมที่จะประมาท

“พรแสวงคือการทำซ้ำๆ โดยที่เป้าหมายไม่เคยเลอะเลือน แล้วเราก็จะเห็นว่าเมื่อเราซ้ำขึ้นเราก็จะชำนาญมากขึ้น เมื่อเราทำบ่อยขึ้น เราก็ชำนาญมากขึ้น เมื่อเราผิดหวังเราก็จะสมหวังในครั้งต่อไป”

อยากให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ได้ด้ฟังวันนี้ที่กำลังหมดหวังในชีวิต ที่อยู่ในภาวะของความหดหู่ใจ ลองผันพลังงาน ลองเล่นกีฬา แล้วลองดูว่าพรสวรรค์กับพรแสวงอันไหนพาเราไปถึงเป้าหมาย อันนี้อาจทำให้เราลบความซึมเศร้า และมีโอกาสที่จะร่าเริง แล้วการที่ตอนนี้ออกมาเป็นโค้ช ดูความคิดเห็นของการเป็นโค้ชที่มีประสบการรณ์ของตัวเองก็น่าจะเป้นครูที่ดีของเด็กอีกรุ่นได้เลย


ความเหมือนและแตกต่างจากนักกีฬาสู่การเป็นโค้ช


น้องเล็ก ชนาธิป


ตอนเป็นนักกีฬาคิดว่าซ้อมอย่างหนักแล้วก็คิดว่ามันเหนื่อยมากแล้ว แต่พอเปลี่ยนมาเป็นผู้สอนจากที่เคยคิดว่าโค้ชสบาย แค่มายืนสั่งเรา คนซ้อมที่เหนื่อย แต่พอได้ลองปฏิบัติหน้าที่มันไม่ได้ง่าย ต้องมีการวางแผนมีการทำงานเป็นระบบ เพราะต้องทำให้เด็กคนหนึ่งพัฒนาจากขั้นที่ 1 ไป 2 และไปเรื่อยๆ เพื่อให้เห็นความสามารถที่เก่งขึ้นเรื่อยๆ ของเขา เราต้องทำการบ้านและมีงานที่เยอะขึ้น คือการใช้ความคิด การฝึกที่เราเรียนมาทั้งหมด ทั้งจากการที่เรียนวิทยาศาสตร์การกีฬา กับการฝึกซ้อมตอนเป็นนักกีฬามาควบคู่กับวิชาการในการพัฒนารูปแบบวิทยาศาสตร์ต่างๆ


โดยปีหนึ่งเลยต้องดูเลยว่าว่ามีการแข่งขันกี่แมตซ์ และต้องวางแผนเป็นรายเดือนเลยว่า แต่ละเดือนควรมีการฝึกซ้อมอะไรบ้าง เขาจะต้องพัฒนาไปแบบไหนบ้าง จากที่เราเคยมองว่าโค้ชไม่เหนื่อย แต่พอได้มาลองทำดูแล้วการทำหน่าที่โค้ชเหนื่อยมาก รู้สึกเครียด เพราะต้องมีความคิดหลายขั้นตอนมากๆ พอโตมาเลยทำให้รู้ว่าสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นนักกีฬาแล้วจะเหนื่อยที่สุด ความจริงคือไม่ใช่เลย การใช้ชีวิตในส่วนที่มีความรับผิดชอบอีกรูปแบบที่แตกต่างที่ไม่ได้เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยทางด้านความคิดหรือการจัดการบริหาร ดังนั้นคิดว่าเป็นการเหนื่อยกันคนละแบบ และสิ่งที่ได้รับกลับมาก็เป็นความสุขและการเหนื่อยคนละแบบ แต่ก็มีความคุ้มค่ากับการใช้ชีวิตเหมือนกัน


แม่ชีศันสนีย์


คือไม่คิดว่าตัวเองเป็นโค้ช แต่จากประสบการณ์เชื่อว่าความสุขทุกข์ของมนุษย์ในโลกนี้ก็จะอยู่ประมาณนี้ เพราะทุกคนต้องรู้เท่าทันกับสภาวะที่ปรากฎขึ้น โค้ชก็มีทุกข์ มีไม่สมหวังหรือไม่เป็นดั่งใจ ถ้าเราเป็นลีดเดอร์ของเราได้ เราสามารถท้าทายตัวเราให้ก้าวต่อไปได้ แต่บางเรื่องเราต้องรู้จังหวะ ก็ต้องมีประสบการณ์บางอย่างที่จะดึงคำถามหรือดึงคำพูดบางอย่างที่ออกมาจากตัวตนของคนที่เราให้การช่วยเหลือ


เลยเชื่อว่าถ้าเรามีกัลยาณมิตรที่คอยขนาบแล้วขนาบอีก โค้ชก็ต้องรู้จักการตีแล้วตีอีก รู้จักการเชื่อมโยงความสามารถอะไรบางอย่างแล้วก็พิสูจน์ให้ได้ว่าเขาสามารถทำได้ เป็นมืออาชีพอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าถึงเป้าหมายร่วมกัน ถือเป็นการทำงานเป็นทีม ให้เราเป็นโค้ชที่ดีอย่างไรถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ยาก ประสบการณ์ที่ลึกมากมันจะเหนื่อยกว่าที่เป็นนักกีฬา ถือเป็นงานที่ต้องใช้ปัญญามาก เพราะการที่จะไกด์คนหนึ่งคนได้ให้เขาเห็นศักยภาพในตัวเขา แล้วทำให้เขาเคารพตัวเขาได้ คิดว่าหน้าที่นี่เป็นหน้าที่ที่ต้องให้เกียรติตัวเอง เพราะเราต้องเป็นต้นน้ำที่ดี เป็นประสบการณ์ที่ต้องเป็นบุคคลที่ท้าทายหรือผ่านความยากลำบากมา


คนที่จะเป็นโค้ชได้ต้องมีประสบการณ์ทั้งชีวิต ทั้งเฉพาะกิจในเรื่องนั้น มั่นใจได้เลยว่าถ้าเราแนะนำกับใครคนหนึ่งคนใดได้ หลายคนก็จะทำได้เช่นกัน ดังนั้นที่ถามว่าเราต้องเป็นโค้ชให้กับตัวเราเองด้วยหรือเปล่า คำตอบคือก็ต้องเป็น ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นคนไม่มีประสบการณ์ เราอาจพูดทฤษฎีได้ แต่การปฏิบัติเราเราอาจจะล้มเหลวได้

“การเป็นโค้ชที่ดี ต้องมีทั้งประสบการณ์ผ่านความยากลำบากมาได้ สมหวัง ผิดหวัง และก็ต้องมีทฤษฎีที่จะไปให้ถึงเป้า สุดท้ายสำคัญคือ การปฏิบัติที่มีทั้งการปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ คือผลแห่งการทำ ที่เราจะรู้สึกเลยว่า เราดีใจที่เราได้ทำ มากกว่าเราเสียใจเมื่อเราลงมือทำ เราจะบอกตัวเองแล้วว่า เราไม่เสียดายเลยที่เราได้ทำ เราไม่เสียดายที่คนตายไม่ได้ทำ พวกเราทุกคนต้องเป็นโค้ชของตัวเอง แต่เรามักชอบสปอยตัวเอง ก็ต้องอาศัยกัลยาณมิตรข้างนอกช่วย การเป็นโค้ชที่ดี คือการนำพาชีวิตของตัวเองหรือคนที่เรารักเกื้อกูลไปให้ถึงความสำเร็จด้วยกัน”

ล่าสุดกับการการแข่งขันโอลิมปิกที่โตเกียว 2021


น้องเล็ก ชนาธิป


เล็กได้เป็นหนึ่งที่ได้มีโอกาสในฐานะผู้ฝึกสอน เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ไปฝึกซ้อมนักกีฬาด้วย ตอนน้องเทนนิสเข้ามาเรายังคงเป็นนักกีฬาประชาชนอยู่ น้องก็เป็นนักกีฬาเยาวชน ช่วงที่เล็กเริ่มเป็นโค้ชก็เริ่มเห็นน้องเทนนิสมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี 2016 ที่เขาอาจพ่ายแพ้การแข่งขันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ 4 ปีถัดมาเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองจนคว้าเหรียญทองกลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมกัน


การเลื่อนการจัดโอลิมปิกที่โตเกียวมีผลต่อจิตใจและการฝึกซ้อมอย่างไร


น้องเล็ก ชนาธิป


ก็มีผลต่ออารมณ์กับทีมเหมือนกันช่วง 2019 -2020 เพราะเป็นคาบช่วงที่เกี่ยวกับโควิดที่มาในรอบแรกๆ ทีมงานและโค้ชต่างก็รู้สึกเสียดายมากเพราะตอนนั้นเทนนิสมีความพร้อมมากในการคว้าแชมป์โอลิมปิกเกมส์มาก แต่เราก็ต้องมองสถานการณ์โลกเพราะไม่สามารถแข่งขันได้จริงๆ ความรู้สึกแรกคือ ดีอย่างน้อยมีแข่งนะแต่ก็ปีหน้า แต่บางสื่อบอกว่ายกเลิกการแข่งขันไปเลย ตอนนั้นเองนักกีฬาก็ท้อและรู้สึกเสียดายเสียดายที่เราซ้อมเต็มที่แล้วแต่ก็ไม่ได้แข่ง แต่ทีมโค้ชเองก็ยังมีหวัง เพราะทุกคนยังคิดว่ามันจะต้องแข่งได้ในอีก 1 ปีข้างหน้าคือ 2021 ทางเราก็ซ้อมไปก่อนเพราะเชื่อว่ามีก็ต้องมี เลยวางแผนซ้อมกันปกติ แต่ก็จะมีหยุดบ้างในช่วงสถานการณ์ไม่เอื้อให้ฝึกซ้อม แต่เราก็ปรับเปลี่ยนการซ้อมให้เพื่อรักษาสภาพร่างกาย เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์นั้นๆ ไป เพื่อให้การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้าจะต้องพร้อมให้ได้มากที่สุด


ทุกคนยังทำหน้าที่ตัวเองด้วยการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่


แม่ชีศันสนีย์


ก็ถือว่าเป็นการมีโอกาสในการเตรียมตัวได้มากขึ้น คิดว่าน่าจะเป็นความสำนึกของทีม เพราะถ้าเรารู้สึกพร้อมแต่จังหวะนั้นไม่ใช่ของเรามันก็ไม่ใช่ แต่ถ้าเผื่อจังหวะใช่ โอกาสตอนนั้นพร้อมด้วย ความดีใจของคนทั้งประเทศในจังหวะที่เกิดโควิด-19 ก็เป็นจังหวะที่โดนมากๆ เพราะตอนนี้คนกำลังเจ็บปวด มันหาความสุขไม่ได้จากอะไรเลย พอมีเหรียญทองจากเด็กคนหนึ่ง เราอาจไม่ได้แข่งปีที่แล้ว แต่ปีนี้เขาได้ในจังหวะที่พร้อมและใช่กว่า คิดว่าความเป็นเหรียญทองหรือเหรียญอะไรก็ตามมันคือการทำงานเป็นทีม เพราะบางทีจังหวะชีวิตของคนบางทีก็ต้องดีเลย์

“มั่นใจว่าถ้าคนรู้จักกฎของธรรมชาติ แล้วแสดงศักยภาพเคารพตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็เวลานั้น”

ดังนั้นช่วงโควิด-19 ที่ยังมีการแข่งขันที่ญี่ปุ่นท่ามกลางความเสียดายของคนหลายคน แต่ก็ยังมีความเป็นนักสู้ของประเทศเจ้าภาพเอง เพราะเขาก็ขาดทุนเยอะ แต่ก็ยังมีความชื่นใจ ที่เรายังต้องมองดีมันถึงจะได้ และในจังหวะของประเทศไทยมันใช่เลยในท่ามกลางความกลัวความไม่แน่ใจ ความลังเล มันยังมีลมหายใจที่ยาวลึก ไม่ว่าจะเป็นความสุขเรื่องอะไรก็จะยังมีความ ต้องปรบมือให้กับทีมและนักกีฬา


7 วินาทีประวัติศาสตร์ของน้องเทนนิสและแรงเชียร์ของคนไทย


น้องเล็ก ชนาธิป


ตอนที่เทนนิสกำลังแข่ง เล็กเป็นผู้บรรยายการแข่งขันที่เอไอเอสเพลย์ เห็นทั้งการแข่งขันและก็บรรยายเกมไปด้วย พูดไปก็พยายามเชียร์น้องไปด้วย ในส่วน 7 วินาทีสุดท้ายการเป็นนักกีฬาคือเรื่องสมาธิ

“สมาธิเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเราคิดว่าแพ้ในวินาทีนั้นแล้ว หากตื่นเต้นหรือใจร้อนทุกอย่างก็จบ แต่เทนนิสยังคงนิ่งและมีสมาธิในการทำคะแนนต่อ โค้ชเชจะพูดเสมอเลยว่า จนวินาทีสุดท้ายมันยังคือโอกาส ดังนั้นเราต้องเตะและเล่นให้เต็มที่ ฝึกฝีมือจนวินาทีมันหมดลง จึงทำให้นักกีฬาต้องมองว่ามันมีโอกาสทุกอย่าง แม้กระทั่ง 1 หรือ 2 วินาที ก็ต้องทำให้ได้”

และเทนนิสก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แม้เวลาที่น้อยนิด แต่ใจยังคงนิ่งและมีสมาธิก็ยังคงทำคะแนนได้ เลยเป็นผลสามารถพลิกเกมและเอาชนะการแข่งขันนี่ไปได้


แม่ชีศันสนีย์


เป็นการที่ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวคือความตื่นเต้น ด้วยความนิ่งของการมีจิตที่มีสมาธิต่อการงานจริงๆ แล้วเขาก็มีกติกาในทีมของเขา ทุกวินาที ทุกลมหายใจถ้ายังไม่จบ เวลายังเป็นของเราเสมอ ทำให้เห็นเลยว่าความสุขของคนทั้งประเทศเกิดขึ้นเสมอจากการมีวินัยของนักกีฬา และโค้ชก็เก่งมาก

“ถ้าเราต้องเข้าถึงมรรคผลนิพพาน แค่หนึ่งลมหายใจของเรายังเหลืออยู่ เรายังไม่คืนลมหายใจให้กับโลกใบนี้ ลมหายใจนั้นยังเป็นลมหายใจที่ประเสริฐเสมอสำหรับเราเสมอ อันนี้ก็ใช้สำหรับเวลาที่เราจะคืนลมหายใจของเราสุดท้าย เรายังต้องรู้ว่าอยู่ก็ยังต้องเป็นกุศล หรือแม้แต่จะตายก็ยังต้องเป็นกุศล จะได้จากพรากอยู่ในกุศล และนึกถึงสิ่งที่รักที่ตายจาก มันก็ยังเป็นมหากุศล เพราะฉะนั้นอยู่ที่เราปั้นเรื่องด้วยปัญญาอย่างมีวินัย เพราะศีลก็เป็นวินัย แล้วก็มีกำลังของจิตที่เป็นสมาธิ ไม่ใช่แบบที่นั่งสมาธิ แต่เป็นในรูปแบบกายเคลื่อนไหวใจตั้งมั่น ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ”

เคยได้คุยกับเด็กที่เป็นนักสู้คู่คุณธรรม มันไม่ได้สำคัญที่ว่าจะได้ใครเป็นคู่ต่อสู้ แต่เขาต้องมีวินัยจนกระทั่งเขาสู้กับใจของเขาได้ ในทุกขณะจิตที่เขายังมีลมหายใจอยู่ จนกระทั่งแม้อีกนิดเดียวก็จะไม่รู้สึกเสียใจเลย แม้แต่กระทั่งการจากพรากที่เรายังเป็นนักสู้อยู่ การจากพรากนั่นยังเป็นกุศลอยู่เลย ต้องขอบคุณนักกีฬาที่ทำให้ดูและมีความสุขให้เห็น และเป็นเรื่องที่เราคงต้องการนักสู้แบบนี้ในโลกมากขึ้น เพราะทุกวันนี้โลกอยู่ยากมากขึ้น แต่มันอยู่ได้ถ้าเรามีวินัยกับตัวเราเอง


คำถามจากผู้ฟังคลับเฮ้าส์ : คนที่มีคุณลักษณะแบบไหนที่น่าเข้าใกล้ได้เหรียญมากที่สุด


น้องเล็ก ชนาธิป


นักกีฬาที่มีความมุ่งมั่น มุมานะที่จะพยายามไม่ว่าจะเจออุปสรรคการฝึกซ้อมหรือความพ่ายแพ้ เพราะถ้าเมื่อไรที่เขาก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ และมีความมุ่งมั่นที่จะไปต่อ เชื่อว่านักกีฬาคนนั้นมีพรแสวงที่ตั้งใจ เพราะใช้ใจเป็นการขับเคลื่อน

“ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬาทุกประเภท ก็ต้องใช้ใจในการนำพาความชนะ เพราะถ้าเขาคิดว่าเขาใช้ใจที่จะชนะ เขาทำได้ เขาก็จะเริ่มมีชัยชนะมาให้เห็น แต่ถ้าตราบใดที่เขาไม่มั่นใจ เขาสู้ไม่ได้ เขาแพ้ กลัวแพ้ คำว่ากลัวจะทำให้เราแพ้ เพราะจะทำให้เราไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่”

ตรงนี้จะเห็นได้ตั้งแต่ตอนซ้อมเลยว่าคนไหนมีความตั้งใจและมุ่งมั่น มุมานะพยายาม เป็นทุนที่เห็นคนนี้มีโอากส บางคนเหนื่อยท้อแล้วก็พักไม่ยอมไปต่อก็มีให้เห็น อยู่ที่จะชนะมันให้ได้ นั่นคือ การชนะใจตัวเองให้ได้


แม่ชีศันสนีย์


อันนี้เอาไปใช้ในการศึกษาความรู้ธรรมเพื่อเป็นเครื่องมือในการออกจากทุกข์ ลองดูสังเกตว่าเจ้าชายสิทธัตถะถ้าไม่มุ่งมั่นเพื่อแลกกับทุกอย่างในชีวิตเพื่อให้ได้การบรรลุ ตรัสรู้เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะถ้าถอดใจไปเมื่อไรก็จะไปไม่ถึงจริงๆ มันจะแพ้ตั้งแต่เราถอดใจแล้ว

“ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือเป็นมนุษย์ธรรมดาที่อยากจะชนะใจตัวเองก็ต้องไม่ถอดใจในการแก้ปัญหา คราวนี้จากสิ่งที่ไม่รู้หรือรู้น้อย ก็จะเขยิบไป รู้ รู้มากขึ้น รู้แจ้งขึ้น เราเห็นเลยว่านักกีฬาที่จะไปถึงเหรียญทองได้ กับคนธรรมดาที่ชนะกิเลสได้ก็ไม่ได้ต่างกัน”

รู้สึกดีใจเหนื่อยๆ ได้มาฟังการเป็นนักสู้ของหลาน ก็ต้องบอกว่าพูดได้อย่างเคลียร์ชัด คนที่ไม่ท้อใจตัวเองก็จะเป็นคนที่เข้าถึงเป้าหมาย คือมีดวงตาเห็นธรรม เพราะจริงๆ แล้วเราไม่ได้มองคนอื่นเป็นคู่ต่อสู้ มีแต่กิเลส ซึ่งถ้าใจเราเอาชนะกิเลสได้ ตัณหาก็เข้าถึงเราไม่ได้ ทุกคนก็สามารถถึงเป้าหมายนี้ได้ คนฟังอาจจะไม่ได้เป็นนักกีฬา แต่ก็สามารถเป็นโค้ชให้กับตัวเองได้เลย เราไม่ได้เกิดมาเพื่อความทุกข์ เราเกิดมาเพื่อพ้นทุกข์ เราก็ต้องชนะ เพราะตัณหาคือคู่ต่อสู้ เหมือนเราขึ้นไปทำคะแนนกับคู่ต่อสู้ ถ้าเราชนะใจตัวเองได้ว่าแม้วินาทีสุดท้ายถ้ายกขาขึ้นเตะได้เราก็จะเตะ ทำให้เราเห็นชัดเลยว่า ใจมันเป็นตัวนำให้คนหนึ่งคนประสบความสำเร็จจากสิ่งที่ฝึกมา จะเก่งหรือไม่เก่ง แต่ไม่เคยหยุดฝึกซ้อม เราทุกคนจะเป็นแชมป์ได้เพราะอย่างน้อยเราก็จะชนะใจตัวเองได้


มุมมองการใช้ชีวิตในสถานการณ์โควิด-19


น้องเล็ก ชนาธิป

“อยากให้มองในมุมมองการเป็นนักกีฬาเข้ามาสู่การใช้ชีวิตจริงนั่นคือ การไม่ยอมแพ้ เพราะชีวิตคนเราล้วนจะต้องเจอปัญหามากมายหลายแบบ”

อย่างเราทุกปัญหาไม่ว่าจะตอนที่เป็นนักกีฬาหรือเป็นโค้ชเอง การใช้ชีวิตหรือหาเลี้ยงตัวเองหลายแบบ เพราะช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กิจการหลายอย่างไม่สามารถทำได้จริงๆ การแพร่เชื้อที่เกิดขึ้น

ถ้าหากเราเจออุปสรรคแต่หากเราตั้งใจก้าวผ่านข้ามอุปสรรค อดทน ไปเรื่อยๆ เพราะหลายคนเจอปัญหาที่ค่อนข้างหนัก ก็อาจท้อบ้างหรือเจอสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเจอโรคระบาด และมีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจกับทุกประเทศอย่างเห็นได้ชัด เราเลยไม่ได้เตรียมตั้งตัวกับเรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อเราเจอปัญหาแล้ว อย่าเพิ่งท้อหรือยอมแพ้กับมัน ลองแก้ปัญหาทีละเล็กทีละน้อย อันไหนที่เราทำได้ อันไหนที่เราพยายามเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเราก็ต้องลองพยายามดู คิดว่าสิ่งที่หลายคนเจอ เป็นสิ่งที่กระทบ ภาวะจิตใจ การเงิน การงาน เพราะส่วนตัวเชื่อว่าหลายคนได้พยายามอย่างเต็มที่และสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าเดี๋ยวจะต้องมีอะไรดีๆ กลับคืนมาได้อีกไม่ช้า อดใจรออีกนิดเดี๋ยว


แม่ชีศันสนีย์


อยากจะบอกว่าการสนทนาธรรมวันนี้ ถ้าเรารอดด้วยใจ ถ้าเอาประโยคที่แชมป์ของเราให้กำลังใจ

“เราลองมาฝึกเป็นนักกีฬาเป็นแบบแชมป์ดูดีหรือไม่ คือเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่สิ่งที่รู้คือโลกมันเปลี่ยน ถ้าเรายังขยันลงทุนในเหตุ เราจะปฏิเสธผลไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่เราหดหู่ใจ อยากได้ทุกอย่างกลับมา แต่เราไม่ยอมลงทุนใหม่และไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง เราไม่ขยันขึ้น เราไม่พึ่งตัวเองได้มากขึ้น เราก็จะเป็นนักกีฬาที่แพ้ตั้งแต่เราคิด”

ฉะนั้นถ้าเราฝึกใจไปกับการมาของโควิด-19 เพื่อให้เราได้เตรียมตัวหรือโตขึ้น หรือใช้ความไม่ประมาทและไม่ลุ่มหลงกับชีวิตอย่างที่เราเคยเป็นมาก่อน แต่เรารู้สึกว่าในสถานการณ์แบบนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม สิ่งที่เกิดมีไว้เพื่อให้เราต้องโตขึ้น เราจึงต้องขยันมากขึ้น มันยากที่จะมองเห็นการสูญเสียหรือเสื่อมในสิ่งที่เราเคยมี เช่น เศรษฐกิจมันแย่ ของบางอย่างหายไป เงินหรือสมบัติที่มีดูเหมือนน้อยลงไป เพราะความยากลำบากของโลกมันมากขึ้น แต่เราก็รอดได้ด้วยน้ำใจ มีบางอย่างดี มียางอย่างตาย และมีบางอย่างที่กำลังฟื้นฟูอยู่ ถ้าเราได้สติและมีปัญญาที่จะคิดใหม่


ลองเอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังทั้งหมดวันนี้ มาเปรียบเทียบดูว่าถ้าเราเป็นนักกีฬาสู้กับโควิด-19 เราจะชัตดาวน์กิเลสได้มั้ย เราจะขยันขึ้น เราจะมีชีวิตที่ไม่รอ เราอาจจะไม่รู้เรื่องในสิ่งที่เราทำมาก่อน แต่เราจะมีพรแสวงที่มากขึ้น เรากลายเป็นคนไม่จับจด ไม่หลงทาง ไม่ใช้อารมณ์ หรือเสียเวลากับสิ่งที่ไม่เป็นความจริง อันนี้อาจเป็นการเติบโตในยุคโควิดจริงๆ เราเห็นแชมป์พูด ในประโยคถ้าเรากำลังเจอโควิดเราเอามาใช้ได้ทั้งหมดเลย

“อย่าอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเคยมีเคยเป็น แต่จงอยู่กับสิ่งที่เราจะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ หรือสร้างกำลังใจที่จะทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเรา ก็จะเข้าใจโลกและอยู่อย่างพ้นโลก นี่อาจเป็นการไม่ประมาทกับโควิด-19”

เป้าหมายและฝันต่อไป


น้องเล็ก ชนาธิป


พอได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกมาก็ได้ไปออกวิทยุรายการ อสมท.ตามที่ฝัน ตอนนี้กลายเป็นความผูกพันที่พอนึกถึงมันเป็นแรงผลักดันแรกๆ ที่ทำให้เราอยากเป็นนักกีฬา พอวันนี้ก็ยังนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเสมอ เพราะภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนนักกีฬาจังหวัดแล้วประสบความสำเร็จ


สำหรับเป้าหมายต่อไปในอนาคตอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ที่เราเป็นนักกีฬาให้กับน้องๆ ที่เป็นตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทยเพราะมองว่าครั้งหนึ่งเราเคยเป็นผู้รับแล้ว แต่ครั้งนี้เรามีโอกาสเป็นผู้ให้ ที่พร้อมจะให้ทั้งความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ อยากจะเป็นผู้ที่ผลักดันน้องๆ เขาให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่เราเคยอยากเป็น และมีความคิดที่จะใช้ชีวิตในบั้นปลายด้วยการเป็นโค้ช พร้อมกับอยากเป็นอาจารย์ ซึ่งปัจจุบันกำลังกลับมาเรียนต่อปริญญาเอกที่ ม.เกษตรศาสตร์ เพราะการได้เป็นอาจารย์ด้วย จะเพื่อได้เผยแพร่ ความรู้ให้กับคนที่สนใจกีฬาและอยากจะพัฒนากีฬา เนื่องจากอยากให้ประเทศไทยสร้างนักกีฬาไปเรื่อยๆ และช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ ซึ่งคิดว่ามุมมองตรงนี้ น่าจะสามารถช่วยถ่ายทอดให้หลายคนได้นำไปใช้ทั้งการใช้ชีวิตทั่วไปหรือนักกีฬา และนี่คืออีกหนึ่งความฝัน


ชัยชนะ เริ่มต้นด้วยใจ


แม่ชีศันสนีย์


ต้องขอบคุณ เรารู้สึกว่าคลับเฮ้าส์ทำให้เราได้คุยกับวีไอพีหลายคนที่มาสร้างแรงบันดาลใจ คนที่เข้ามาอาจจะไม่ได้มากแต่เป็นแฟนประจำ วันนี้คุณยายได้เรียนรู้กับการสนทนาคือ ได้เรียนรู้เด็กไทยที่มีวินัยในชีวิตที่เริ่มต้นด้วยความไม่แน่ใจว่าเราจะกระทำสิ่งนั้นได้หรือเปล่า แต่ด้วยความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ แม่ หรือต่อความยากลำบากกับการเป็นนักสู้กับชีวิต ทำให้เราได้เห็นการที่อยากเป็นอาจารย์ของมนุษยชาติ ต้องถือว่าเป็นบุญของเด็กๆ ที่จะเรียนรู้ชีวิตกับคนที่เป็นนักสู้ชีวิตจริงๆ

การที่พวกเรามีโอกาสสนทนากันในทุกครั้ง คิดว่าการที่เราเก็บประเด็นในสื่อต่างๆ ของเรา นิตยสารธรรมสวัสดี เพื่อขยายความเป็นครูของแต่ละคนในคลับเฮ้าส์ หรือบนแพลตฟอร์มอื่นๆ เหมือนการก้าวอย่างหนึ่งที่มีพลังของเสถียรธรรมสถาน การให้กำลังใจตอนนี้เรามีการสร้างกติกาตัวเราเองว่าจะไม่ประมาทในเหตุต่อการป่วยไข้


ความน่าชื่นใจอย่างหนึ่งวันนี้คือ การไม่หยุดสู้ ไม่หยุดการทำหน้าที่แล้วยังมีความท้าทายในตัวเอง น่าจะเป็นตัวอย่างคนที่กำลังศึกษาธรรม รู้ธรรมเพื่อเป็นเครื่องในการออกจากทุกข์ เพราะถ้าเราไม่ท้อแท้ ไม่สิ้นหวังหมดหวัง หรือหยุดการทำหน้าที่ของเรา เราก็จะไปถึง

“การเป็นนักสู้ที่แท้จริง คือ การใช้ปัจจุบันขณะอย่างสนุกกับมัน เราต้องสนุก ทำงานให้สนุกและสุขในขณะที่ทำงาน แล้วเราก็ตรวจสอบสิ่งที่ตัวเองกำลังก้าวไปในแต่ละก้าว มีศรัทธาต่อตัวเองบ้าง เราก็จะเห็นการแก้ไขปัญหาหรือจุดอ่อน เสริมจุดดี จุดแข็งของเราออกมา การเป็นครูที่มีประสบการณ์ และมีความเป็นนักสู้ด้านในมันจะกลายเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ Special Leader มันจะนำตัวเองได้ก่อน แล้วก็จะไปโค้ชคนอื่นได้”

ดีใจที่ได้คุยวันนี้ ดีใจที่เห็นความฉลาดที่ไม่ขาดปัญญา เห็นความปราดเปรื่อง การเสียสละของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งไม้ผลัดไปยังอีกเจเนเรชั่นหนึ่ง วันนี้ถือวันสมบูรณ์ ที่นำให้เกิดการทำงานร่วมไปถอดบทเรียนให้เด็กปกาเกอะญอได้เรียนรู้ว่าคนที่มีฝันเขาทำอย่างไร เพราะเด็กเขาพูดว่า เขามีฝันและอยากไปให้ถึงฝัน อยากให้ฝันเดินทางอย่างรูปธรรม จึงอยากเชิญแชมป์มาเป็นครูให้กับเด็กๆ วันนี้เราได้ครูจริงๆ ที่ได้มาเป็นโค้ชชีวิตด้วย และนี่คือแชมป์จริงอย่างเป็นมนุษยชาติ


*******************





ดู 89 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด