ชัยชนะ เริ่มต้นจากใจ




สนทนาธรรมกับท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ น้องเล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ โค้ชทีมชาติไทยและอดีตนักเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิก


ดำเนินรายการโดย ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ


เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่จะได้รับพลังบวกและแรงบันดาลใจในการฟันฝ่าอุปสรรคและชนะใจตัวเองของน้องเล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ อดีตนักเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิกที่ไม่ใช่เรื่องง่ายทำให้เธอสามารถเดินมาสู่เป้าหมายที่เคยฝันไว้ จนถึงปัจจุบันยังร่วมเป็นโค้ชทีมชาติไทยอีกด้วย อะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอไม่ท้อถอยกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น ลองมาหาเคล็ดลับจากการสนทนาวันนี้กัน


แม้สุขภาพร่างกายไม่อำนวย แต่ก็ไม่หมดหวังกับการเริ่มต้นเล่นกีฬาอย่างจริงจัง


น้องเล็ก ชนาธิป


เพราะเป็นภูมิแพ้และมีอาการหอบหืด ป่วยง่าย เข้าโรงพยาบาลบ่อยตั้งแต่เด็ก จนรู้สึกว่าทำไมร่างกายเราไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่น และเริ่มรู้สึกว่าอยากออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เดินผ่านโรงยิมเห็นคนที่เล่นเทควันโดดูแล้วชุดเขาเท่ดีและอยากเล่นกีฬาหลังเลิกเรียน เลยขอคุณพ่อแม่เรียนตอนปิดเทอม เมื่อที่บ้านเห็นเราชอบพ่อแม่เลยส่งเสริมต่อ


ช่วงแรกไม่มีพรสวรรค์เลย และก็เริ่มเล่นเทควันโดที่ช้ากว่าคนอื่น คือตอนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขณะที่คนอื่นเริ่มมาตั้งแต่เด็กๆ การเล่นถือว่าไม่ได้เก่งและไม่ได้โดดเด่นในรุ่นตัวเอง แต่เมื่อเห็นคนอื่นไปแข่งขันมา เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากจะประสบความสำเร็จหรือคว้าชัยชนะแบบเพื่อนเขาบ้าง

หลายคนพอกลับมาจากการแข่งขันก็ได้ไปออกรายการวิทยุในจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพราะมองว่าการได้ไปออกรายการวิทยุเป็นรายการที่เท่มาก จึงทำให้ตั้งใจกับตัวเองว่าจะต้องเป็นนักกีฬาที่มีผลงานที่ดีให้ได้ ซึ่งแรกๆ ก็ไม่ได้เป็นแชมป์ แพ้บ้างชนะบ้าง มีบ้างที่รู้สึกท้อเมื่อแพ้ แต่ก็รู้สึกยังไม่ยอมแพ้และพร้อมที่พัฒนาตัวเองเพื่อจะคว้าชัยชนะแบบคนอื่นบ้าง


แม่ชีศันสนีย์

“สตาร์ทเมื่อไรไม่สำคัญ ถ้าไม่ลืมเป้าหมายก็เรียกว่าสู้เป็น”

เพราะว่าเราไม่ได้เริ่มต้นแต่เด็กๆ แต่การที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าถ้าชอบสิ่งใดก็ใช้ความชอบในการฝึกตัวเองแม้จะถูกท้าทายโดยความอยากที่จะไปออกรายการเพื่อความสำเร็จของเรา จึงทำให้ความอยากในตอนแรก และก็มีความอยากออกไปข้างนอก แต่พอเกิดฉันทะข้างใน ไม่ได้เหมือนคนอื่นที่มองคนอื่นเป็นคู่แข่ง นั่นคือมีหัวใจของตัวเอง สมหวัง ผิดหวัง แต่ไม่หยุดทำ และพอไม่หยุดทำ เป้าหมายก็ไม่เลอะเลือน มันก็งอกงามไพบูลย์ไปเรื่อยๆ

“ถ้าเด็กไทยมีความเป็นนักสู้ โดยเริ่มต้นจากความอยากก่อน แต่ในที่สุดเราจะพัฒนาความอยากไปสู่การชนะใจของตัวเองได้ เราก็จะเป็นแชมป์ข้างในได้”

ความจริงคุณยายไม่ได้รู้เรื่องกีฬามาก แต่รู้ว่ากีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน ก็ต้องชนะกิเลสในใจของเรา ในตอนที่เป็นกำลังใจให้กับคนทั้งแผ่นดินก็ทำให้คนได้สมหวัง อันนี้ยิ่งกว่าไปออกในรายการวิทยุในตัวจังหวัดอีก


ช่วงเวลาที่รู้สึกท้อ


น้องเล็ก ชนาธิป


ก็มีความรู้สึกท้อเยอะ เพราะต่างจังหวัดจะมีการแข่งขันค่อนข้างยากกว่าเด็กในกรุงเทพที่มีการแข่งขันที่บ่อยกว่า ประกอบกับด้วยฐานะที่บ้านด้วย จึงไม่สามารถส่งไปแข่งขันได้บ่อย ภายใน 1 ปี อาจแข่ง 3-4 ครั้งเท่านั้น แต่ล้วนเป็นรายการใหญ่ที่ทำให้ต้องฝึกหนักมาก หนักขนาดที่ต้องนอนร้องไห้ บางวันก็รู้สึกไม่อยากซ้อมเลยเพราะรู้สึกมันเหนื่อยและซ้อมหนักมาก แต่ก็พยายามทุ่มเทและโค้ชก็พยายามปั้นเราให้ถึงดาวจนเป็นนักกีฬาทีมชาติได้ เพราะเขาใส่ใจเรามาก เขาไม่ผ่อนให้เราเลย จนเรามีความท้อ บวกกับสภาพร่างกายของเราที่เหนื่อยง่ายเป็นหอบหืดด้วย โดยเวลาซ้อม เราก็ไม่ได้เก่ง มีรุ่นน้องเก่งกว่า ทำให้เรามองว่าเขาไปได้ไกลทำให้เราอยู่ที่เดิม จนรู้สึกว่าร่างกายเป็นอุปสรรค บางครั้งเครียดจนอยากวิ่งกลับบ้าน ไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้แล้ว


อย่างไรก็ตาม มีคำถามให้กับตัวเองตลอดเวลาว่าง มันเหนื่อย มันทรมาน แล้วเรามายืนทำอะไรกับตรงนี้ ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่หยุดซ้อม เราแค่คิดกับตัวเองตลอด เพราะจริงๆ ก็ยังไม่หยุดทำ เนื่องจากอยากเก่งและพัฒนาฝีมือ เพราะคิดว่าชัยชนะก็ต้องแลกกับความเหนื่อย ซึ่งถ้าเราสบายไป

แข่งแพ้ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ สู้เราเหนื่อยตอนนี้อนาคตเราจะสบาย ความสุขก็จะมีตอนที่เรามีชัยชนะกลับมา จึงมองว่าเรายอมเหนื่อยตอนนี้นี่แหละ เดี๋ยวนอนพักก็หายเหนื่อย จนฝึกซ้อมไปปีที่ 1 ปีที่ 2

จนปีที่ 3 เริ่มเป็นแชมป์ประเทศไทย และได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติ


คุ้มค่ากับการที่อดทนเหนื่อย


น้องเล็ก ชนาธิป


ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะสิ่งที่ได้รับมาหลังความเหนื่อยยากมากคึอ มันเปลี่ยนแปลงชีวิตอะไรหลายๆ

อย่าง ตั้งแต่ทำให้ได้รับโอกาสเข้าเรียนที่ดีๆ ได้โควต้านักกีฬาของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ทำให้พ่อแม่ได้ภูมิใจมากจากที่ผลตอบแทนที่ส่งเสริมเราได้เรียนทั้งคณะที่ดีและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งมาคิดเลยว่าการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา จะทำให้ได้ทุนการศึกษา ได้ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านในเรื่องค่าใช้จ่ายการเรียน ก็ทำให้เห็นว่าการที่เราได้แบ่งเวลาช่วงเวลาวัยรุ่นไปกับการซ้อมมันแลกมาและมีความคุ้มค่ามากด้วย


เรียนรู้จากโค้ชคนแรกกับโค้ชเช


น้องเล็ก ชนาธิป


การได้มีโอกาสเรียนรู้จากโค้ชเทควันโด้ทั้ง 2 ท่านคือ โค้ชคนไทยคนแรกเป็นสิ่งที่ดีทำให้เราได้เห็นความแตกต่างวัฒนธรรม โดยโค้ชไทยความตั้งใจที่พยายามผลักดันเราและฝึกซ้อมหนักไม่น้อยเลย

พอเจอโค้ชเช เขาทุ่มเทเหมือนกัน แต่วัฒนธรรมของเกาหลีการมีวินัยเรื่องการตรงต่อเวลาจะสำคัญมาก วินัยค่อนข้างเยอะมาก ที่ทำให้เรามีความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นมาก มันเป็นการปลูกฝังอีกหนึ่งสไตล์จนทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องมาฝึกกับคนนี้ ต้องเข้าใจทั้งวัฒนธรรม ทัศนคติ และตามการฝึกซ้อมที่ได้พัฒนาตัวเองไปอีกหนึ่งรูปแบบบที่หนักด้วย ถือว่าสอนเราในหลายเรื่อง


หน้าที่ที่ดีที่สุดคือการเคารพสิ่งที่เราทำ


แม่ชีศันสนีย์

“หน้าที่ที่สำคัญที่สุด คือ การเคารพสิ่งที่เราทำ นั่นคือ การมีวินัย เพราะเป็นสิ่งที่เราจะต้องหักห้ามจิตใจของเรา”

ฟังจากน้องเล็ก เห็นได้เลยว่าการทำงานกับโค้ชที่มีวินัยเยอะ ถ้าไม่รักจริงๆ เราจะรู้สึกอึดอัด แล้วจะไม่ชนะหัวใจตัวเอง แต่การที่เรามีใครที่เข้มงวดกับเรา มีวินัยจนสร้างเป็นสำนึกหรือกติกาของชีวิต อันนี้ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ ไม่ใช่เฉพาะนักกีฬา เพราะมนุษย์ทุกคนจะต้องฝึกเป็นนักกีฬากับหัวใจของตัวเองและสร้างวินัยที่เกิดจากสำนึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างวินัยกับตัวเองเป็นเรื่องที่ยากที่สุด


เราเปลี่ยนจากสิ่งที่เรารู้สึกด้อยกว่าคนอื่น จนกระทั่งเราเห็นการมีชีวิตของเราอย่างมีวินัยมากขึ้น ก็จะเห็นคุณค่า ไม่ได้เห็นความด้อยค่า การเริ่มต้นจากการด้อยกว่าคนอื่นก็จะทำให้เรามีมานะ จนเราฝึกจนเห็นคุณค่าในตัวเรา มีมานะโดยไม่มีความถือตัวหรือเปรียบเทียบไม่ด้อยกว่าหรือดีกว่าคนอื่น มันก็จะเป็นมิตรภาพ


กีฬาก็เป็นอีกหนึ่งของมิตรภาพ การรู้แพ้รู้ชนะ และรู้อภัยเป็นสิ่งที่มนุษยชาติพึงจะต้องใช้สิทธิ์มาจากการสร้างวินัย จนเห็นหน้าที่ของตัวเองเข้มข้นพอที่จะชนะใจตัวเองได้ และก็กลายเป็นเรื่องลงตัว และสบาย แต่เป็นความสบายที่ลงตัวจากการสร้างวินัย อันนี้ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ แต่มนุษย์ทุกคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาก็สามารถเอาชนะใจตัวเองได้โดยเฉพาะช่วงที่เกิดโควิด-19 ถ้าเราไม่มีวินัยจริงๆ เราอาจจะเจอระลอกที่ 5 ได้เลย


ตอนนี้อยากให้มองตัวเองฝึกเป็นนักกีฬา ฟังน้องเล็กพูดก็ให้นึกว่าตัวเองกำลังแข่งขันตัวเอง ที่จะอยู่กับตัวเองอย่างที่ไม่ถูกโควิด-19 กักตัวที่ใจ อันนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ไม่ได้พูดถึงแต่ข้างนอก แต่เป็นการพูดถึงข้างในที่กำลังบอกตัวเองอยู่กับอะไรสักอย่างหนึ่งที่มีอิสรภาพและเข้าถึงชัยชนะได้อย่างแท้จริง


เมื่อฝันถึงเป้าหมายเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งโอลิมปิกที่อังกฤษ


น้องเล็ก ชนาธิป


ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมาก เพราะการเป็นนักกีฬามีความฝันอยากไปโอลิมปิกอยู่แล้ว โดยปี 2008 เรามีโอกาสเป็นคู่ซ้อมให้กับบุตรี เผือดผ่องที่ได้เหรียญเงิน โอลิมปิกที่ปักกิ่ง ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นรายการที่ใหญ่มาก เพราะกว่าจะได้ไปเป็นตัวแทนประเทศมีความยาก เลยฝันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า อยากเป็นตัวแทนนักกีฬาไปโอลิมปิก พอฝึกฝน 4 ปี ก็รู้สึกว่าใกล้ความฝันแล้ว เมื่อวันประกาศรายชื่อติดทีมชาติ

มันเหมือนเราได้ทำความฝันเป็นจริง และเหมือนเป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาทั้งหมดตอลดชีวิตของนักกีฬามันเห็นผลและเห็นภาพว่าโอกาสเรามาแล้ว เราได้แข่งขันในนามนักกีฬาทีมชาติไทยได้แล้ว


การรับมือกับแรงกดดันของคนทั้งประเทศ เพราะทุกคนเชียร์อยากให้เหรียญทอง


น้องเล็ก ชนาธิป


ได้รับแรงกดดันพอสมควร โค้ชพยายามให้โฟกัสการแข่งขันฝึกฝน ไม่อยากให้ติดตามข่าว ติดตาม

เฟสบุค หรือตัดให้นักข่าวมาสัมภาษณ์เพื่อลดแรงกดดันจากคำถาม ทำให้มีสมาธิและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเราก็ยินดีแบกภาระที่หลายคนอาจมองว่าเป็นแรงกดดันแต่เรากลับมองว่าเป็นกำลังใจที่ดี

โค้ชเชจะคอยพูดเสมอว่า โอลิมปิกก็เหมือนรายการทั่วไป อย่าคิดว่าเป็นรายการใหญ่ เพราะรายการใหญ่มันก็จะรู้ว่าสำคัญ แล้วเราจะกดดันตัวเอง ให้มองว่าเป็น โอเพ่นแมตซ์ทั่วไป ให้คิดว่าตอนนี้เราแข่งที่ประเทศไทยและคนเชียร์ทั้งสนามเป็นคนไทย ก็จะทำให้รู้สึกฮึกเหิมและมีกำลังใจมากขึ้น และลดแรงกดดันที่เกิดขึ้นไม่มีใครบอกว่าต้องชนะ เราแค่รู้สึกว่าเราได้ทำเต็มที่มีความสุขกับมัน เท่านี้ก็เท่ากับเราได้แสดงศักยภาพที่ดีแล้ว


ทำบทบาทตัวเองให้ดีที่สุด สนุก และมีฉันทะกับปัจจุบัน


แม่ชีศันสนีย์


เมื่อกี้เล็กก็พูดชัดเจนว่าเราจะต้องเอนจอยกับมัน เพื่อลดแรงเสียดทานบางอย่างออก แล้วก็ทำเหตุอย่างเต็มที่ เอนจอยและสู้กับหัวใจของตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วก็ปล่อยวางในผลเลย เพราะถ้าเราทำเต็มที่แล้วเราก็จะไม่ติดค้างแล้ว การที่เราจะอยู่ตรงนั้นอย่างคนคาดหวังก็ได้ แต่ถ้าเราเอนจอยกับมันว่าอีกนิดเดียวก็จะทำได้แล้วมันก็จะปล่อยวางในผลได้ อาจมีเสียใจแต่ก็จะสั้นมาก เราก็ต้องเชื่อว่าใครก็ตามไปยืนอยู่ตรงนั้นไม่มีคำว่าง่ายสักคน ไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา นางงามก็จะถูกตัดสินจากบริบทของการทำด้วยเหตุกันทั้งนั้น ทุกคนอยากขึ้นไปเป็นที่หนึ่ง แต่ที่หนึ่งมีอยู่ที่เดียว ดังนั้นเราต้องยอมกับการให้อภัยและก็ยังสนุกกับมันต่อไป


เชื่อว่าโค้ชทั้งหลายสอนมาอย่างเต็มที่แล้วว่า ขอให้เราลงทุนอย่างเต็มที่แล้วก็ปล่อยวางในผลได้ แล้วก็หวังว่าบทเรียนในแต่ละครั้งของการเป็นนักสู้ที่ดี จะไม่ทำให้เราไม่เข็ดหลาบหรือขยาดที่จะลงไปบนสนามอีกครั้ง อันนี้ถือว่าได้ชนะใจตัวเองแล้ว ไม่ว่าผลตัดสินจะเป็นอย่างไรก็ตาม


ความรู้สึกพอได้เหรียญรางวัล


น้องเล็ก ชนาธิป


พลาดโอกาสรอบไฟนอล แล้วมาชิงเหรียญทองแดง เราก็ทำสมาธิแล้วว่าเป็นโอกาสที่เราต้องแก้ตัวให้ดีที่สุด อยากคว้าเหรียญกลับไปไทย และเป็นความภูมิใจให้กับทุกคนและครอบครัว สิ่งที่รู้สึกว่าตั้งใจแล้วดีใจมาก เหมือนเด็กคนหนึ่งที่ฝันแล้วมาจากต่างจังหวัดที่โอกาสจะประสบความสำเร็จค่อนข้างยาก

“เดินทางด้วยความตั้งใจแล้วใช้พรสวรรค์ที่อาจจะน้อย แต่เรามีพรแสวงที่มาก จนมันสำเร็จคว้าเหรียญกลับไปได้ ภูมิใจและตื่นตันใจ”

สิ่งแรกคือนึกถึงหน้าพ่อกับแม่ เราทำให้ได้แล้ว สิ่งที่ตั้งใจอยากกลับไปช่วยที่บ้าน เพราะเมื่อได้รางวัล จะได้ค่าเหรียญรางวัลที่สามารถกลับไปช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้ค่อนข้างเยอะ เลยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจมาตลอด ตั้งแต่ติดทีมชาติเราจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ภูมิใจทั้งตัวเองและที่บ้านที่เกิดความตื้นตันใจ ไม่ว่าจะย้อนกลับไปเมื่อไรก็ยังตื้นตันใจตลอดเวลา